
คิดบัญชีแค้น"รั่วสนั่น"งานวัด"น้องปาล์ม" สังเวยกระสุนเหี้ยม
"แม่ๆ น้องปาล์มถูกยิง" พี่ชายของ ด.ญ.พรณัชชา ธรรมสังวาร หรือ "น้องปาล์ม" วัย 6 ขวบ สะกิดบอก นางชลฤดี ธรรมสังวาร อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ ด้วยความตื่นตระหนก ที่เห็นเลือดซึมออกมาจากร่างน้องสาว
หลังจากวิ่งหนีตายจากคมกระสุนมาด้วยกันจากหน้าเวทีประกวดคนชรา ในค่ำวันที่ 18 กรกฎาคม คืนสุดท้ายของงานประจำปี วัดถนนสุวรรณประดิษฐ์ หมู่ 3 ต.กระแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี
ในเกิดเหตุลอบสังหาร นายทรงวุฒิ นพคุณ อายุ 52 ปี สมาชิกสภาจังหวัด เขต อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ชุดการแสดงบนเวที หลังจากมอบรางวัลเสร็จนายทรงวุฒิได้กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าเวที จู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน คนร้ายเดินเข้ามาหาในระยะประชิด แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มิลลิเมตร ยิงเข้ากลางหลังทะลุหน้าอก 1 นัด และบริเวณท้ายทอยอีก 1 นัด
วินาทีนั่นเอง...เสียงรัวปืนก้องกัมปนาทไปทั่วลานวัด ดั่งฉากภาพยนตร์บู๊แอ็กชั่น เมื่อผู้ติดตามของนายทรงวุฒิใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้คนร้ายที่กำลังแหวกฝูงชนหลบหนีขึ้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปอย่างลอยนวล ทิ้งไว้เพียงความโกลาหล คราบเลือด และน้ำตาของเหยื่อผู้บริสุทธิ์นับสิบราย ได้แก่ ด.ญ.พรณัชชา ธรรมสังวาลย์ อายุ 6 ขวบ, นายสมหมาย พละศักดิ์ อายุ 42 ปี, ด.ญ.เกวลี เพ็งบูลย์ อายุ 8 ขวบ, ด.ช.ไรวิญ เพ็งบูลย์ อายุ 8 ขวบ, นางพัชญา เพ็งบูลย์ อายุ 46 ปี, นางบุญสม หีตภัยชน อายุ 76 ปี, นางลัดดาวัลย์ ทองชนะ อายุ 46 ปี, นายนิพนธ์ พัฒนรัตน์ อายุ 41 ปี, ด.ญ.วิลาศินี นพคุณ อายุ 9 ขวบ, นายธงชัย แก้วสร้อย อายุ 58 ปี และ น.ส.กรรณิกา หนูเปีย อายุ 18 ปี
เหตุการณ์ครั้งนี้ มีเด็กและเยาวชนถึง 5 รายที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนปืนโหด และหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างผ่าตัดยื้อชีวิต คือ "น้องปาล์ม" เด็กหญิงวัยกำลังน่ารัก ที่ต้องมาจากโลกนี้ไปอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
"น้องปาล์มเป็นที่รักของทุกคน ลูกของพี่ไปทำอะไรผิด ต้องพรากชีวิตน้องปาล์มออกจากอ้อมอกพี่ๆ ไปด้วย มันเป็นความรู้สึกที่แทบขาดใจ" นางชลฤดีสะอื้นบอก
นางชลฤดีเล่าถึงวินาทีที่ต้องสูญเสียลูกสาวคนเล็กว่า พาน้องปาล์มและลูกชายอีกคนไปเที่ยวงานวัด ตอนนั้นกำลังยืนอยู่หน้าเวที ซึ่งกำลังมีงานประกวดคนชรา จู่ๆ ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ด้วยความตกใจจึงพาลูกทั้งสองวิ่งหลบหนี ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัด จนพาลูกๆ มาแอบที่ข้างรถยนต์ ลูกชายบอกว่าน้องปาล์มถูกยิง เสี้ยวนาทีนั้นแทบใจสลายที่เห็นลูกบาดเจ็บ แต่สุดท้ายน้องปาล์มก็มาจากไปอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จึงอยากฝากให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
หลังเกิดเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญกลางงานวัดครั้งนี้ พ.ต.อ.จำโนทย์ แก้วขาว ผกก., พ.ต.ท.สมบัติ ฉ่ำแสง รองผกก.ปป., พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ รองผกก.สส., พ.ต.ท.หฤษฎ์ เอกอุรุ สว.สส. และชุดสืบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดย พ.ต.ท.โชคชัย ระบุว่า การสืบสวนสอบสวนคดีนี้ต้องแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นคดีฆาตกรรมนายทรงวุฒิ ซึ่งปมเหตุน่าจะเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเหยื่อกับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากกระทบต่อรูปคดี ส่วนที่สองคือคดีฆาตกรรม หรือพยายามฆ่า และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน กรณีที่ชาวบ้านหลายคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือบางคนอาจเสียชีวิต
"คดีที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายอย่าง โดยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของกระสุนออกจากอาวุธปืนกี่กระบอก หัวกระสุนที่พบออกจากอาวุธปืนขนาดใด แล้วสภาพบาดแผลของผู้บาดเจ็บและหรือผู้เสียชีวิตเกิดจากกระสุนชนิดใด ต้องนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนแล้วพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาคนร้าย และหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี" พ.ต.ท.โชคชัย ระบุ
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนเปิดเผยว่า หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุเป็นปลอกกระสุนอาวุธปืนขนาด 11 มิลลิเมตร 12 ปลอก และพบหัวกระสุนยังไม่ทราบชนิดอีก 5 หัว จากการสอบสวนพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ หรือประจักษ์พยาน ยังได้รับคำอ้างว่าไม่เห็นเหตุการณ์ เพราะพยายามหนีเอาตัวรอด อย่างไรก็ตาม คดีนี้เกี่ยวเนื่องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ต้องทำงานอย่างระมัดระวังและรอบคอบ เบื้องต้นได้เชิญคนใกล้ชิดของนายทรงวุฒิอย่างน้อย 3 คน มาตรวจหาคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์นำมาประกอบการสืบสวน



