ข่าว

เผยสเปค'แบล็คฮอว์ค'จากอดีต-ปัจจุบัน

เผยสเปค'แบล็คฮอว์ค'จากอดีต-ปัจจุบัน

19 ก.ค. 2554

เปิดข้อมูลเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค (UH-60 Black Hawk) จากสฟรัฐอเมริกา

          ยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค (UH-60 Black Hawk) เป็นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ในกองทัพไทยเรียกว่า ฮ.ท.60 ผลิตโดยบริษัทซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์ประเทศสหรัฐอเมริกา มันถูกใช้ในภาระกิจลำเลียงทหารครั้งละ 11-15 นาย

          แบล็คฮอว์คเป็นเฮลิคอปเตอร์สี่ใบพัด สองเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยซิคอร์สกี้ แอร์คราฟท์ ซิคอสกี้เสนอการออกแบบเอส-70 ให้กับการแข่งขันในระบบอากาศยานขนส่งยุทธวิธีสารพัดประโยชน์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2515 กองทัพบกได้ตั้งชื่อให้กับต้นแบบว่าวายยูเอช-60 เอ และได้เลือกแบล็คฮอว์คให้เป็นผู้ชนะของโครงการในปีพ.ศ. 2519 หลังจากการแข่งขันกับวายยูเอช-61 ของโบอิง เวอร์ทอล ยูเอช-60เอเข้าประจำการในกองทัพบกในปีพ.ศ. 2522 เพื่อเข้าแทนที่ยูเอช-1ไอโรควอยส์ในฐานะเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางยุทธวิธี

          การพัฒนาในปลายปีพ.ศ. 2503 กองทัพบกสหรัฐฯ ได้เริ่มตั้งความต้องการในเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางยุทธวิธีเพื่อมาแทนที่ยูเอช-1 ไอโรควอยส์โดยอาศัยจากสิ่งที่เจอมาในสงครามเวียดนาม กองทัพบกยังได้เริ่มการพัฒนาเครื่องยนต์แบบใหม่ให้กับเฮลิคอปเตอร์ซึ่งจะกลายมาเป็นเจเนรัล อิลเลคทริค ที 700 กองทัพบกต้องการการพัฒนาในการทำงานที่ยอดเยี่ยม ความทนทาน และความไว้ใจได้

          อย่างไรก็ตามกองทัพบกไทยทำการร้องขอข้อเสนอสำหรับเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวในเดือนมกราคมพ.ศ. 2515  โดยมีต้นแบบสี่ลำถูกสร้างขึ้นมา ลำแรก คือ วายยูเอช-60 เอ ทำการบินในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2517 และถูกประเมินเทียบกับแบบของโบอิง เวอร์ทอล ก่อนการส่งต้นแบบให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ การประเมินขั้นต้นเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2518 เพื่อทำให้แน่ใจว่าเครื่องบินนั้นสามารถทำงานอย่างปลอดภัยขณะทำการทดสอบ

          และต้นแบบทั้งสามถูกส่งให้กับกองทัพบกในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2519 และอีกหนึ่งถูกเก็บไว้โดยซิคอร์สกี้สำหรับการวิจัยภายใน แบล็คฮอว์คถูกเลือกเข้าสู่การผลิตในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2519 การขนส่งยูเอช-60เอให้กับกองทัพสหรัฐฯ เริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2521 และเฮลิคอปเตอร์ได้เข้าประจำการในเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2522

          ต่อมาในปลายปีพ.ศ. 2523 รุ่นนี้ได้ถูกพัฒนาเป็นยูเอช-60 แอล ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องกำลังที่มากกว่าด้วยเครื่องยนต์ใหม่ การผลิตในปัจจุบันคือรุ่นยูเอช-60 เอ็ม จะถูกขยายระยะการใช้งานของแบบยูเอช-60 ไปจนถึงปีพ.ศ. 2563 โดยมีจุดเด่นที่ยังคงเป็นกำลังและการยกที่มากขึ้น ระบบควบคุมการบินและควบคุมการนำร่องแบบใหม่

          การออกแบบเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คสามารถทำภารกิจได้อย่างหลากหลายที่รวมทั้งการขนส่งทหาร สงครามอิเลคทรอนิก และการอพยพทางอากาศ รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อบุคคลสำคัญมีชื่อว่าวีเอช-60เอ็นถูกใช้เพื่อขนส่งบุคคลที่สำคัญของรัฐบาลและเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกเรียกว่า"มารีน วัน"ที่มีไว้สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ[5]

          ในปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศมันจะสามารถเคลื่อนย้ายทหารได้ 11 นายพร้อมอุปกรณ์หรือเปลี่ยนตำแหน่งของปืนใหญ่เอ็ม102 ฮาวไอเซอร์ขนาด 105 ม.ม.พร้อมกระสุน 30 นัดและลูกเรืออีกสี่นายได้ภายในครั้งเดียว อีกอย่างหนึ่งคือมันสามารถบรรทุกสินค้าได้ 1,170 กิโลกรัมหรือขนสินค้าแบบห้อยได้ 4,050 กิโลกรัม[6] แบล็คฮอว์คติดตั้งระบบอิเลคทรอนิกอากาศที่ก้าวหน้าและที่ทั้งที่เพิ่มความทนทานและความสามารถอย่างระบบจีพีเอส

          ยูเอช-60 สามารถติดตั้งปีกที่ด้านบนของลำตัวเพื่อบรรทุกถังเชื้อเพลิงหรืออาวุธ ระบบปีกนี้ถูกเรียกว่าอีเอสเอสเอส (external stores support system) มันจะมีที่ติดตั้งสองตำแหน่งบนแต่ละปีกเพื่อบรรทุกถังขนาด 870 ลิตรสองถังและถังขนาด 1,700 ลิตรสองถัง อีเอสเอสเอสยังสามารถบรรทุกอาวุธอย่างจรวด ขีปนาวุธ และแท่นปืนได้ 4,500 กิโลกรัม ระบบดังกล่าวเข้าประจำการในปีพ.ศ. 2529 อย่างไรก็ตามก็พบว่าถังทั้งสี่จะบดบังมุมการยิงของปืนที่บริเวณประตู เพื่อลดปัญหาระบบถังภายนอกหรืออีทีเอส (external tank system) พร้อมปีกที่จะบรรทุกพวกมันจึงถูกสร้างขึ้นมา[7]

          ราคานั้นขึ้นอยู่กับแต่ละแบบเนื่องมาจากความพิเศษ อุปกรณ์ และปริมาณของมัน ตัวอย่างเช่น ยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คของกองทัพบกสหรัฐฯ มีราคา 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่เอ็มเอช-60 จี เพฟฮอว์คของกองทัพอากาศมีราคา 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

          ส่วนประวัติการใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกา ยูเอช-60 ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในยุทธการโมกาดิชูยูเอช-60 ได้เข้าประจำการครั้งแรกพร้อมกับกองพลขนส่งทางอากาศที่ 101 ของสหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2522[9] ยูเอช-60 ได้เข้าร่วมรบครั้งแรกในการบุกเกรนาด้าของสหรัฐฯ เมื่อปีพ.ศ. 2526 ยูเอช-60 ยังได้ทำหน้าที่ในการบุกปานามาของสหรัฐฯ เมื่อปีพ.ศ. 2532 อีกด้วย ยูเอช-60เอและยูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คได้มีส่วนร่วมในสงครามอ่าวเมื่อปีพ.ศ. 2534

          ในปีพ.ศ. 2536 แบล็คฮอว์คได้สร้างชื่อเสียงในยุทธการโมกาดิชูในโซมาเลีย แบล็คฮอว์คยังได้ทำหน้าที่ในบอลข่านและเฮติเมื่อปีพ.ศ. 2533 แบล็คฮอว์คยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปในอัฟกานิสถานและอิรัก  และโคลัมเบียโคลัมเบียได้รับยูเอช-60 ลำแรกจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปีพ.ศ. 2530 กองทัพบกโคลัมเบีย กองทัพอากาศโคลัมเบีย และสำนักงานตำรวจโคลัมเบียใช้ยูเอช-60 เพื่อเคลื่อนย้ายทหารและเสบียงไปยังที่ที่ยากจะเข้าถึงจากทางบก อย่างการเข้าต่อต้านพวกค้ายาเสพติดและกลุ่มกองโจร นอกจากนี้ก็ยังใช้เพื่อการค้นหาและกู้ภัยและการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์อีกด้วย โคลัมเบียยังได้ดัดแปลงให้มันเป็นยูเอช-60 แบบติดอาวุธที่มีปีก[10][11]

