ข่าว

สั่งตชด.พร้อมแทนทหารถอนกำลัง

สั่งตชด.พร้อมแทนทหารถอนกำลัง

20 ก.ค. 2554

กลาโหมเตรียมถก ก.ต่างประเทศ หลังศาลโลกสั่งถอนทหาร ชี้หากเข้าตาม ม. 190 ต้องรอรัฐบาลใหม่ "ทบ." ยันต้องคุยเขมรก่อน เผยไทยยังตรึงชายแดนเข้มตามปกติ ผบ.ตร.สั่ง ตชด.พร้อม "มาร์ค" ไม่แน่ใจใช้ได้หรือไม่ ยันไร้ข่าวกองทัพไม่สบายใจ คุย “ประวิตร-ประยุทธ์” แล้ว

          (20ก.ค.) พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ศาลโลกมีคำตัดสินให้ฝ่ายไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหารว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นชาติสมาชิกที่ปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาโดยตลอด แต่ทั้งนี้การดำเนินการใดๆ ก็จะต้องไม่ขัดแย้งและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการตามคำตัดสินดังกล่าว 

           พ.อ.ธนาธิปกล่าวต่อว่า การถอนทหารออกจากพื้นที่มีรายละเอียดและผลกระทบกับหลายฝ่าย ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องมีการพูดคุยกันเสียก่อน เพราะเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีแผนที่จะร่วมหารือกับกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในทางคดี เพื่อหาแนวทางและขั้นตอนในการดำเนินการต่างๆ ซึ่งกองทัพจะต้องนำนโยบายไปปฏิบัติให้ถูกต้อง รวมทั้งจะต้องศึกษาความเกี่ยวข้องในแง่ของกฎหมายด้วย เพราะหากเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยก็จำเป็นต้องนำกรณีดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งขณะนี้ไทยยังอยู่ระหว่างการรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นคงจะต้องรอให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาเสียก่อนจึงจะมีความชัดเจน แต่ยืนยันว่าขณะนี้กำลังทหารของไทยซึ่งปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย ยังคงอยู่ในที่ตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

 

"ทบ."ยันต้องคุยเขมรก่อนถอนทหารเผยไทยยังตรึงชายแดนเข้ม

           พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความเตรียมพร้อมของทหารไทยบริเวณแนวชายแดนไทย กัมพูชา หลังจากศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบริเวณประสาทพระวิหาร ว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศไปหารือกัน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงรัฐบาลรักษาการณ์ ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามา แต่ขณะนี้ทหารยังคงสภาพกำลังในพื้นที่ เนื่องจากการปรับหรือถอนกำลังจะต้องไม่ให้มีความรู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน จึงต้องพูดคุยกับทางกัมพูชา โดยผ่านการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) เพื่อให้เกิดสิ่งต่างๆและคนไทยจะได้สบายใจว่าเราดูแลอธิปไตย ซึ่งต้องคุยกับกัมพูชาว่าจะต้องถอนเมื่อไหร่ อย่างไร คิดว่าไม่น่าจะเสร็จในเร็ววัน เพราะมีรายละเอียดต้องพุดคุยกันมาก รวมถึงผู้สังเกตการณ์ที่จะเข้ามาในพื้นที่ด้วย

 

ผบช.ภาค3สั่งกำลังพลเตรียมหนุนชายแดน

           ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชาว่า สถานการณ์โดยภาพรวมตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งประกอบด้วย จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ขณะนี้ทุกอย่างยังคงอยู่ในภาวะปกติ ซึ่งหากจะมีการดำเนินการใดๆทุกอย่างคงอยู่ภายใต้กรอบการพิจารณาสั่งการของทางรัฐบาล เช่นเดียวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องรอฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาว่าจะมีการสั่งการลงมาอย่างไร

