ข่าว

นร.แจ้งจับเจ้าของรร.กวดวิชาตุ๋นเชิดเงิน

นร.แจ้งจับเจ้าของรร.กวดวิชาตุ๋นเชิดเงิน

19 ก.ค. 2554

ฤทธิ์หนุ่มแสบ 30ชื่อ ตุ๋นเชิดเงินสมัครเรียนกวดวิชาหนีที่ขอนแก่น ลามถึงโคราช หลังนักเรียนเกือบ 10คน เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อ้างถูกคนๆเดียวกันหลอกให้สมัครเรียนกวดวิชาก่อนปิดกิจการหนี เผยมีเพื่อนร่วมชะตากรรมถูกหลอกอีกหลายร้อยคน

           เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 19 ก.ค. นางดวงกมล เกิดทะเล อาจารย์ประจำหมวดวิชาภาษาไทย โรงเรียนสุรนารีวิทยา 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้นำนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวม 6 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ต.ปรัชญา นิมาลา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา

           ภายหลังลูกศิษย์ทั้งหมดถูกนายจงสุฑธามนตสฐ์ พุททานุภาเวนะ หรือชื่อเดิม นายกิตติภูมิ วัฒนศิริ เจ้าของสถาบันกวดวิชา ดิไอดอลซึ่งตั้งอยู่อาคารพาณิชย์เลขที่ 108 ถ.ราชดำเนิน อ.เขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลอกให้เสียเงินเพื่อสมัครเข้าเรียนกวดวิชากับทางสถาบัน แต่เปิดสอนได้เพียง 2 สัปดาห์ก็ปิดตัวลงอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

           ทั้งๆที่ในข้อตกลงที่ทำไว้กับนักเรียนจะต้องเปิดสอนกวดวิชาเป็นระยะเวลา 18 สัปดาห์ ทำให้นักเรียนหลงเชื่อเสียเงินค่าใช้จ่ายในการเรียนรายละหลายพันบาท มีนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลงเชื่อและถูกหลอกไม่ต่ำกว่า 200 ราย

           นางดวงกมล กล่าวว่า สถาบันกวดวิชา ดิไอดอล หลอกให้เข้าเรียนกวดวิชาแต่ไม่ยอมทำตามข้อตกลงกับทางนักเรียนที่จะเปิดทำการสอนเป็นระยะเวลา 18 สัปดาห์ แต่เปิดได้เพียง 2 สัปดาห์ก็ปิดสถาบันหนีไป หลักสูตรก็ไม่เป็นไปตามที่ทางสถาบันกล่าวอ้าง ไม่มีการนำอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมาสอนแต่ละหลักสูตรที่ได้ประชาสัมพันธ์เอาไว้ สอนเพียงความรู้พื้นฐานที่ต่ำกว่าระดับของการเรียนการสอนในโรงเรียนที่นักเรียนได้เรียนรู้มาแล้ว

           " เห็นในภาพข่าวก็ทราบว่าเจ้าของโรงเรียนกวดวิชา ดิ เปอร์เฟสชั่นแนล อะคาดิมี่ สาขาขอนแก่น ที่หลอกลวงนักเรียนนั้นเป็นคนๆเดียวกันกับนายจงสุฑธามนตสฐ์ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นมิจฉาชีพที่มาหลอกลวงนักเรียน อยากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองและนักเรียนที่หลงเชื่อและมาเรียนกับสถาบันกวดวิชา ดิไอดอล ที่จังหวัดนครราชสีมา ให้เข้ามาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมจากข้อมูลทราบว่าน่าจะมีนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อีกหลายพื้นที่ไม่น้อยกว่า 200 ราย เฉพาะในส่วนของโรงเรียนสุรนารีวิทยา 2 เองก็มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 50 ราย " นางดวงกมล กล่าว

           ด.ญ.จิรวดี ทูลธรรม นักเรียนผู้เสียหาย กล่าวว่า มีโอกาสได้เข้ามาเรียนกับสถาบันกวดวิชาดังกล่าวเพียง 2 ครั้ง หลังจากที่ได้สมัครเรียนกับทางสถาบันตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.2554 ที่ผ่านมา ในคอร์ดการเรียนการสอน 3 รายวิชา ซึ่งประกอบด้วย คณิตศาสตร์ , ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมตัวที่จะสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนชื่อดังของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อนเข้าเรียนเป็นรายวิชาวิชาละ 1,000 บาท รวม 3 วิชา เป็นเงิน 3,000 บาท

           แต่มาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.พอจะมาเรียนกับทางสถาบันเป็นสัปดาห์ที่ 3 แต่กลับพบว่าสถาบันกวดวิชาปิดตัวลงกะทันหันโดยไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน และยังพบว่าอุปกรณ์การเรียนการสอนทั้งหมดถูกขนย้ายไปแล้ว

           ด.ญ.จิรวดี กล่าวอีกว่า สถาบันแห่งนี้ไม่สอนตามหลักสูตรที่ได้โฆษณาเอาไว้ โดยในโบว์ชัวร์ประชาสัมพันธ์มีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนในสาขาวิชาต่างๆจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศมาเป็นอาจารย์ผู้สอน แต่พอได้มาเรียนแล้วกลับพบว่าเป็นเพียงนักศึกษาฝึกสอนเท่านั้น ยังไม่ทันที่จะเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

           อีกทั้งความรู้และวิธีการสอนในห้องเรียนก็เพียงแค่ให้นักเรียนอ่านเอาจากหนังสือเรียนทั่วไป ไม่ได้มีการเตรียมแผนการสอนตามระดับความรู้ที่ต้องการ ซึ่งตนเองอยากเรียนเพิ่มเติมในส่วนของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแต่กลับเตรียมแผนการเรียนของเด็กระดับอนุบาลมาสอนแทน 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันกวดวิชา ดิไอดอล ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 108 ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้เปิดทำการเรียนการสอนให้กับนักเรียนทั่วไปในหลากหลายวิชา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ไปจนถึงนักเรียนที่จะเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากการสอบถามนักเรียนผู้เสียหายทราบว่ามีนักเรียนเดินทางมาเรียนในแต่ละสัปดาห์ประมาณ 200 คน ต่อสัปดาห์

           โดยแต่ละรายวิชาต้องเสียค่าใช้จ่าย 1,000 บาทต่อคอร์ท และนักเรียนที่จะเข้าเรียนกับทางสถาบันต้องจ่ายเงินก่อนที่จะเริ่มทำการเรียนการสอน และจากการที่ได้ไปสำรวจสถานที่ตั้งสถาบันก็พบว่าสถาบันดังกล่าวถูกปิดล็อคอย่างแน่นหนา ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดประจำอยู่แม้แต่คนเดียว ซึ่งภายหลังจากจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งความก็เตรียมที่จะสืบสวนหาหลักฐานและพยานเพิ่มเติมก่อนที่จะทำการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำดำเนินคดี ในข้อหาหลอกลวงทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ต่อไป

           ซึ่งตลอดทั้งวันนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เอาผิดกับสถาบันกวดวิชา ดิไอดอลแล้ว 9 ราย และคาดว่าจะมีเด็กนักเรียนที่ทราบข่าวทยอยเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเดิมอีกในวันพรุ่งนี้