
บุญมีแต่กรรมบัง!
ในวันที่ 21 กรกฎาคม "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) จะประกาศรับรองคุณสมบัติความเป็น ส.ส.ให้แก่ ส.ส.ที่เหลืออีก 130 คน หลังจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้ประกาศไปแล้ว 12 คน จากทั้งหมด 142 คน
บรรดา "แฟนพันธุ์แท้" ของแกนนำ นปช.จำนวน 12 คน สังกัดพรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่ได้รับรองคุณสมบัติจาก กกต. คงจะรอลุ้นด้วยใจอันจดจ่อ
สำหรับ "ว่าที่ ส.ส." อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ "พัชรินทร์ มั่นปาน" ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 จาก "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ก็เรียกความสนใจให้แก่สังคมโดยทั่วไปพอสมควร
เพราะถือเป็น "ม้ามืด" และเป็น "พรรคการเมืองน้องใหม่" ที่ประชาชนให้ความสนใจลงคะแนนเลือกจนสามารถติดหนึ่งในพรรคที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าวินมาได้ 1 คน คือ "สุรทิน พิจารณ์" บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ในฐานะหัวหน้าพรรค
ที่สำคัญเป็นพรรคการเมืองที่ "พรรคเพื่อไทย" เชิญให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกด้วย
แต่ต่อมาพบว่า "สุรทิน" เคยถูกศาลล้มละลายกลางตัดสินเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อปี 2552 ทำให้ "สุรทิน" ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 102 วรรคสอง ที่ระบุว่า บุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ถือเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ทำให้ "หวย" ไปออกที่ "พัชรินทร์ มั่นปาน" ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 พรรรคประชาธิปไตยใหม่
แต่ปรากฏว่า "กกต." ได้สั่ง "แขวน" พัชรินทร์ ยังไม่ประกาศรับรองคุณสมบัติการเป็น ส.ส.
มีหลายคนตั้งข้อสังเกตสาเหตุของการ "แขวน" ครั้งนี้ว่า อาจจะเกี่ยวเนื่องมาจาก "สุรทิน" ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เพราะพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ได้ระบุไว้ว่า กรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ซึ่ง "สุรทิน" มีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลายการก่อตั้งพรรคน่าจะมีปัญหา
เนื่องจาก "กรรมการบริหารพรรค" ขาดคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้ามการก่อตั้งพรรคจึงน่าจะเป็น "โมฆะ"
ดูเหมือน "สุรทิน" และคณะทำงานของพรรคจะรู้เงื่อนไขนี้ดีจึงเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ "กกต"
โดย "สุรทิน" ยืนยันว่า ตอนที่สมัครไม่ทราบว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่เมื่อ กกต.ไม่ประกาศรับรองเป็นผู้สมัคร เพราะเป็นบุคคลล้มละลาย จึงได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรคทุกคน เป็นผู้สมัครในนามพรรคที่เป็นนิติบุคคล ไม่ใช่การตัดสินใจของหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว
จึงเกิดคำถามขึ้นว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับ "พรรคประชาธิปไตยใหม่" หากการก่อตั้งพรรคเป็น "โมฆะ" และจะเกิดอะไรขึ้นกับ "พัชรินทร์ มั่นปาน" ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ที่ "กกต." ยังไม่ประกาศรับรองคุณสมบัติ ส.ส.
ในส่วนของ "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ก็มีความเป็นไปได้ว่า "กกต." น่าจะส่งสำนวนให้ "ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง" ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะสั่งยุบพรรคหรือไม่อย่างไร
ถ้าโชคดีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ยุบ "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ก็สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้
แต่ถ้า "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีคำวินิจฉัยตรงกันข้าม "พัชรินทร์ มั่นปาน" ซึ่งเป็น "ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ" ยังคงถือว่าเป็นผู้ที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกพรรคนี้ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ตัวบุคคล คือ "สุรทิน" ขาดคุณสมบัติ ก็ต้องนำคะแนนดังกล่าวไปให้แก่ผู้สมัครของพรรคคนถัดไปมารับสิทธิ์ที่ประชาชนมอบให้แทน
เมื่อ "พรรคถูกยุบ" คะแนนที่เลือกพรรคนี้ยังคงอยู่ "พัชรินทร์" ในฐานะผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปโดย "พัชรินทร์" ต้อง "หาพรรคใหม่สังกัด" ก็จะสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้
ดังนั้น ข่าวก่อนหน้าที่ที่ระบุว่าหาก "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบอาจจะทำให้ "สุวิทย์ คุณกิตติ" หัวหน้าพรรคพรรคกิจสังคม ในฐานะผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 จะเป็นพรรคที่โชคดีได้เลื่อนลำดับขึ้นมาแทนสุดท้ายแล้วคงไม่ใช่!
หากทุกอย่างที่กล่าวมาจบลงลักษณะนี้ก็น่าจะแสดงความยินดีต่อ "พัชรินทร์ มั่นปาน"
แต่สำหรับ "สุรทินกับสุวิทย์" ก็ให้ถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ "บุญมี แต่กรรมบัง" ก็แล้วกัน!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



