ข่าว

ซัวเรซยิงเบิ้ลอุรุกวัยชิงโคปาลุ้นแชมป์สมัย15

ซัวเรซยิงเบิ้ลอุรุกวัยชิงโคปาลุ้นแชมป์สมัย15

21 ก.ค. 2554

"จอมโหด" อุรุกวัย ผงาดชิงชนะเลิศโคปา อเมริกา 2011 หลังพิชิต เปรู 2-0 หลุยส์ ซัวเรซ เหมาคนเดียว 2 ลูก ในรอบรองชนะเลิศวันที่ 19 ก.ค. ได้ลุ้นแชมป์สมัยที่ 15 ครองเจ้าอเมริกาใต้แบบเดี่ยวๆ

          ศึกโคปา อเมริกา รอบรองชนะเลิศคู่แรกวันที่ 19 กรกฎาคม "จอมโหด" อุรุกวัย แชมป์ 14 สมัยเท่ากับ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ลงสนามที่ลา พลาตา อาร์เจนตินา พบ เปรู ที่รอบแรกเสมอกันมา 1-1 แต่นัดนี้อุรุกวัยไม่มี เอดิสัน คาวานี หัวหอกคนสำคัญที่เจ็บ ต้องใช้ ดิเอโก ฟอร์ลัน ยืนคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ เพียง 2 คน

           เกมในช่วงต้นครึ่งแรกเป็นอุรุกวัยที่ปรับเกมมาเดินหน้าเปิดเกมรุกอย่างดุดัน แต่เปรูก็ช่วยกันยันจนรอดพ้นการเสียประตูไปได้ ก่อนจะพอเปิดเกมรุกได้บ้างในช่วงท้ายครึ่งแรกก่อนที่ 45 นาที แรกจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0

           เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 7 นาที อุรุกวัย ได้ประตูออกนำก่อนจนได้เมื่อ ฟอร์ลัน ลากตัดจากทางขวามายิงหน้าเขตโทษ ราเซิล เฟอร์นันเดซ ปัดบอลออกมาและเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตามซ้ำมุมแคบเข้าไปเป็น 1-0 ก่อนที่อีก 5 นาทีต่อมา อุรุกวัย มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจากเกมโต้กลับ ฟอร์ลัน วางบอลยาวให้ ซัวเรซ หลุดไปแตะหลบ เฟอร์นันเดซ ก่อนยิงใส่ประตูโล่งๆ เป็น 2-0 ก่อนที่นาทีที่ 68 ฮวน บาร์กาส กัปตันทีมเปรูจะถูกใบแดงจากการใช้ศอก จบเกม อุรุกวัย ชนะ 2-0

           จากชัยชนะนัดนี้ทำให้อุรุกวัย เข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เวเนซุเอลา กับ ปารากวัย ในวันที่ 24 กรกฎาคม ที่บูเอโนสไอเรส และยังส่งผลให้อุรุกวัย ได้ลุ้นแชมป์สมัยที่ 15 ซึ่งหากทำได้จะเป็นแชมป์รายการนี้สูงสุดอีกครั้ง หลังจากครองแชมป์มาแล้ว 14 สมัยเท่ากับอาร์เจนตินา

           หลังจบการแข่งขัน ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซืออุรุกวัย มองว่าชัยชนะนัดนี้เป็นเพราะประสบการณ์ล้วนๆ เนื่องจากเกมครึ่งแรกสูสีกันมาก และการที่ลูกทีมเล่นกันมานานจนรู้ใจก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ได้ประตู

           "เราต้องใช้ประสบการณ์ที่พวกเรามีทั้งหมด นักเตะชุดนี้ต่างรู้จักกันมานานแล้ว เรามีความสุขมากๆ ที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ แต่เกมวันอาทิตย์ยังเป็นเส้นทางอีกไกล เราต้องยึดมั่นในระบบและวินัยของพวกเราเอาไว้ให้ได้ พวกเด็กๆ ต้องเรียนรู้จากการแข่งขันที่สูสีกันแบบนี้" ตาบาเรซ กล่าว

           ด้าน เซร์คิโอ มาร์คาเรียน โค้ชชาวอุรุกวัยของเปรู ยอมรับว่าเป็นเพราะการที่ต้องเสี่ยงบุกเอาประตูคืนทำให้เสียประตูที่ 2 และไม่สามารถกลับมาได้ แต่ลูกทีมต่างทำหน้าที่กันได้ดี และต้องแสดงความยินดีกับอุรุกวัยที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ

           "เราต้องยอมรับผลในตอนท้ายที่ออกมา แต่เราตกรอบไปแบบเงยหน้าได้ ผมพอใจกับลูกทีม เราแสดงให้เห็นว่าเราสู้แล้ว มันเป็นเรื่องเจ็บปวดที่เป็นฝ่ายแพ้ แต่เราก็ต้องยินดีกับอุรุกวัยด้วยเช่นกัน" มาร์คาเรียน กล่าว