ข่าว

'เจ๊วา-น้ำมันปาล์ม'รวยลด45ล.หายไปไหน?

'เจ๊วา-น้ำมันปาล์ม'รวยลด45ล.หายไปไหน?

21 ก.ค. 2554

แกะรอยทรัพย์สินที่หายไป ของ 'พรทิวา นาคาศัย' นักการเมืองใหญ่ หลังพ้นตำแหน่ง บนข้อมูลหลักฐานเชิงลึกที่เป็น 'คำตอบ'

         ในการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักการเมืองที่มีทรัพย์สิน “ลดลง” จากตอนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อต้นปี 2551 กว่า 45 ล้านบาท คือนางพรทิวา นาคาศัย  ส.ส.ชัยนาท ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่ากากระทรวงพาณิชย์ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

        ตอนรับตำแหน่ง ส.ส. นางทิวา แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 144,272,421 บาท หนี้สิน 953,783 บาท

        นายอนุชา นาคาศัย สามี มีทรัพย์สิน 6,581,360 บาท   ไม่มีหนี้สิน

        บุตรไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สิน 225,908 บาท

       รวม 151,079,689 บาท

       ตอนพ้นตำแหน่ง ส.ส. 10 พ.ค.2554  (ยุบสภาฯ)

       นางพรทิวา แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 103,061,586 บาท หนี้สิน 767,268 บาท

       นายอนุชา นาคาศัย สามี มีทรัพย์สิน 2,178,329 บาท   ไม่มีหนี้สิน

        บุตรไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สิน 238,695 บาท

       รวม 105,478,610 บาท

        เมื่อเปรียบเทียบการยื่นบัญชีฯทั้ง 2 ครั้ง ทรัพย์สินลดลง 45,414,563บาท 

        รายการทรัพย์สินที่ลดลงประกอบด้วย

        1.เงินลงทุนของนางพรทิวา 8,735,902 บาท ของนายอนุชา 4,392,000 บาท  รวม 13,127,902 บาท

       2.เงินฝาก ของนางพรทิวา 25,521,869 บาท  ของนายอนุชา 11,031 บาท รวม 25,532,900 บาท

       3.ทรัพย์สินอื่น  ของนางพรทิวา10,940,000 บาท

        รายการทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วย

        1.ที่ดิน 2,862,000 บาท (เพิ่ม 1 แปลง ของนางพรทิวา)

        2.ยานพาหนะ รถยนต์ 1,124,936 บาท (ของนางพรทิวา)

         ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทรัพย์สินที่ลดลง โดยเฉพาะ “เงินฝาก” กับ “เงินลงทุน” หายไปไหน?

         การที่จะตรวจสอบเงินฝากเป็นเรื่องยาก (นอกจากเจ้าตัวที่รู้) แต่ในส่วนของ “เงินลงทุน” ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนฯ (TCIJ)  เรียบเรียงข้อมูลมาเสนอดังนี้

        ตอนเป็น ส.ส.ชัยนาท วันที่ 22 มกราคม 2551 นางพรทิวา ระบุว่า มีเงินลงทุน 8 รายการ มูลค่า 8,735,902 บาท  3 รายการ เป็นหุ้น

        1.บริษัท เอ.พี.คอนส์ จำกัด  23,916 หุ้น มูลค่า 2,391,600 บาท 

        2.บริษัท ณิชาบูล จำกัด   20,000 หุ้น มูลค่า 2,000,000 บาท   และ

        3.บริษัท รัชดาเรียลเอสเตท จำกัด 3,333 หุ้น มูลค่า 333,333 บาท   รวมมูลค่า 4,724,933 บาท

        นายอนุชามีเงินลงทุน 2 บริษัท มูลค่า 4,392,000 บาท  ได้แก่

       1.บริษัท เอ.พี.คอนส์ จำกัด  23,920 หุ้น มูลค่า 2,392,000 บาท และ

       2.บริษัท ณิชาบูล จำกัด   20,000 หุ้น มูลค่า 2,000,000 บาท

        ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันที่ 22 ธันวาคม 2551 นางพรทิวาแจ้งว่า มีเงินลงทุนหุ้นบริษัทการบินไทย จำกัด 200 หุ้น มูลค่า 2,000 บาท  และบริษัทหลักทรัพย์นครหลวงไทย จำกัด 500 หุ้น ไม่มีมูลค่า

       ขณะที่นายอนุชามีทรัพย์สิน 2,188,058 บาท ไม่มีเงินลงทุน

       บุตรไม่บรรลุนิติภาวะมีเงินฝาก 228,856 บาท

       รวมทรัพย์สิน 99,808,822 บาท หนี้สิน 3,387,464 บาท  (เฉพาะนางพรทิวา) เบ็ดเสร็จมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 96,421,358 บาท

       เท่ากับในช่วงเวลา 11 เดือนหลังเป็น ส.ส. ทรัพย์สินของนางพรทิวาและสามีลดลง 51,270,867 บาท โดยเฉพาะเงินลงทุนรวม 13.1 ล้านบาท

         ในจำนวนนี้เป็นหุ้นของนางพรทิวา 3 บริษัท จำนวน  47,249 หุ้น มูลค่า 4,724,933 บาท และหุ้นของนายอนุชา 2 บริษัท จำนวน 43,920 หุ้น มูลค่า 4,392,000 บาท รวมมูลค่า 9,116,933 บาท

       ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนฯ (TCIJ)  ตรวจสอบพบว่า ก่อนยื่นบัญชีฯทรัพย์สินก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  2 วัน นางพรทิวาได้โอนหุ้น  บริษัท เอพีคอนส์ จำกัด (ประกอบธุรกิจรับเหมา)  บริษัท ณิชาบูล จำกัด (ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์) และ บริษัท รัชดาเรียลเอสเตท จำกัด (ธุรกิจสถานบริการ “โพไซดอน”)  ไปให้นางบุญเรือน ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้เป็นแม่ ส่วนนายอนุชาโอนหุ้น 2 บริษัทไปให้นางบุญเรือน ศักดิ์ศิริเวทย์กุล (แม่ยาย) เช่นเดียวกัน 

        จึงเป็นที่มาของทรัพย์สิน (เงินลงทุน) ที่หายไป

       ซึ่งก็ได้คำตอบว่า วนเวียนอยู่กับคนใกล้ตัวนั่นแหละ?    

........

(หมายเหตุ : ที่มา : ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนฯ (TCIJ) รวบรวม

http://www.tcijthai.com/)