           สำหรับในส่วนของตนเองฐานะผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ซึ่งประกอบด้วย 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง คือ นครราชสีมา , ชัยภูมิ , สุรินทร์ , บุรีรัมย์ , ศรีสะเกษ , ยโสธร , อำนาจเจริญ และ อบุลราชธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท้องที่เตรียมพร้อม ทั้งในเรื่องของการฝึกทบทวนการใช้อาวุธและยุทธวิถีการปฏิบัติภารกิจในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งมีการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ให้มีความพร้อมเพื่อที่จะให้สามารถรับภารกิจได้ทันทีหากมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาลงมา

            ทั้งนี้หากมีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่จริงตามคำสั่งของศาลโลก ทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็จะรอดูนโยบายของทางรัฐบาลว่าจะออกมาในรูปแบบใด และจะรอฟังคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าจะสั่งการให้ทางตำรวจภูธรภาค 3 ปฏิบัติหน้าที่หรือรองรับภารกิจมาน้อยขนาดไหน ซึ่งทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน ทั้งในส่วนของกำลังหลักซึ่งจะเป็นตำรวจภูธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งการใช้กำลังในการดูแลรักษาพื้นที่ก็จะเป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาว่าจะมีคำสั่งให้จัดกำลังหรือเสริมกำลังไปในพื้นที่ใดหรือรูปแบบใด เพราะตามปกติแล้วภารกิจของทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็จะเน้นในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ

            สำหรับกำลังพลที่มีอยู่ขณะนี้นั้นส่วนตัวมั่นใจว่ามีเพียงพอที่จะสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้ ทั้งนี้ในส่วนของกำลังพลที่มีอยู่ในพื้นที่รับผิดของทางตำรวจภูธรภาค 3 มีมากกว่า 20,000 นาย แต่หากต้องมีการเสริมหรือเพิ่มเติมกำลังใดๆ ก็จะมีการประสานงานบูรณาการร่วมกันจากทั้งกำลังตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงและการสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับทางคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าจะมีการสั่งการลงมาในรูปแบบใด

            ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวอีกว่า ในการทำหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะไม่ใช้การเข้าไปปฏิบัติภารกิจแทนกำลังทหาร เพราะว่าภารกิจของตำรวจและทหารเป็นคนละภารกิจกัน แต่จะเป็นในรูปแบบของการสนับสนุนและเสริมการปฏิบัติหน้าที่ให้กับทางทหาร เพราะการรับผิดชอบหลักในพื้นที่แนวชายแดนจะเป็นหน้าที่หลักของกำลังทหาร ส่วนในพื้นที่อาจจะมีการถอนทหารออกมานั้นคงอยู่ในการพิจารณาของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตรวจมีความพร้อมที่จะสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีหากมีคำสั่งลงมา

 

"นายกฯ"ไม่แน่ใจใช้ตชด.คุมชายแดนได้หรือไม่

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกระแสข่าวที่กัมพูชาจะใช้กำลังตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.)เข้ามาตรึงชายแดนไทย-กัมพูชาพื้นที่เขาพระวิหารแทนกำลังทหารภายหลังศาลโลกมีคำสั่งให้เป็นเขตปลอดทหาร ว่า การจะดำเนินการอย่างไรและเป็นไปตามเงื่อนไขตามคำสั่งศาลโลกเป็นสิ่งที่จะต้องทำความชัดเจนกัน ในส่วนของไทยเจ้าหน้าที่ต่างๆที่สามารถเข้าไปรักษาผลประโยชน์ของประเทศก็ต้องทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นคิดว่ามันคงอยู่ที่เงื่อนไขของการพูดคุยกันด้วย แต่ตนไม่แน่ใจว่านิยามตามคำสั่งของศาลโลกจะตีความครอบคลุมถึงตชด.ด้วยหรือไม่

