
หออีสานเสนอรัฐแจ้งปมพระวิหารกันปชช.สับสน
เลขาธิการหอการค้าอีสานเสนอแนวทางบรรเทาปัญหาพื้นที่พิพาทไทย-เขมร จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งวอร์รูม ประเมินสถานการณ์ แจ้งความเคลื่อนไหวให้ประชาชนรู้ เนื่องจากที่ผ่านมาข้อมูลสับสน
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการ สภาหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึง ผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา หลังศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาท ว่า จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ทำให้เกิดบาดแผลฝังลึกที่ยากเกินจะเยียวยาฟื้นฟูในระยะเวลาอันรวดเร็ว นั่นคือความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย และกัมพูชา ที่อาศัยในเขตชายแดน ผลจากการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บมากมาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่เกษตรเสียหายวอดวาย มีการอพยพหนีภัยสงคราม ประชาชนเกิดความหวาดหวั่น และหมดความมั่นใจในการหวังพึ่ง จนท.รัฐ หรือทหาร ที่สำคัญอีกประการคือความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย กัมพูชา ที่มีมาอย่างช้านาน กลับค่อยๆ พังทลายลงในระยะเวลาไม่กี่ปี จากการปะทะกันหลายต่อหลายครั้ง
และข้อมูลที่ค่อนข้างสับสนจากผู้บริหารประเทศของทั้งสองฝ่ายนั้น มีอิทธิพลมากพอที่จะกดดัน และเปลี่ยนแปลงจิตใจประชาชน และทหารของทั้งสองประเทศ เคยที่อาศัยแผ่นดินอยู่ร่วมกันในเขตชายแดน จากคำว่า พี่ น้อง กลายเป็นการนำไปสู่จุดที่ต้องเลือกข้าง ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะลุกลามไปทั้งประเทศ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจการค้าขายกับประเทศกัมพูชา ที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท จากการสำรวจข้อมูลที่ผ่านมา ประเทศไทยนั้นขายสินค้าให้กับกัมพูชาถึง 90 % กัมพูชามีเพียง 10 % ในด้านเศรษฐกิจยังถือว่าประเทศไทยยังได้เปรียบ แต่ในขณะเดียวกันนักธุรกิจไทย ที่ไปลงทุนในกรุงพนมเปญ นั้นอาจถูกกดดันโดยรัฐบาลกัมพูชา อาจส่งผลให้การดำเนินธุรกิจขัดข้อง และเกิดปัญหาได้ แต่ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ทันทีหากความขัดแย้งยุติ หรือคลี่คลายความตึงเครียดลง อีกปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามไปเด็ดขาดนั่นคือ แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเริ่มหลั่งไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อต้องการค่าแรง 300 บาท ที่สูงกว่าประเทศบ้านเกิดถึง 5 เท่า จึงเกิดคำถามในสังคมว่าใครจะแก้ แก้อย่างไร และเมื่อไรจะเสร็จสิ้น
ในฐานะเอกชนจึงขอแนะนำให้มีการตั้งวอร์รูม หรือศูนย์ประสานงานติดตามสถานการณ์ ให้ข้อมูลกับพี่ น้อง ประชาชน โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการตำรวจ ทหาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หอการค้า ภาคเอกชน ที่จะทำหน้าที่คอยแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง และทันต่อสถานการณ์ ให้ประชาชนได้มีแนวทาง หรือหนทางแก้ไข ได้อย่างทันท่วงที เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารประเทศ ผู้บัญชาการเหล่ากองทัพ ต่างออกมาให้ข้อมูลกันคนละที มูลข้อที่ประกาศออกไปค่อนข้างจะสับสน จนประชาชนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี ประชาชน ภาพที่มีให้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ คือการอพยพของประชาชนไทย ซึ่งถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ อีกรูปแบบหนึ่ง เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ
"ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะสามารถตกลงกันได้ในระดับทวิภาคี หรือการตกลงในระดับอาเซี่ยน ก็ประสบความล้มเหลว จนเรื่องนี้ต้องไปถึงศาลโลก เมื่อเรื่องนี้ถึงมือศาลโลกที่จะต้องตัดสินแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ใครจะออกมาพูดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ถือว่ากำลังหลอกลวงประชาชน"นายทวิสันต์ บอก



