ข่าว

"พระองค์ภาฯ"  ทรงนำเสนอมาตรฐานผู้ต้องขังหญิงสู่เวทีสหประชาชาติ

"พระองค์ภาฯ" ทรงนำเสนอมาตรฐานผู้ต้องขังหญิงสู่เวทีสหประชาชาติ

24 เม.ย. 2552

ช่วงระหว่างวันที่ 15-19 เมษายนที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 18 ณ สำนักงานสหประชาชาติ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย

    โดยทรงมีพระดำรัสในพิธีเปิดการประชุม ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งเกี่ยวกับการจัดทำ "โครงการเอลฟี" เพื่อลดช่องว่างในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงตอนหนึ่งความว่า ตามที่ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวถึงความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง  รวมทั้งบุตรติดผู้ต้องขัง ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา  สมัยที่ 17 มาแล้วถึงข้อกังวลที่ว่า แม้ว่ามีจำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก  แต่ผู้ต้องขังหญิงก็มักจะเป็นผู้ถูกละเลยในทัณฑสถาน และแม้ว่าข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ ค.ศ. 1955 จะครอบคลุมถึงการดูแลนักโทษทั้งหมดโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ดี เราต้องยอมรับว่าข้อกำหนดดังกล่าวมิได้คำนึงถึงความต้องการจำเพาะของผู้ต้องขังหญิงเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงได้ริเริ่มโครงการเอลฟี ซึ่งย่อมาจากโครงการ "Enhancing Lives of Female Inmate" ในปีที่ผ่านมาเพื่อลดช่องว่างในมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังของสหประชาชาติ ที่มิได้ระบุถึงความแตกต่างระหว่างเพศไว้ โดยการเพิ่มข้อกำหนดต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ต้องขังหญิง

       พร้อมกันนี้ทรงร่วมหารือทวิภาคีเกี่ยวกับบทบาทของกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในเวทีสหประชาชาติ ซึ่งอันโตนิโอ ได้กล่าวชื่นชมถึงการดำเนินงานโครงการกำลังใจในพระดำริ และการผลักดันมาตรฐานว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงของสหประชาชาติ หรือโครงการเอลฟี รวมถึงความก้าวหน้าของกฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วย

  และในโอกาสเดียวกัน อันโตนิโอ มาเรีย คอสตา ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม หรือ UNODC ได้ถวายเหรียญรางวัลเกียรติยศสูงสุด Medal  of  Recognition  แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา  อันเนื่องทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะด้านสิทธิของผู้ต้องขังที่ทรงได้ริเริ่มภายใต้โครงการกำลังใจเมื่อปีที่ผ่านมาและมาถึงโครงการเอลฟีในปีนี้ ซึ่งทำให้เป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ อีกทั้งการที่ทรงรับเป็นองค์ทูตสันถวไมตรีในโครงการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง  ของกองทุนการพัฒนาสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเฟม ที่ได้มีผลงานต่อเนื่องอย่างมากในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยเหรียญรางวัลเกียรติยศนี้เพิ่งมีบุคคลสำคัญระดับโลกได้รับเพียง 2 ท่าน คือ มกุฎราชกุมารแห่งกาตาร์ และภริยาของประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์