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ากัมพูชาเลี่ยงบาลีคำสั่งศาลเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อสถานการณ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การปฏิบัติอะไรก็ตามตนยังยืนยันว่าน่าจะต้องผ่านกระบวนการพูดคุยกันก่อน เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวออกมาจากฝ่ายกองทัพที่เหมือนกับไม่สบายใจในเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อเช้าตนก็คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ก็นั่งคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพียงแต่ว่าแน่นอนการบอกว่าจะต้องถอนหทารมันก็มีความรู้สึกแต่เราต้องดูภาพรวมและต้องไปพูดคุยกับทางกัมพูชา

           เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่านายกฯไปมองเรื่องปริมาณพื้นที่ที่จะถอนทหารแทนที่จะมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  "ไม่ใช่ๆ ใครไปพูดไม่มีหรอก เมื่อวานนี้(19ก.ค.) ตนยังบอกเลยว่าเรื่องพื้นที่มันคงใกล้เคียงกัน ความสำคัญที่เน้นตรงนี้เพราะไม่ต้องการให้เข้าใจผิดเพราะหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่าเป็นการถอนทหารออกจากพื้นที่ที่เป็นของเราฝ่ายเดียว ตนก็บอกว่ามันไม่ใช่ ส่วนในเชิงยุทธศาสตร์ ตนสอบถามผู้ที่มีหน้าที่ ซึ่งตนให้ความมั่นใจว่าเขาจะต้องดูแลรักษาอธิปไตยเขามองเชิงยุทธศาสตร์ทุกอย่าง เขาเตรียมการมีแผนรองรับทุกอย่างไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป "

            เมื่อถามว่าเราจะสามารถประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชาได้เมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามาถามล่วงหน้าไปมาก กัมพูชาภายในเขายังไม่ประชุมกันเลยว่าเขาจะทำอย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีใครขยับใครจะไปขยับ เมื่อถามว่า คิดว่ากัมพูชารอท่าทีรัฐบาลไทยชุดใหม่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะนายฮอ นัม ฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชาเขาคงรอเดินทางกลับมากัมพูชาก่อน อย่างไรก็ตามตนก็ยังไม่ทราบว่ากัมพูชาจะตามคำสั่งศาลหรือเปล่า ถ้าทำตามก็ต้องถอนทหารเลยเพราะศาลใช้คำว่าทันที ขณะนี้เป็นเรื่องขั้นตอนที่จะต้องไปพูดคุยกัน เพราะการปฏิบัติมันต้องอยู่กับความเป็นจริงเรื่องแบบนี้ต้องคุยกัน 2 ฝ่าย ขณะนี้ทุกอย่างในพื้นที่ยังเหมือนเดิม และตนคิดว่า 2 ฝ่ายควรจะพูดคุยกัน

           เมื่อถามว่า ขณะนี้กัมพูชาเคลื่อนไหวในเชิงจิตวิทยาว่าเป็นฝ่ายชนะไทยแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กัมพูชาเขาต้องทำเพราะว่าคนของเขาตั้งคำถามว่าอยู่ดีๆเอาเรื่องไปขึ้นศาลโลกไปบอกให้ขอให้ศาลสั่งให้ไทยถอนทหารปรากฏว่ากลับมาต้องถอนทหารออกจากพื้นที่เขามองว่าเป็นของเขาถึง 13 ตร.กม.

 

ผบ.ตร.สั่งตชด.เตรียมพร้อมหากถอนทหารจริง

           พล.ต.อ.วิเขียร พจน์โพธ์ศรี ผบ.ตร.กล่าวว่า ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ จะลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ เพื่อดูแลเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย หากต้องมีการถอนทหารออกนอกพื้นที่ตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ไทยและกัมพูชา ถอนกำลังทหาร ออกจากพื้นที่พิพาทรอบปราสาทพระวิหาร โดยสั่งการให้สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ไปก่อน ควบคู่กับเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะมีการทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้น เบื้องต้นยังไม่พบการเคลื่อนไหวผิดปกติแต่อย่างใด หากพบมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ก็จะมีการใช้กำลังตชด.เข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์
 
