ข่าว

เส้นทางสันติภาพ

เส้นทางสันติภาพ

20 ก.ค. 2554

คำพิพากษาของศาลโลกที่ออกมาแนวกลางๆ กรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชาปัญหาพรมแดน โดยฝ่ายกัมพูชาร้องขอต่อศาลโลกให้ไทยถอนทหารออกจากเขตพื้นที่พิพาท แต่คำพิพากษาของศาลให้ทั้งสองประเทศถอนทหารออกจากเขตพิพาท

          และให้จัดตั้งเขตปลอดทหารขึ้น พร้อมให้ผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเขตไปปฏิบัติหน้าที่ แต่ห้ามไทยขัดขวางการลำเลียงเสบียงของฝ่ายกัมพูชา ถือว่าเป็นแนวทางการตัดสินที่จะเดินไปสู่เส้นทางสันติภาพต่อไปในอนาคต หากทั้งสองประเทศปฏิบัติตามคำตัดสินอย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม หรือกลอุบายใดๆ และอนาคตจะได้เดินไปสู่แนวทางการเจรจาคณะกรรมการชายแดน แต่ที่น่าเป็นห่วง เพียงแค่วันเดียวของการตัดสิน ฝ่ายกัมพูชาก็ออกมาบอกกล่าวผ่านวิทยุในประเทศแล้วว่า จะยังไม่ถอนทหาร

           สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ การตีความคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่แนวแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน และไทยเองก็อ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนด้วยเช่นกันนั้น ยังเป็นกรณีพิพาทอยู่ ยังไม่มีข้อเจรจาตกลงว่าเป็นของใครกันแน่ แต่กัมพูชาได้ยื่นต่อศาลโลกไว้เช่นกันว่า ให้ตีความคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 นั้น ได้ครอบคลุมพื้นที่ตรงไหนอย่างไร และครอบคลุมพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชายืนแผนบริหารจัดการพื้นที่ หลังจากยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ฝ่ายไทยคัดค้าน โดยอ้างว่าคำตัดสินของศาลโลกให้เพียงปราสาทพระวิหารเท่านั้นเป็นของกัมพูชา แต่พื้นที่โดยรอบเป็นของไทย กัมพูชาจะมาขอบริหารจัดการไม่ได้

           วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ อดีตนักกฎหมายในคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สำนักกฎหมาย Freshfields Bruckhaus Deriger (กรุงปารีส) นิติศาสตรมหาบัณฑิต (รางวัลทุนฟุลไบรท์และวิทยานิพนธ์เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชื่อว่า ศาลคงจะไม่รับตีความคำพิพากษา เพราะเรื่องได้จบไปแล้วตั้งแต่ปี 2505 การจะนำสิ่งที่เป็นอยู่วันนั้นมาตีความจะมายึดสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้ ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ด้วยว่ามันนอกขอบเขตหรือไม่ และสิ่งที่กัมพูชาหวังคือ การตัดสินจะออกมาก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งสันติภาพไม่จำเป็นต้องมาขีดกันในวันนี้ แต่ขอให้ประชาชนสามารถนอนหลับได้ดีกว่า

           แม้หลายอย่างในคำพิพากษาของศาลโลกจะยังคลุมเครือ มีบางประเด็นต้องตีความเพื่อความกระจ่างชัด และเดินทางไปสู่สันติภาพในวันข้างหน้า แต่คำพิพากษาที่ออกมาอย่างน้อยที่สุดก็เป็นความหวังที่พอมองเห็นอยู่ข้าง คนไทยตามแนวชายแดนด้านกัมพูชาต่างพากันดีใจต่อคำพิพากษาที่ออกมา อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ได้ยินเสียงปืนใหญ่ ไม่เห็นการเคลื่อนกำลังพลเผชิญหน้ากัน ซึ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเวทีการเจรจาระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นแล้วในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่อินโดนีเซีย เชื่อว่าจะเป็นเวทีที่อาเซียนจะยื่นมือเข้ามาสร้างสันติภาพในภูมิภาค