          ด้านอิสราเอลกองทัพอากาศอิสราเอลได้รับยูเอช-60เอ 10 ลำจากสหรัฐเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2537 มีชื่อเล่นว่า Yanshuf ซึ่งแปลว่านกฮูก  ยูเอช-60 เอ เริ่มเข้ามาแทนที่เบลล์ 212 ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล อิสราเอลใช้ยูเอช-60 ทำการรบครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2529 เพื่อต่อต้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในทางเหนือของเลบานอน

          ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ยูเอช-60 สามลำของกองทัพอากาศอิสราเอลถูกใช้เพื่อเป็นพาหนะของประสันตะปะปาจอห์น พอลที่ 3 เมื่อท่านมาเยือนอิสราเอล อิสราเอลมียูเอช-60 46 ลำเมื่อปีพ.ศ. 2551[14]

          เม็กซิโกกองทัพอากาศเม็กซิโกได้รับยูเอช-60 เมื่อปีพ.ศ. 2537 ใช้เพื่อขนย้ายกองกำลังพิเศษ[15] ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 สหรัฐได้กล่าวว่าจะมอบเฮลิคอปเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับเม็กซิโกเพื่อใช้ต่อสู้กับขบวนการยาเสพติดในสงครามยาเสพติดของเม็กซิโก[16] ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 ตำรวจกลางของเม็กซิโกได้ใช้ยูเอช-60 ในการเจ้าโจมตีการส่งยาเสพติด ตุรกีได้ใช้ยูเอช-60 ในช่วงการสนับสนุนนาโต้ในอัฟกานิสถานและคาบสมุทรบอลข่าน ยูเอช-60 ยังถูกใช้โดยรัฐบาลเพื่อจัดการกับกลุ่มชาวเคิร์ดที่สร้างความรุนแรงตามแนวชายแดนอิรัก

 

          แบล็กฮอว์กเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทางตุรกีใช้มันอย่างกว้างขวาง ตุรกีเองทำโครงการที่พยายามจะสร้างเฮลิคอปเตอร์ของตนเองจำนวน 109 ลำ ประเทศอื่นๆสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ร้องขอยูเอช-60 เอ็ม 14 ลำผ่านทางการขายระหว่างประเทศ ในแพ็คเกจมีทั้งเลเซอร์และเรดาร์เตือนภัยเช่นเดียวกับระบบอาวุธ

          รุ่นต่างๆยูเอช-60 มีแบบมากมายแตกต่างกันไป กองทัพบกสหรัฐจะใช้รุ่นที่มีปีกติดอยู่ด้วยเพื่อบรรทุกถังเชื้อเพลิงหรืออาวุธเสริม  แบบต่างๆ นั้นจะมีความสามารถแตกต่างกันไปและอุปกรณ์เฉพาะเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป

          รุ่นทั่วไปยูเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดั้งเดิมของกองทัพบกสหรัฐที่มีลูกเรือทั้งหมด 4 นาย และผู้โดยสารได้ 11 คน โดยมีเครื่องยนต์ที 700-จีอี-700 เป็นขุมกำลัง เริ่มทำการผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520-2532 ยูเอช-60ซี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดัดแปลงสำหรับภารกิจซี 2 ซีเอช-60อี เป็นรุ่นที่มีจุดประสงค์ในการขนย้ายทหารของนาวิกโยธินสหรัฐ ยูเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่มีเครื่องยนต์ที700-จีอี-701ซี มีกระปุกเกียร์ที่ทนทานและระบบควบคุมการบินที่ทันสมัย ถูกผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532-2550

          ยูเอช-60เอ็ม แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นพัฒนาที่มีใบพัดพิเศษพร้อมเครื่องยนต์ที700-จีอี-701ดีโดยให้กำลังสูงสุด 2,000 แรงม้า มันมีกระปุกเกียร์ที่ทนทาน คอมพิวเตอร์ระบบจัดการยานพาหนะร่วม และห้องนักบินที่มีอุปกรณ์แบบใหม่ มันเริ่มทำการผลิตตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 สหรัฐมีแผนที่จะใช้รุ่นนี้แทนที่รุ่นดั้งเดิม

          รุ่นพิเศษอีเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นที่มีระบบไฟฟ้าที่ก้าวหน้าและสถานีสำหรับระบบอิเลคทรอนิกสองสถานีวายอีเอช-60บี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงเพื่อใช้เรดาร์และระบบอิเลคทรอนิกอากาศพิเศษ เป็นรุ่นต้นแบบในการใช้ระบบล็อกเป้าจากระยะปลอดภัย อีเอช-60ซี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงมาเพื่ออุปกรณ์อิเลคทรอนิกพิเศษและเสาอากาศด้านนอก อียูเอช-60แอล เป็นรุ่นดัดแปลงที่มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกพิเศษสำหรับภารกิจทางอากาศ

          อีเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นอีเอช-60เอที่มีการพัฒนาอุปกรณ์มากมาย ยูเอช-60คิว แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นเอที่ดัดแปลงมาเพื่อขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ

          เอชเอช-60แอล เป็นรุ่นแอลที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์นมีทั้งรอก ระบบช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ระบบควบคุมตามสภาพแวดล้อม ระบบออกซิเจน และที่นั่งพยาบาล

          เอ็มเอช-60เอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นดัดแปลงในด้านระบบอิเลคทรอนิกอากาศ ระบบนำร่องที่แม่นยำ อินฟราเรด และความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ มันมีเครื่องยนต์ที700-จีอี-701 เป็นขุมกำลัง เอ็มเอช-60เค แบล็กฮอว์ก เป็นแบบของสหรัฐที่ดัดแปลงมาเพื่อปฏิบัติการพิเศษ

          เอ็มเอช-60แอล ไดเรกแอ็คชั่นเพเนเทรเตอร์ เป็นแบบของสหรัฐที่ดัดแปลงมาเพื่อปฏิบัติการพิเศษ[28] มันสามารถติดตั้งอาวุธอย่างขีปนาวุธเฮลไฟร์ ปืนกลเอ็ม230 ขนาด 30 ม.ม. จรวดไฮดรา 70 และปืนเอ็ม134ดีที่จะติดตั้งอยู่ตรงประตูเอชเอช-60เอ็ม เป็นแบบของสหรัฐที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์

          ยูเอช-60เอ ราสคาล เป็นแบบดัดแปลงของนาซ่าสำหรับการทดลองระบบใบพัดซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้ในการศึกษาการเคลื่อนที่ของเฮลิคอปเตอร์ในโครงการพิเศษ

          วีเอช-60ดี ไนท์ฮอว์ก เป็นแบบของนาวิกโยธินสหรัฐ มันยังถูกดัดแปลงเป็นรุ่นเอชเอช-60ดีเพื่อขนย้ายบุคคลสำคัญ มีเครื่องยนต์ที700-จีอี-401ซีเป็นขุมกำลัง[23]

          วีเอช-60เอ็น ไวท์ฮอว์ก เป็นแบบของนาวิกโยธินสหรัฐ มันคือรุ่นเอที่ถูกดัดแปลงโดยมีจุดเด่นคล้ายกับเอสเอช-60บี/เอฟ ซีฮอว์ก[31] มันถูกใช้เพื่อขนย้ายประธานาธิบดี มันเข้าประจำการเมื่อปีพ.ศ. 2531 และมีทั้งสิ้น 9 ลำที่ทำการส่งมอบ

          รุ่นส่งออกยูเอช-60เจ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น มันยังมีอีกชื่อหนึ่งว่าเอส-70-12 ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาตโดนอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ ยูเอช-60เจเอ แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ถูกผลิตภายใต้ใบอนุญาตโดนอุตสาหกรรมมิตซูบิชิ

          เอเอช-60แอล อาร์เพียร์ 3 เป็นรุ่นส่งออกให้กับโคลัมเบียที่มีการพัฒนาระบบอิเลคทรอนิกอากาศ ระบบการยิง อินฟราเรด เรดาร์ จรวดขนาดเบา และปืนกล มันถูกนำไปพัฒนาโดยกองทัพอากาศโคลัมเบีย เอลบิท

          และซิคอร์สกี้เอเอช-60แอล แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเดิมทีตั้งใจจะขายให้กับกองทัพออสเตรเลียในโครงการเอไออาร์87 ซึ่งคล้ายกับเอเอช-60แอล อาร์เพียร์ 3 ยูเอช-60พี แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งคล้ายกับยูเอช-60แอล เอส-70เอ รุ่นนี้เป็นรุ่นส่งออกของซิคอร์สกี้