           พล.ต.อ. วิเชียร ยังกล่าวถึงการดูแลควบคุมอบายมุขทั่วประเทศว่า ตำรวจไม่ได้ปล่อยเกียร์ว่างช่วงเปลี่ยนผลัดรัฐบาล โดยสั่งการให้ตำรวจทุกคนปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ การกวดขันเรื่องอบายมุขต่างๆ บ่อนการพนันหรือตู้ม้า ปัญหายาเสพติด เนื่องจาก ยอมรับว่ามีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หากพบพื้นที่ใดปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนัน หรืออบายมุขในพื้นที่ จะมีผลต่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการลงไปอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดขึ้นมาทำงาน ตำรวจจะไม่นิ่งนอนใจในทำงาน เตรียมพร้อมเพื่อดูแลกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

ซ้อมแผนอพยพคนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยหากเกิดเหตุปะทะ

           เมื่อเวลา 09.30 น.ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์  จังหวัดศรีสะเกษ  นายวินัย  สิทธิมณฑล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธานการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสภาวะไม่ปกติ พ.ศ.2554 (การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง) จังหวัดศรีสะเกษ  โดยมีพลโท วรวัทย์  ดรุณชู  ที่ปรึกษากรมกิจการชายแดนทหาร  กองบัญชาการกองทัพไทย  ร่วมเป็นเกียรติในพิธี  นายเพิ่มศักดิ์  ฉวีรักษ์  นายอำเภอกันทรลักษ์  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  เข้าร่วมฝึกซ้อมอย่างพร้อมเพรียง

           รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  ด้านเขาพระวิหาร  เมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมาได้สร้างความสร้างความเสียหายและเกิดความสูญเสียแก่ประชาชน  มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 1 ราย  การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการฝึกซ้อมการอพยพประชาชนเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นการลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

           จังหวัดศรีสะเกษจึงได้จัดการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในครั้งนี้ขึ้น  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม  และซักซ้อมแนวทางในรการปฏิบัติงาน  ระบบบัญชาการ  ระบบการติดต่อสื่อสาร  การเคลื่อนย้ายผู้อพยพ  การอำนวยการและบริหารศูนย์รองรับผู้อพยพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  เป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  สร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้อยู่อย่างปกติสุขต่อไป

            นายวีระยุทธ    ดวงแก้ว  กำนัน ตำบลเสาธงชัย  อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  ในวันนี้  ทาง  จ.ศรีสะเกษ  จะได้ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการซักซ้อมแผนการอพยพชาวบ้านออกจากบ้านภูมิซรอล  และทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้   ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านมีความพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา โดยจะปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่ได้มีการซักซ้อมกันไว้เป็นอย่างดี

 

ทหาร“ไทย-กัมพูชา”ยังวางกำลังเข้มตลอดแนวชายแดน

              เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ชาวกัมพูชายังคงข้ามแดนมาซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอมเหมือนเดิม ส่วนนักเสี่ยงโชคที่เดินทางออกไปเสี่ยงโชคในบ่อนคาสิโน ที่ตั้งอยู่ในชุมชนโอร์เสม็ด ห่างจากด่านผ่านแดนถาวรช่องจอมประมาณ 200 เมตร ในเขต อ.สำโรง จ.อุดรมีชัยประเทศกัมพูชา ก็ยังมีนักพนันเดินทางออกไปเสี่ยงโชคยังบ่อนกาสิโนทั้ง 2 แห่ง  แต่มีจำนวนน้อยลงกว่าที่ยังไม่มีเหตุการณ์ที่ศาลโลกตัดสิน

            เช่นเดียวกับตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ได้มีนักท่องเที่ยวเข้ามากพอสมควร แต่ไม่หนาตามากนัก เนื่องจากเป็นวันธรรมดา ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยและกัมพูชา  ก็ต้องการให้ทั้ง 2 ประเทศหาเร่งหารือเจรจากันถอนกำลังออกไปทั้ง 2 ฝ่ายด้วยดีโดยเร็ว หลังศาลโลกตัดสินให้ถอนกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่ายออกจากพื้นที่พิพาท  เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะปะทะนำมาสู่สงครามอีกครั้ง

               ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์  ถึงแม้ว่ายังคงเป็นปกติ แต่ทหารไทยและกัมพูชาทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังเข้มตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่บริเวณปราสาทตาควาย-ช่องกร่าง ต.บักได ไปจนถึงปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ อยู่เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของตนเอง จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา  แต่โดยรวมทหารทั้ง 2 ฝ่ายในพื้นที่ยังสามารถพูดคุยกันได้ 

            ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม ที่จะออกไปกรีดยางพารา หรือทำไร่มันสำปะลัง สามารถออกไปทำไร่ทำนาได้เป็นปกติ โดยให้แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ของทหารและประชาชน หวั่นว่าจะมีสายลับ เข้ามาหาข่าวความเคลื่อนไหวของทหารไทย ในพื้นที่ชายแดน

              ทั้งนี้ชาวบ้านไทยนิยมพัฒนา, บ้านไทยสันติสุข, บ้านหนองตาเลิฟ, บ้านรุน ต.บักได ชาวบ้านหัวอ่าง ,บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง  อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดน ไทย-กัมพูชา ต่างได้เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะมีทหารมาแจ้งให้ผู้นำในหมู่บ้านให้แจ้งประชาชนให้เตรียมพร้อม ขณะที่ถนนสายต่างๆตามแนวชายแดน  ยังมีรถทหารและรถเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งตรวจตราสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา

 

สื่อเขมรตีข่าวไทยปฏิเสธถอนทหารตามคำสั่งศาลโลก

           รายงานข่าวจาก จ.สระแก้ว แจ้งว่า  ที่ตลาดปอยเปต ประเทศกัมพูชา หนังสือพิมพ์กัมพูชาทะมัย ฉบับประจำวันที่ 19 ก.ค.54 ได้พาดหัวข่าวหน้า 1 ว่า”ทหารไทยปฏิเสธถอนทหารรอบปราสาทพระวิหารตามคำสั่งศาลโลก”ซึ่งในเนื้อข่าวรายงานว่า รัฐบาลกัมพูชานำโดยนายฮอ นำฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาได้แถลงข่าว ว่าหลังศาลโลกตัดสินให้ประเทศกัมพูชาและประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทเขาพระวิหาร เพื่อเป็นการคุ้มครองพื้นที่กรณีข้อพิพาทของกัมพูชาและไทยชั่วคราวนั้น ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของประเทศกัมพูชา โดยศาลโลกได้ปฏิเสธข้อเสนอของประเทศไทย ซึ่งการตัดสินคุ้มครองชั่วคราวในครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศกัมพูชา

           ขณะเดียวกันหลังจากศาลโลกตัดสินให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทเขาพระวิหารเมื่อวันที่ 18 ก.ค.54 แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยได้ทำการแถลงข่าวว่าทางกองทัพภาคที่ 2 จะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลก โดยยังคงมีคำสั่งให้  ทหารตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเหมือนเดิม ส่วนจะถอนกำลังทหารเมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับคำสั่งของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยเท่านั้น

           นาย ฮอ นำฮง รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เปราะบาง การเผชิญหน้ากันระหว่างทหารกัมพูชากับทหารไทยนั้น ยังไม่มีใครรับรองได้ว่าการรุกรานจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง จึงอยากจะให้ประเทศไทยเคารพต่อคำตัดสินของศาลโลกในครั้งนี้อย่างเคร่งครัด ส่วนประเทศกัมพูชานั้นได้ยึดถือและปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกอย่างเคร่งครัดแล้ว และยังเชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยเคารพและปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลก กรณีพิพาทในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารของประเทศกัมพูชากับประเทศไทยจะจบลงในไม่ช้านี้