ข่าว

อาเซียน-จีนลดขัดแย้งทะเลจีนใต้

อาเซียน-จีนลดขัดแย้งทะเลจีนใต้

21 ก.ค. 2554

บาหลี- จีนและอาเซียนบรรลุข้อตกลงกำหนดแนวนโยบายความร่วมมือในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ แต่ยอมรับหนทางยังอีกไกล กว่าสองฝ่ายจะมีข้อตกลงแบบมีผลผูกมัด

           เจ้าหน้าที่อาวุโสจากจีนและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ได้พบหารือในระหว่างการประชุมประจำปีอาเซียนที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันพุธ(20 ก.ค.) ก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในวันพฤหัสบดี และเห็นพ้องกันถึงแนวทางความร่วมมือในทะเลจีนใต้ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร และสถานการณ์การแย่งชิงกรรมสิทธิ์ในระยะหลังๆ ค่อนข้างตึงเครียด

            นักการทูตหลายคนยอมรับว่า ข้อตกลงฯ มีขึ้นเพื่อลดความขัดแย้ง และมีลักษณะทั่วไปมากกว่าระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจง ยิ่งไปกว่านั้น ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างในเรื่องพื้นที่ที่เป็นปมขัดแย้ง โดยฝ่ายจีนอ้างกรรมสิทธิ์พื้นที่ทั้งหมด แต่ฟิลิปปินส์ต้องการให้คณะอนุญาโตตุลาการของสหประชาชาติเป็นผู้ชี้ขาด 

            กระนั้น เจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงต่างประเทศเวียดนามเห็นว่า นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีของจีนและอาเซียนที่จะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในภูมิภาค ขณะที่นายหลิว เจิ้นหมิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวว่า เอกสารนี้เป็นหมุดหลักสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างจีนกับชาติอาเซียน

           กฎระเบียบปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนกับอาเซียนเจรจาหารือกันมานานเกือบ 10 ปี ได้กำหนดแนวทางที่จะให้ประเทศผู้อ้างสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท ปฏิบัติตามกฎที่ตั้งขึ้นเพื่อควบคุมการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่บริเวณนั้น โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้จีนและอาเซียนสามารถตกลงระเบียบปฏิบัติที่จะมีผลทางกฎหมาย แต่นักการทูตระบุว่าเป้าหมายนั้นยังอยู่อีกไกล จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้

            หมู่เกาะสแปรตลีย์และพื้นที่อื่นๆ ในทะเลจีนใต้ เป็นเขตทับซ้อนที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน และมาเลเซีย ออกมาอ้างกรรมสิทธิ์ ขณะที่จีนยืนยันว่ากรณีพิพาทในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ควรหาข้อยุติในระดับทวิภาคี และไม่ต้องการให้สหรัฐยื่นมือเข้ามายุ่ง  

            วันเดียวกัน ส.ส.ฟิลิปปินส์ 5 คน พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่ง เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว 2 ลำไปเยือนเกาะทิตู หรือชื่อภาษาฟิลิปปินส์ว่า ปากาซา ซึ่งอยู่ใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ แม้จีนเตือนก่อนหน้านี้ว่าการไปเยือนไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะบั่นทอนเสถียรภาพและสันติสุขในภูมิภาค และกระทบความสัมพันธ์ระหว่างกัน