ข่าว

ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด-น้ำจิ้ม น้ำใจ

ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด-น้ำจิ้ม น้ำใจ

21 ก.ค. 2554

อาหารไทยแท้แต่โบราณมีเพียงแค่บรรดาอาหารปิ้งๆ ย่างๆ เท่านั้น การต้มยำทำแกงหรือผัดต่างๆ ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกที่มีเครื่องเทศเครื่องแกงเป็นองค์ประกอบ ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลมาจากแขกเปอร์เซียในสมัยกรุงศรีอยุธยาทั้งสิ้น แต

          ชนชาติไทยของเราเป็นชาติที่รับอิทธิพลของชาติอื่นได้ง่าย แต่มีหัวดัดแปลงจนหลายอย่างกลายเป็นที่รู้จักกันในนามของไทยแท้ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารหลายต่อหลายย่าง เช่น เรื่องของบรรดาแกงที่มีเครื่องเทศเป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งหลายดังที่กล่าวมา หรือแม้แต่ของหวานจานเก่งอย่างฝอยทอง, ทองหยิบ, ทองหยอด ก็มิได้เป็นของไทยมาตั้งแต่ต้น

           ขนาดสุกียากี้ของญี่ปุ่นเมื่อตกมาถึงมือแม่ครัวชาวไทย หลังจากผ่านการปรับปรุงให้เป็นรสชาติและกรรมวิธีการกินแบบไทยๆ ไปแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังหลงใหลสุกียากี้แบบไทยมากกว่าของแท้ดั้งเดิมในญี่ปุ่นด้วยซ้ำ  

           นอกจากสุกียากี้ที่ดัดแปลงจนญี่ปุ่นจำเค้าโครงไม่ได้แล้ว ประเทศไทยยังนิยมอาหารปิ้งย่างแบบเกาหลีขึ้นมาอีก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นต้นตำรับอาหารเกาหลีหรือญี่ปุ่นก็ตาม เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้ว สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือการปรับปรุงน้ำจิ้มให้เข้ากับรสปากของคนไทย ที่นิยมรสจัดทั้งเผ็ด, เปรี้ยว และฉุนร้อนด้วยกระเทียม

           ร้านอาหารจำพวกปิ้ง, ย่าง, ต้ม แบบสุกียากี้ทั้งหลาย จึงมักจะมีเครื่องจิ้มหลากหลายรสให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองตามความชอบ หลายแห่งนอกจากจะมีให้เลือกหลากหลายแล้ว ยังมีเครื่องปรุงให้ผู้บริโภคได้ปรุงรสเองอีกต่างหาก ซึ่งเครื่องปรุงเหล่านั้นส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยพริกขี้หนูเพิ่มความเผ็ดร้อน กระเทียมเพิ่มความฉุนกลบกลิ่นคาว และมะนาวเพิ่มรสเปรี้ยวกลบความหวานเพราะไม่สดของเนื้อทั้งหลาย

           การให้เครื่องปรุงทั้งหลายที่กล่าวมานี้ ถือว่าเป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบ ในเรื่องของความไม่อร่อยถูกปาก เพราะผู้บริโภคหรือคนกินเป็นผู้ปรุงรส ตามความพึงพอใจของแต่ละคน ใครอยากเผ็ดมากก็ใส่พริกลงไป ใครชอบเปรี้ยวก็บีบมะนาวตามใจชอบ ใครชอบฉุนไม่กลัวกลิ่นปากก็ใส่กระเทียมสับลงไปเยอะๆ

           เรื่องอย่างนี้ต้องยกให้ เอ็มเค สุกี้ ที่อ่านใจคนไทยได้ถูกต้องมากที่สุด เพราะลูกค้าจะขอกระเทียม, พริกขี้หนู หรือมะนาวมากน้อยเพียงใด ก็ไม่มีการคิดเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว ในขณะที่ผู้จำหน่ายอาหารทำนองเดียวกันอีกหลายราย จะคิดค่าเครื่องปรุงเหล่านั้นเพิ่มตามคำขอ

           โดยหารู้ไม่ว่า หากน้ำจิ้มของตนเองมีรสชาติถูกปากคนกินแล้ว จะมีใครที่ไหนจะมาปรุงให้เสียรสชาติของอาหารไปอีก และหากน้ำจิ้มทำให้อาหารถูกปากคนกินได้มากเท่าไหร่ คนกินก็กินมากขึ้นหรือสั่งอาหารมากขึ้นเท่านั้น ผู้ให้บริการหรือร้านค้าที่ใจแคบหรือคิดเพียงแค่ว่า คนกินจะมาสั่งเครื่องปรุงไปผสมทิ้งผสมขว้าง จึงเป็นผู้ประกอบการที่นับวันจะมีคนใช้บริการน้อยลงเพราะความใจแคบของตนเอง บวกกับลูกค้าที่เสียดายเงินค่าเครื่องปรุง ด่วนสรุปตัดสินว่ารสชาติของอาหารไม่ถูกปากนั่นเอง

           ที่ร้ายกว่านั้นคือบรรดาร้านอาหารปิ้ง, ย่างเกิดใหม่บางราย คิดค่าบริการแม้กระทั่งการเปลี่ยนตะแกรงหรือกะทะสำหรับปิ้ง, ย่างอาหาร โดยไม่คิดว่าหากลูกค้าเปลี่ยนตะแกรงหรือกะทะบ่อยครั้ง ย่อมหมายถึงมีการสั่งอาหารไปปิ้ง, ย่างหรือทอดจำนวนมากขึ้น นั่นหมายถึงยอดจำหน่ายและกำไรของร้านย่อมมากขึ้นตามไปด้วย

           การทำการค้าที่คิดเล็กคิดน้อยจนลืมข้อเท็จจริงไปเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร้านค้าอย่างแน่นอน ผู้บริโภคหรือลูกค้าทั้งหลายย่อมต้องคิดได้ในสักวันหนึ่งว่ากำลังถูกเอาเปรียบ เพราะการทำให้อาหารรสชาติถูกปากหรือสะดวกต่อการบริโภค คือหน้าที่ของร้านค้าอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยคงต้องมีการคิดค่าบริการล้างจานและเช็ดโต๊ะเพิ่มขึ้นอีกกระมังครับ


พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