
ป่าไม้อุทยานฯทับลานปิดป้ายสั่งรื้อรีสอร์ท8แห่ง
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวโคราชระบุหลังกรมป่าไม้เตรียมเข้ารื้อถอนรีสอร์ทในอ.วังน้ำเขียว ส่งผลให้เสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 30ล้านบาท-กรมป่าไม้ปิดป้ายเตือนรีสอร์ท8แห่งรื้อถอนออกจากพื้นที่ ภายใน(30 ต.ค.)นี้
(20 ก.ค. 54) ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการอบรมให้ความรู้กลุ่มธุรกิจบริการการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับแผนธุรกิจ แผนการจัดการ การผลิต และแผนการตลาด อีกทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการท่องเที่ยว
เนื่องจากการท่องเที่ยวในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อีกทั้งเพื่อเชื่อมโยงกับการสร้างรายได้ให้กับชุนชนในท้องถิ่น โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 250 คน
นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้จะเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่ป่าและเขตอุทยานแห่งชาติใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า กรณีนี้ไม่น่าจะได้รับกระทบต่อภาวะการท่องเที่ยวของจ.นครราชสีมามากนัก จะเป็นการกระทบเพียงช่วงแรกๆ
แต่เมื่อประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทราบถึงข้อกฎหมายที่จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายที่จะต้องใช้ระยะเวลานานและนักท่องเที่ยวก็จะกลับมาเที่ยวตามปกติ ซึ่งตนเองยืนยันว่าการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ อ.วังน้ำเขียวจ.นครราชสีมา นั้นไม่ได้มาเที่ยวเพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเนื่องจากมีทรัพยากรการท่องเที่ยวและมีธรรมชาติให้ชื่นชม
สำหรับเรื่องที่ตนไปรับหนังสื่อร้องเรียนจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว นั้น คือกลุ่มผู้ประกอบการต้องการขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งตนได้นำหนังสื่อดังกล่าวส่งไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ ได้พิจารณาดูว่าเรื่องที่ชาวบ้านและผู้ประกอบการต้องการนั้นมีอะไรบ้าง ส่วนเรื่องการตัดสินใจต่างๆจะต้องขึ้นอยู่กับทางกรมป่าไม้ว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
สำหรับจังหวัดนครราชสีมา นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้นโยบายที่ชัดเจนเรื่องของการแก้ไขปัญหานี้ก็จะต้องทำอย่างเสมอภาคและทำให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ตามหลักการของกฎหมาย แต่เรื่องนี้ตนเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ณ วันนี้ทุกฝ่ายจะหาทางออกแก้ปัญหาร่วมกันได้
ส่วนเรื่องที่จะมีการเรียกประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อไรนั้น ก็ต้องรอการประสานงานมาจากกรมป่าไม้ เนื่องจากขณะนี้กรมป่าไม้เป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทางกรมป่าไม้ต้องการความร่วมมือจากทางจังหวัดก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือแต่อย่างไรก็ตามทางส่วนกลางยังไม่ได้มีการประสานมายังจังหวัดนครราชสีมาโดยตรง นายปิติธรรมฯกล่าว
ด้านนายเสมอ จินดาพงษ์ รองประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีการประชุมหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการและชาววังน้ำเขียวเกี่ยวกับกรณีที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กำลังเข้ามาจัดระเบียบและดำเนินคดีกับรีสอร์ทที่บุกรุกป่าสงวนที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมานั้น ในนามตัวแทนผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนตนยื่นยันว่าผู้ประกอบการในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว ได้ประกอบกิจการโดยสุจริต
ทั้งนี้พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการที่นักท่องเที่ยวจะสามารถรู้ได้ถึงว่าเป็นพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ก็โดยการประชาสัมพันธ์จากสื่อมวลชน,ภาครัฐและภาคเอกชนที่คอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ซึ่งทำให้ตั้งแต่ที่มีการเริ่มการโปรโมตก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ได้เป็นจำนวนมาก
ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากแต่กลับไม่มีที่พักและบรรยากาศทางธรรมชาตินักท่องเที่ยวก็จะไม่มา อ.วังน้ำเขียว แสดงให้เห็นว่าคนที่อาศัยหรือมีสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ก็ไม่ได้ทำลายสภาพทางธรรมชาติของวังน้ำเขียวมีแต่จะเข้ามาเพิ่มจำนวนต้นไม้และสร้างภูมิทัศน์กับพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว แต่เมื่อในครั้งแรกที่ผู้ประกอบการเริ่มมีการมาสร้างรีสอร์ทในพื้นที่ ทางภาครัฐก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือหน่วยงานของรัฐก็ไม่ได้ห้ามปราม เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ก็ไม่ได้ห้ามปราม
แต่หากมีผู้ประกอบการที่เริ่มสร้างรีสอร์ทตั้งแต่ต้นและมีหน่วยงานของรัฐเข้ามาห้ามปรามปัจจุบันก็คงไม่มีรีสอร์ทเข้ามาสร้างกันจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาครัฐเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นผุ้ประกอบการทุกรายก็ไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ผิด อีกทั้งยังให้การสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อต้องการดึงดูนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เพื่อจะได้มีเม็ดเงินสะพันเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับผลกระทบที่ผุ้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว ได้รับนั้น อย่างแรกคือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลงอย่างกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกรงว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตามรีสอร์ทต่างๆในพื้นที่อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวออกจากรีสอร์ท หรือเข้ามาทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างแล้วนักท่องเที่ยวจะทำอย่างไร
ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบไปยังเกษตรกรในพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกพืชผัก ผลไม้ส่งตามรีสอร์ทและจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเนื่องจากเมื่อนักท่องเที่ยวไม่เข้าผักผลไม้ก็ไม่สามารถจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวได้ ก็เน่าผักผลไม้เสียทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุน ซึ่งหากคิดเป็นจำนวนเม็ดเงินที่ อ.วังน้ำเขียวต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนกว่า 30 ล้านบาทต่อวัน
“ผมในนามของคนวังน้ำเขียว มีความเป็นกังวลใจเป็นอย่างมากจะอยากจะสอบถามทางกรมป่าไม้ว่าจะให้ชาวเกษตรกรรวยบ้างไม่ได้เลยหรือ จะให้ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพดตลอดชีวิตหรือยังไง และเมื่อราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่ดีก็จะให้เกษตรกรนำผลผลผลิตมาเทกองบริเวณถนนหรือตามสถานที่ราชการเพื่อทำการประท้วงรัฐบาลต้องการเช่นนั้นหรือ
ดังนั้นเมื่อเกษตรกรบางรายที่ขายผลผลิตได้และมีผลกำไรก็จะนำผลกำไรที่ได้มาสร้างบ้านพักเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาพักและจ่ายเงินค่าที่พักเพื่อเป็นผลกำไรระยะยาวก็ไม่ได้ ก็หาว่าเป็นนายทุนมากว้านซื้อที่ดินซึ่งตนไม่เข้าใจว่าต้องการให้เกษตรกรยากจนอยู่อย่างนี้ตลอดไปหรืออย่างไร แล้วถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันตนเองอยากทราบว่าทั้งอำเภอวังน้ำเขียวหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวอยู่ในพื้นที่อะไร
ซึ่งในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว มีพื้นที่ที่มี นส.3.เพียง 300 ไร่ ซึ่งตนอยากรู้ว่า ที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน ธนาคาร สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และหน่วยงานของป่าไม้ อยู่ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เป็นพื้นที่อะไรดังนั้นตนต้องการให้มีการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช่เป็น 2 มาตรฐาน หากมีการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐาน ตนยืนยันว่าคนวังน้ำเขียวไม่เห็นด้วยที่จะมาคิดแต่ว่าเป็นพื้นที่ของนายทุนอย่างเดียวซึ่งคนวังน้ำเขียวจะพัฒนาอาชีพจนทำให้มีเงินขึ้นมาบ้างไม่ได้เลยหรือไร” นายเสมอกล่าว
ป่าไม้ปิดป้ายประกาศรีสอร์ท8แห่งสั่งรื้อถอนภายใน(30 ต.ค.)นี้
(20 ก.ค.) นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นายตระกูล อาจอารัญ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 20 นาย นำป้ายไวนิลไปติดไว้ที่หน้ารีสอร์ทบ้านไร่กฤษวรรณ ตั้งอยู่บนเนินเขา ด้านหลังเป็นเหวมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ตั้งอยู่ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เจ้าของคือนายมนตรี สมิตะสัมพะ
โดยนายเทวินทร์แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เดินทางมาปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง พร้อมยินดีให้ฟ้องศาลได้หากคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ผิด
จากนั้นเดินทางไปติดประกาศที่รีสอร์ทบ้านกุลละวณิชย์ ห่างจากไร่กฤษวรรณ ประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่ ต.วังน้ำเขียว ซึ่งบ้านกุลละวณิชย์ตั้งอยู่บนเนินมีทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นกัน โดยมีนายอาทิตย์ โมกศักดิ์ อายุ 40 ปี ตัวแทนของบ้านกุลละวณิชย์ออกมารับหนังสือคำสั่งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และอนุญาตให้ติดป้ายประกาศด้านหน้ารีสอร์ท โดยนายอาทิตย์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่และได้มีการเตรียมพื้นที่ติดป้ายประกาศไว้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ด้วย ส่วนรีสอร์ทอีก 6 แห่ง จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดป้ายในวันถัดไป
สำหรับหนังสือคำสั่งอุทยานแห่งชาติทับลานที่ทางกรมป่าไม้นำเข้าไปติดประกาศหน้ารีสอร์ทที่บุกรุกป่ามีเนื้อหาระบุว่าอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เป็นคำสั่งให้เจ้าของรีสอร์ททำลาย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพความเป็นป่าออกไปให้พ้นเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน แล้วกลับคืนสู่สภาพเดิม
โดยมีกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2554 และอนุญาตให้อุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากไม่ดำเนินการทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานจะเข้าทำการรื้อถอนเองและทางเจ้าของรีสอร์ทจะต้องออกค่าใช้จ่ายให้กับทางเจ้าหน้าที่ด้วย
นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่ถูกบุกรุกมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นไร่ มีการปลูกสร้างรีสอร์ทโดยทางเจ้าหน้าที่ต้องผลักดันออกไป เบื้องต้นทางเจ้าของรีสอร์ทส่วนใหญ่เข้าใจว่าพื้นที่ได้ถูกกันออกจากอุทยานแล้ว แต่ความเป็นจริงยังอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติทับลาน ถ้าหากจะมีใครผลักดันกฏหมายหรือแก้กฏหมายเพื่อตนเองและพวกพ้องนั้นก็ไม่สามารถยอมได้ แต่หากแก้เพื่อประชาชนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่หอประชุมอำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา บรรดาผู้ประกอบการรีสอร์ทและตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในอ.วังน้ำเขียว จำนวน 50 คน โดยนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว ได้ร่วมประชุมหารือถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานนำป้ายไปปิดประกาศให้รีสอร์ทบางแห่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่อุทยานภายในวันที่ 30 ตุลาคม 54 นั้น
ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าผู้ประกอบการจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้เจ้าหน้าที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและนำทรัพย์สินออกจากที่พักในอ.วังน้ำเขียว พร้อมให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อร่วมกันหาทางออกพิจารณาถึงข้อเท็จจริงและให้เยียวยาแก่ผู้ประกอบการและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ รวมถึงเรียกร้องให้นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเองและรับฟังความเห็นของฝ่ายผู้ประกอบการและชาวบ้านด้วย
ด้านนายชัยยงค์ ฮมภิรมย์ นายอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมป่าไม้ไม่ได้ประสานงานกับทางจังหวัดนครราชสีมา และอำเภอวังน้ำเขียวเพื่อร่วมกันดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพื้นที่อ.วังน้ำเขียวจะให้ชาวบ้านกลับไปทำการเกษตรเชิงเดี่ยวเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว เพราะวังน้ำเขียวมีการพัฒนาไปเป็นเมืองท่องเที่ยวเกือบหมดแล้ว ทุกฝ่ายควรจะมาหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้น่าจะดีกว่าการใช้กฎหมายจัดการเพียงอย่างเดียวนายชัยยงค์ฯกล่าว



