ข่าว

กกต.รับรอง'ปู-มาร์ค'แขวนแกนนำแดง

กกต.รับรอง'ปู-มาร์ค'แขวนแกนนำแดง

19 ก.ค. 2554

กกต.รับรอง "ยิ่งลักษณ์ - อภิสิทธิ์ - สุเทพ" แล้ว ส่วน "แกนนำแดง"ยังถูกแขวน แกนนำ นปช.ไม่กังวล

          (19ก.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติรับรอง ส.ส. เพิ่มอีก 12 คน โดยกรณีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประชุมมีมติยกคำร้อง จากการถูกร้องว่ให้คนที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งช่วยหาเสียง

          โดย กกต เห็นว่า กำหนดไม่ให้ผู้ถูกตัดสิทธิเป็นกรรมการบริหารพรรค และผู้ตั้งพรรค แต่มิได้จำกัดสิทธิการทำกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆ  เช่นเดียวกับกรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กกต. ก็ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าการจัดงานขายสินค้าธงฟ้า เป็นเรื่องของนโยบายที่ทำได้ทุกรัฐบาล ส่วนของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กกต. ก็มีมติยกคำร้องตามที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเสนอมา  

          "ขณะที่ในส่วนของแกนนำ นปช. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยขอเวลาในการสืบสวนฯเพิ่มเติมอีก โดยจะมีการประชุมรับรอง อีกครั้งในวันที่ 21 ก.ค. ที่จะถึงนี้" นางสดศรี กล่าว

          ส.ส.12 คนที่ผ่านการรับรอง  ได้แก่ 1. นายองอาจ วชิรพงศ์ เขต 5 พระนครศรีอยุธยา (เพื่อไทย) 2. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ เขต 1 พิจิตร (ชาติไทยพัฒนา) 3. นายบุญแก้ว สมวงศ์ เขต 2 ยโสธร (เพื่อไทย) 4. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เขต 2 สระแก้ว (เพื่อไทย) 5. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เขต 2 อุตรดิตถ์ (เพื่อไทย)

          6. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เขต 3 อุตรดิตถ์ (เพื่อไทย) 7. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เขต 2 สุราษฎร์ฯ (ประชาธิปัตย์) 8. นายสุทธิชัย จรูญเนตร เขต 5 อุบลฯ (เพื่อไทย) 9. นายธานินทร์ ใจสมุทร เขต 1 สตูล (ชาติไทยพัฒนา) 10. น.ส.ชิณนิชา วงศ์สวัสดิ์ เขต 3 เชียงใหม่ (เพื่อไทย) 11. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ (ประชาธิปัตย์) และ12. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สส.บัญชีรายชื่อ (เพื่อไทย)


เลขาฯกกต แจงเหตุยกคำร้อง"ปู -มาร์ค"

           นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ได้แถลงผลการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ประชุมกกต. ได้พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. กรณี นายสุทธิชัย จรูญเนตร ว่าที่ส.ส. เขต 5 อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และนายธานินทร์ ใจสมุทร เขต 1 สตูล พรรคชาติไทยพัฒนา โดยกกต. ได้พิจารณาและมีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้องไป ส่วนกรณีของนายอภิสิทธิ์ที่มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามาจำนวน 3 เรื่อง คือ 1. กรณีการม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. ใช้สถานที่เขตพระราชฐานตั้งเวทีปราศรัยหาเสียงที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 1 ก.ค. โดยที่ประชุมกกต. พิจารณาแล้วเห็นว่า กทม.ไมได้ประกาศห้ามไม่ให้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นเวทีปราศรัยที่ประชุมกกต. จึงมีมติเสียงข้างมากไม่รับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน

           นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่มีการร้องว่านายอภิสิทธิ์ ในฐานะรักษาการนายรัฐมนตรี ได้ร่วมกับ นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ จัดงานสินค้าราคาถูก (ธงฟ้า) ที่จ. สมุทรปราการ ที่ประชุมกกต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดงานดังกล่าว ไม่ได้เข้าข่ายการจูงใจในคะแนนนิยม จึงมีมติเอกฉันท์ ไม่รับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน และกรณีที่มีการร้องเรียนว่านายอภิสิทธิ์ ร่วมกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหน้าที่กำกับดูแลช่อง 9 ไม่ให้มีการถ่ายทอดกิจกรรมของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเท่าเทียม ที่ประชุมกกต. พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการนำเสนอข่าวการหาเสียงของพรรคการเมือง 3 พรรค เพราะได้ตรวจวันเวลาการนำเสนอที่มีการร้องเรียนเข้ามา พบว่าเป็นการเสนอข่าวประจำวัน เพื่อประกอบข่าว ไม่ได้ฝ่าฝืนหรือผิดกฎหมาย อีกทั้งผู้ร้องไม่มีชื่อที่อยู่ ปรากฏอย่างชัดเจน จึงไม่เข้าข่ายตามกระบวนการของระเบียบกกต. ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน จึงมีมติเอกฉันท์ไม่รับเป็นเรื่องคัดค้าน ส่วนกรณีของนายองอาจ ยังมีกรณีร้องคัดค้านอีกหนึ่งเรื่องจึงไม่สามารถประกาศรับรองได้

           นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ และน.ส. ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ส.ส. เขต 3 จ. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกร้องคัดค้านกรณีที่นายสมชาย และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิทางการเมือง มาช่วยในการหาเสียง เพื่อให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ที่ประชุมกกต. พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่ร้องเรียนเข้ามา และจากการเรียกให้ผู้ร้องเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่กลับไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูลกับทางกกต. จึงไม่เข้าองค์ประกอบตามกระบวนการของระเบียบกกต. ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวน และจากการสอบสวนเพิ่มเติมของกกต. เห็นว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวไม่ได้เป็นความผิดตามมาตรา 53 ของพ.ร.บ. เลือกตั้ง ฯ ส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. จึงมีมติเอกฉันท์ไม่รับเป็นเรื่องคัดค้าน

           นายสุทธิพล กล่าวถึงกรณีของแกนนำกลุ่มนปช. ที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ว่า อนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ไต่สวนกรณีดังกล่าว แจ้งกับที่ประชุมกกต. ว่า การสอบหลักฐานยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอเลื่อนการส่งเรื่องให้ที่ประชุมกกต. พิจารณา ส่วน ผู้สมัครส.ส. ที่ได้รับการเลือกตั้งรายอื่นที่กกต. ยังไม่ได้รับรองนั้น หากการสอบสวนแล้วเสร็จทัน ในวันที่ 21 ก.ค. กกต. จะประกาศรับรองในชุดที่สาม ได้ 
 
           ทั้งนี้ ยอดรวมทั้งหมดที่กกต.ประกาศ รวม 370 คน เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 111 คน ส.ส.ระบบเขตจำนวน 259 คน เหลือที่ยังไม่ประกาศ 130 คน 
 

นปช.ไม่กังวลแม้กกต.ยังแขวน 

 

          นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. กล่าวถึงการที่ กกต.ยังไม่รับรอง 12 แกนนำนปช.เป็นส.ส. ว่า ยังต้องดูต่อไป ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ยังมีเวลาอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่ากกต.จะรับรอง และไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ เพราะดูตามกฎหมายแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรที่กกต.จะไม่รับรอง โดยขณะนี้แกนนำยังไม่ได้หารือในกรณีที่หาก กกต. ไม่รับรอง

           ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. กล่าวว่า ตนยังไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะกกต.จะมีการประชุมอีก แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา และถ้าดูจากข้อกฎหมาย แล้วมาพิจารณาก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะถ้าอนุกรรมการส่งเรื่องมา ยังที่ประชุมเชื่อว่าทุกอย่างจะจบ แต่ก็แปลกใจ ว่า ทำไมอนุกรรมการยังไม่ส่งเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมายเปิดกฎหมายดูก็น่าจะรู้แล้ว ส่วนตัวไม่กังวล เพราะไม่ได้ผิดระเบียบกกต. และได้ป้องกันถึง 2 ชั้น คือ พรรคเพื่อไทยได้แก้ระเบียบและหลังออกมาจากคุกก็ได้ลาออกจากสมาชิกและได้สมัครใหม่ เครียร์ปัญหาหมดแล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับแกนนำคนอื่นๆ แต่เชื่อว่า แกนนำทั้ง 12 คนจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

 

ม็อบแดง-เหลืองหวิดปะทะหลังชุมนุมเผชิญหน้ากดดันกกต.

          ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่บริเวณหน้าอาคารบี ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานกกต. ได้มีกลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย นำโดยไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ซึ่งได้เดินทางมาปักหลักที่ด้านหน้าอาคารบี ฝั่งทิศตะวันออก ตั้งแต่ตอนเช้า

          โดยได้นำรถขยายเสียงเพื่อมาอ่านแถลงการณ์ และประกาศเจตนารมณ์คัดค้านเพื่อไม่ให้กกต.ประกาศรับรองผลส.ส.ที่เหลืออีกจำนวน 142 คน  ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงประมาณ  50 คน นำโดย เจ๋ง ดอกจิก หรือนายยศวริศ ชูกล่อม และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด  ได้เดินทางมารอผลการรับรองการเป็นส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้มีการตะโกนว่า ‘ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ’ พร้อมทั้งได้มีการชูป้ายผ้าที่มีภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และหมายเลข 1  ซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการเผชิญหน้าส่งเสียง ด่าทอกันเป็นระยะ

