ข่าว

ผู้ส่งออกจับตาห่วง"บาท"ผันผวนธปท.ชี้แข็งตามภูมิภาค

ผู้ส่งออกจับตาห่วง"บาท"ผันผวนธปท.ชี้แข็งตามภูมิภาค

21 ก.ค. 2554

ธปท.ชี้เงินบาทแข็งค่าทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาค มองภาพรวมยังไม่น่าเป็นห่วง เผยเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นและตราสารหนี้เกือบเท่าที่ไหลออก ด้านผู้ส่งออกจับตาใกล้ชิด กังวลค่าเงินบาทผันผวน ฝาก ธปท.ดูแลให้มีช่องปรับตัวรับมือ

           นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ขณะนี้ค่าเงินบาทจะเริ่มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น กระแสข่าวความเป็นไปได้ที่สหรัฐอาจนำมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ (คิวอี) มาใช้เป็นรอบที่ 3 ทำให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งคนที่ซื้อทองไว้ก็จะขาย และเมื่อได้เงินดอลลาร์สหรัฐมาก็จะซื้อเงินบาทส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า ส่วนมาตรการดูแลคงเร็วไปที่จะให้คำตอบในตอนนี้

            แหล่งข่าวผู้บริหาร ธปท.กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไทยในช่วงนี้ แม้จะมีความผันผวนมากขึ้น แต่ก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 5% และเป็นระดับที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาอะไรกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้นในภาพรวมจึงไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นจากเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยเป็นการลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ ทำให้เม็ดเงินที่เคยไหลออกจากตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไปในช่วงก่อนหน้านี้ เริ่มที่จะกลับเข้ามาจนครบแล้ว

            นายวีระชัย คุณาวิชยานนท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกเริ่มกังวลว่าเงินบาทจะมีความผันผวน ซึ่งก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากค่าเงินบาทแข็งขึ้นไปอยู่ที่ 29 บาทเศษสัก 1 เดือนแล้วกลับมาอยู่ที่ 30 บาทเหมือนเดิมก็ไม่มีปัญหาสำหรับการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ผู้ส่งออกกำลังติดตามดูนโยบายค่าเงินบาทของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย เพราะมีกระแสข่าวว่าจะปล่อยให้เงินบาทแข็งค่า ถ้าเป็นจริงก็คงลำบาก

            ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกูล รองกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปตามทิศทางของภูมิภาค ซึ่งผู้ส่งออกต้องเร่งเฝ้าระวังสถานการณ์ค่าเงินอย่างใกล้ชิดและเตรียมตัวรับมือค่าเงินที่อาจแข็งค่าเพิ่มขึ้น และแม้ว่าขณะนี้เงินบาทที่แข็งค่าจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก แต่หากมีการแข็งค่าเพิ่มขึ้นในเวลาที่รวดเร็วเกินไปจะทำให้ผู้ส่งออกไทยเสียขีดความสามารถการแข่งขันทันทีจึงต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนเพื่อให้ผู้ส่งสามารถปรับตัวรับมือได้ทันสถานการณ์

             “ตอนนี้คงไม่ต้องปรับตัวอะไรเยอะ แต่ก็บอกผู้ส่งออกกันว่าต้องระวังตัวหน่อย ช่วงนี้เงินบาทแข็งค่า ขณะที่เงินสกุลอื่นก็แข็งค่าด้วย จึงอาจจะยังได้เปรียบไทยอยู่บ้าง แต่ไม่มาก จากนี้ก็ต้องดูแล อย่าให้แข็งค่าเร็วเกินไปเพื่อให้ได้มีเวลาปรับตัวได้ทัน” นายพรศิลป์ กล่าว