
สิ่งทอเล็งย้ายไปเพื่อนบ้านหนีค่าแรง300บ.
จับตาต้นปี 55 ภาคเอกชน 5 เสือยักษ์ใหญ่สิ่งทอไทย รับไม่ไหวจี้รัฐบาล"เพื่อไทย"เร่งทบทวนหนัก เสี่ยงได้ไม่คุ้มเสีย หลังปรับค่าแรง 300 บาท หวั่นสูญยับทั้งภาคการส่งออก-การลงทุน แห่ทยอยย้ายฐานออกนอกประเทศเพื่อนบ้าน เสียดุลการค้าไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท
จากการสำรวจหลังจากที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย เตรียมประกาศใช้นโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นปี 2555 นั้น หลังมีการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย และภาคแรงงานทั่วไทยเริ่มสอดรับพลักดันให้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้รัฐบาลเพื่อไทยดำเนินการให้ได้ภายใน 6 เดือน
เรื่องนี้นายธีวรา วิตนากร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเทค ชัยภูมิ แอพ พาเรล จำกัด( 081-9991222) หนึ่งในบริษัทกลุ่มห้าเสือสิ่งทอเพื่อการส่งออกระดับประเทศ เปิดเผยว่า จังหวัดชัยภูมิถือเป็นจังหวัดนำร่องเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคสิ่งทอพิเศษ ของประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 เพื่อสนับสนุนให้เป็นกลุ่มโซนจังหวัดส่งเสริมภาคการลงทุนด้านโรงงาน อุตสาหกรรมสิ่งทอจากทั่วประเทศเพื่อเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของประเทศ
โดยในส่วนจ.ชัยภูมิ มาจนปัจจุบันมีการเดินทางมาลงทุนจากเครือข่ายห้าเสือสิ่งทอยักษ์ใหญ่จากทั่วประเทศ มีการมาตั้งโรงงานแล้วอยู่กว่า 40 โรงงาน ค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีการจัดจ้างแรงงานเข้าระบบอยู่เดิมไม่น้อยกว่า 20,000 คน ในอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ 165 บาทต่อวัน
และในส่วนของจ.ชัยภูมิถ้ามีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาเป็น 300 บาทต่อวัน ที่รัฐบาลคาดว่าจะปรับขึ้นต้นปี 2555 ถือว่ามีการปรับขึ้นกว่าเท่าตัว จากนี้ไปภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอชัยภูมิทั้งหมดคงอยู่ไม่ได้ รวมทั้งแนวทางมาตรการที่จะออกมารองรับในเรื่องการลดหย่อนภาษีจ.ชัยภูมิก็เป็นศูนย์กลางเขตส่งเสริมพิเศษอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาด้านลดหย่อนภาษี ตามแนวทางที่คาดว่ารัฐบาลจะนำมาใช้ก็ไม่เกิดประกอบที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการดังกล่าวได้เลย
"เราไม่เหมือนภาคแรงงานโรงงานขนาดเล็กที่มีไม่เกิน 100-200 คน แต่เราเป็นภาคธุรกิจใหญ่ที่มีแรงงานหลายหมื่นคนทั่วประเทศ ที่ต้องพึ่งภาคแรงงานและภาคการลงทุนเป็นหลัก ซึ่งถ้ามีการปรับค่าแรงขึ้นเป็น 300 บาท จากนี้ไปภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอชัยภูมิทั้งหมดยังอยู่ไม่ได้ และต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน และจำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตทั้งหมดไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านแทนที่มีต้นทุนค่าแรงภาคการลงทุนถูกกว่า ในแถบโซนประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเวียดนาม,ลาว,กัมพูชา,และอินโดนีเซีย แทนทั้งหมด"นายธีวรา บอกและว่า
จากเดิมในส่วน จ.ชัยภูมิ มีภาคฐานการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอเพื่อส่งออกไปทั่วโลก เฉพาะเครือบริษัทไฮเทค ชัยภูมิ เพียงแห่งเดียว มียอดส่งออกต่อเดือนไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท และหากจะรวมภาคโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอยักษ์ใหญ่ 5 เสือสิ่งทอไทยทั้งหมด กว่า 10 บริษัทใหญ่ การเตรียมย้ายฐานการผลิตออกไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดรวมอีกกว่านับแสนล้านบาท ที่ไม่อยากให้ประเทศไทยต้องสูญเสียดุลการค้าตรงนี้ไป ถ้าหากรัฐบาลใหม่ยังไม่มีแนวทางออกมารองรับที่ชัดเจน และต้องยอมรับความจริงว่าการดำเนินนโยบายเรื่องนี้กลับจะได้ไม่คุ่มเสียมากกว่า