          ต่อมา พ.ต.อ.ศิวโรจน์ สุขัควานนท์ ผู้กำกับ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ขอร้องให้กลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย หยุดใช้เครื่องขยายเสียง ซึ่งทางกลุ่มเสื้อแดงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่กลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนฯ ไม่ยอมลดละ ทำให้กลุ่มเสื้อแดงไม่พอใจ ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ศิวโรจน์ ก็ได้มาร้องขอกับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนฯ อีกครั้ง แต่ทางกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนฯไม่ยอมหยุด

          โดย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ตำรวจได้มายึดรถ ซึ่งถือว่าทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ยังด่าทอตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย “ไอ้ควาย ที่ข้างหูผม” ซึ่งกรณีนี้ตนจะนำไปร้องเรียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการทางวินัย เพราะการใช้เครื่องขยายเสียง มีโทษผิดแค่ปรับ ไม่ใช่มายึดรถของพวกตน ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อทำหน้าที่ของบ้านเมือง

          ขณะ ที่ พ.ต.อ.ศิวโรจน์ กล่าวชี้แจงว่า ตนสุภาพที่สุดแล้ว ไม่เคยใช้คำด่ากับใคร ที่โรงพัก ลูกน้องทุกคนก็ทราบดีว่าตนไม่เคยใช้คำหยาบคายและด่าว่าใคร การขอร้องให้หยุดใช้เครื่องขยายเสียง ก็เป็นไปตามหน้าที่ แต่ในเมื่อเขาไม่หยุด ก็ต้องใช้พยานหลักฐาน ฟ้องร้องดำเนินคดีกันไป ซึ่งเราได้มีการบันทึกภาพวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน

          ทั้งนี้ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจากับทางกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนฯ อยู่ แล้วไม่ยอมหยุด กลุ่มคนเสื้อแดง ก็เริ่มไม่พอใจ และมีการตะโกนด่าทอใส่อย่างหยาบคาย จนบรรยากาศตรึงเครียด จนเจ้าหน้าที่ต้องประสานขอกำลังเพิ่มเติม 60 นาย มาประจำด้านหน้าสำนักงาน กกต. เพื่อระงับเหตุตอบโต้ของทั้ง 2 ฝ่าย

          จากนั้นนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ขึ้นบนรถเครื่องขยายเสียงหน้าสำนักงานกกต.อ่านแถลงการณ์ ฉบับพิเศษ 1/2554 เรื่องการรับรองผู้ไม่มีคุณสมบัติให้เป็นส.ส.ไปก่อนแล้วค่อยสอยทีหลังโดยมีใจความว่า กกต.ต้องเร่งวินิจฉัยโดยพลันในเรื่องร้องคัดค้านต่างๆเกี่ยวกับการให้ใบเหลือง-ใบแดง แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และอย่าหนีความรับผิดชอบโดยการผลักภาระไปให้แก่หน่วยงานศาล

          โดยอ้างว่าดำเนินการไม่ทันโดยไม่อยากจะดำเนินการและเร่งพิจารณาพฤติกรรมการดำเนินงานของพรรคการเมืองที่เข้าข่ายเป็นปรปักษ์ต่อการปกครอง เป็นภัยต่อความมั่นคง ดำเนินการเพื่อให้ได้อำนาจในการปกครองไม่เป็นตามวิธีการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เพื่อให้ยุบพรรคต่อไป 

          ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของกกต. ประชาชนทุกคนจึงมีหน้าที่ร่วมกันในอันที่จะต้องดำเนินการทุกวิถีทางตามกฎหมายในการเอากกต. ผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้จงได้เพื่อหยุดสถานการณ์บ้านเมืองมิให้เสื่อมทรุดลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่

          นายชินวัฒน์ หาบุญพาด  แกนนำกลุ่มแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนมาเพียงเฝ้าดูการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมหน้าสำนักงานกกต. เนื่องจากมีกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยมาชุมนุมใกล้เคียงกันจึงเกรงว่าจะเกิดกระทบกระทั่งจึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงทยอยกลับ

 

เสื้อแดงเฮลั่นพรรคหลังกกต.รับรอง"ยิ่งลักษณ์"

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าตั้งแต่ช่วงเช้า กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 15 คนได้เดินทางมาที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อรอลุ้นการรับรองส.ส.เพิ่มเติมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  จากนั้นเวลา 17.00 น. เมื่อมีรายงานข่าวว่า กกต.รับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นส.ส.แล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงที่ทราบข่าวต่างไชโยลั่น แสดงความดีใจ