ข่าว

เล่าสู่กันฟัง-ภัยไซเบอร์ : มหันตภัยที่ไม่ควรมองข้าม

เล่าสู่กันฟัง-ภัยไซเบอร์ : มหันตภัยที่ไม่ควรมองข้าม

20 ก.ค. 2554

อินเทอร์เน็ตถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากถึงมากที่สุดสำหรับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่ เพราะความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายอย่าง โลกไซเบอร์จึงเปรียบดังโลกเสมือนจริงที่เปิดกว้างให้สามารถค้นหาข้อมูล ข่าวสาร ความรู้

          ความบันเทิงที่หลากหลาย หรือจะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารไปยังเพื่อนๆ ทั่วโลกก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่เหรียญมีสองด้าน สิ่งใดมีประโยชน์ก็ย่อมจะมีโทษตามมา หากผู้ใช้ขาดสติ และไม่ระมัดระวัง ก็สามารถนำพาชีวิตเข้าสู่อันตรายอย่างไม่อาจจะคาดการณ์ได้ทีเดียว

           เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปฟังเสวนาพิเศษเรื่อง “รู้เท่าทันกฎหมาย ชนะภัยไซเบอร์” ซึ่งมีการนำเสนอผลงานวิจัยชิ้นล่าสุดของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย เรื่อง “ภัยไซเบอร์ : การรับรู้และความเข้าใจของประชาชน เกี่ยวกับกฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบ” ร่วมเสวนาโดย พ.ต.อ.สมพร แดงดี ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณะกรรมการบริหารนโยบาย ปัญญาสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจอดไม่ได้ที่จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังฉบับนี้

           จากการศึกษาวิจัยของเขาพบว่าปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลต่อปัญหาด้านอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นเช่นกัน แต่ข้อมูลคดีอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนกรกฎาคม 2553 กลับพบว่าการดำเนินคดีตามกฎหมายมีเพียง 185 คดีที่ขึ้นสู่ชั้นศาล ซึ่งอาจเกิดจากการยอมความกันในขั้นสอบสวน หรือผู้ตกเป็นเหยื่ออาจไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงไม่ทราบขั้นตอนในการดำเนินการเมื่อตกเป็นเหยื่อ

           ทั้งนี้ ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า บทลงโทษของผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นสมควรทั้งถูกจำคุกและถูกปรับมากที่สุดถึงร้อยละ 62 โดยร้อยละ 42.6 ตอบว่ารู้สึกกลัวที่จะกระทำผิด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่มที่รู้สึกว่ากลัวจะตกเป็นเหยื่อที่มีมากถึงร้อยละ 58.3 และส่วนใหญ่ต้องการให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลและป้องกันภัยทางไซเบอร์อย่างจริงๆ จังๆ ขณะที่คำถามว่า หากโดนกระทำผิดทางอินเทอร์เน็ตรู้ไหมว่าจะสามารถเรียกร้องได้ที่ไหนกับใคร พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.1 ทราบว่าร้องเรียนได้แต่ไม่รู้ว่าจะต้องร้องเรียนที่ไหนกับใคร รองลงมาร้อยละ 34 ตอบว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่าสามารถร้องเรียนได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35 ไม่ทราบมาก่อนว่ามีกฎหมายนี้ ราวร้อยละ 35.9 ตอบว่าทราบว่ามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แต่ไม่เคยอ่าน และร้อยละ 22 เคยอ่านแต่ไม่เข้าใจในบางประเด็น

           ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการกระทำผิด หรือเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง โดยกลุ่มผู้ตอบคำถามยังได้เสนอแนะแนวทางในการสร้างการรับรู้ความเข้าใจและสร้างการเข้าถึงของประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไว้น่าสนใจว่า 1.ควรจัดให้มีสายด่วนร้องทุกข์ เว็บไซต์หรือหน่วยงานบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่สามารถให้คำปรึกษา ร้องเรียน หรือแจ้งความการกระทำผิดทางออนไลน์ให้บริการ 24 ชั่วโมง 2.จัดทำกิจกรรมหรือโครงการที่เผยแพร่ความรู้ เพื่อสร้างสามัญสำนึกและปลูกฝังจริยธรรมในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์และสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเด็กและเยาวชน และ 3.ควรตั้งหน่วยงานคุ้มครองประชาชนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากภัยไซเบอร์ ให้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แจ้งเหตุ เตือนภัยหรือรับเรื่องร้องเรียนเมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่ปกติในโลกไซเบอร์ โดยรับสมัคร “อาสาสมัครเฝ้าระวังภัยจากไซเบอร์” จากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชนและประชาชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยกันเอง เป็นต้น

           โลกไซเบอร์เป็นเหมือนดาบสองคม หากผู้ใช้ใช้อย่างระมัดระวังย่อมก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อตัวเอง สังคมและประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่หากเมื่อใดใช้อย่างขาดสติหรือนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็ย่อมส่งผลร้ายแก่ตัวเอง สังคม และประเทศชาติให้วิบัติลงได้เช่นกัน อีกไม่นานเราก็จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว ก็ขอถือโอกาสเสนอเรื่องภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์ไว้พิจารณาหาทางป้องกันและแก้ไขไว้เป็นการบ้านด้วยนะครับ


บัญญัติ คำนูณวัฒน์