          เอส-70เอ-1 ดีเซิร์ทฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับซาอุดิอาระเบีย เอส-70เอ-แอล1 ดีเซิร์ทฮอว์ก เป็นรุ่นอพยพทางอากาศให้กับซาอุดิอาระเบีย เอส-70-5 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์

          เอส-70เอ-9 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพบกออสเตรเลีย เอส-70-11 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพอากาศจอร์แดน S-70-12 แบล็กฮอว์ก เป็นแบบค้นหาและกู้ภัยสำหรับญี่ปุ่น มีอีกชื่อว่ายูเอช-60เจ

          S-70-14 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับบรูไน S-70-16 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นสำหรับการทดสอบเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์/เทอร์โบเมก้า

          อาร์ทีเอ็ม 332S-70-17 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับตุรกี ซิคอร์สกี้/เวสท์แลนด์

          เอส-70-19 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นที่สร้างขึ้นภายใต้ใบอนุญาตในสหราชอาณาจักรโดยเวสท์แลนด์ มันมีอีกชื่อว่าดับบลิวเอส-70

          เอส-70-21 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับอียิปต์ เอส-70-24 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับเม็กซิโก

          เอส-70-26 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับโมรอกโก

          เอส-70-27 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับฮ่องกง

          เอส-70เอ-42 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับออสเตรีย

          เอส-70เอ-43 แบล็กฮอว์ก เป็นรุ่นส่งออกให้กับกองทัพบกไทย

          สำหรับรุ่นของซิคอร์สกี้-70 ให้ดูที่เอสเอช-60 ซีฮอว์ก เอชเอช-60 เพฟฮอว์ก และเอชเอช-60 เจย์ฮอว์ก

          สำหรับประเทศผู้ใช้งาน  เอส-70เอ-9 แบล็คฮอว์คของกองทัพบกออสเตรเลีย ออสเตรเลีย กองทัพออสเตรเลียมีเอส-70 จำนวน 34 ลำในประจำการ

          ออสเตรีย กองทัพอากาศออสเตรียมีเอส-70เอ-42 แบล็คฮอว์ค 9 ลำ

          บาห์เรน  บราซิล  โคลอมเบีย กองทัพอากาศโคลัมเบีย มียูเอช-60เอ/แอล 32 ลำ และยูเอช-60แอล อาร์เพีย 3

          กองทัพบกโคลัมเบียมียูเอช-60เอ/แอล 34 ลำ (บวกอีก 15 ลำในการสั่งซื้อ)

          กองตำรวจแห่งชาติชิลี , อียิปต์ , อิสราเอล , ญี่ปุ่น , กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น , กองกำลังป้องกันตนเองทางน้ำของญี่ปุ่น , กองกำลังป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่น , จอร์แดน , เกาหลีใต้  กองทัพโมรอกโคมียูเอช-60แอลจำนวน 2 ลำ

          สำหรับบุคคลสำคัญในประจำการ เม็กซิโก กองทัพอากาศเม็กซิโกได้รับยูเอช-60แอลจำนวน 6 ลำ

          กองตำรวจกลาง ฟิลิปปินส์  จีน  สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซาอุดีอาระเบีย และไทย กองทัพบกไทยมียูเอช-60แอล แบล็คฮอว์คหรือเอส-70เอ-43(ได้รับการปรับปรุงเป็นยูเอช-60เอ็มแล้วทั้งหมด) จำนวน 7 ลำในประจำการ อยู่ ณ กองบินปีกหมุนที่ 9(ผสม) จังหวัดลพบุรี

          รายละเอียดของยูเอช-60 แบล็คฮอว์ค มีลูกเรือ 4 นาย ความจุ 2,640 ปอนด์สำหรับสินค้าภายใน รวมทั้งทหาร 14 นายและเปลหาม 6 อัน หรือ 8,000 ปอนด์ (ยูเอช-60เอ) และ 9,000 ปอนด์ (ยูเอช-60แอล) สำหรับสินค้าภายนอก ความยาว 19.76 เมตร ความกว้างลำตัว 2.36 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางใบพัด 16.36 เมตร ความสูง 5.13 เมตร น้ำหนักเปล่า 4,819 กิโลกรัม น้ำหนักพร้อมบรรทุก 9,980 กิโลกรัม น้ำหนักสูงสุดตอนนำเครื่องขึ้น 10,660 กิโลกรัม

          ขุมกำลัง เครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์ของเจเนรัล อิเลคทริกแบบที700-จีอี-701ซี กำลังขับเคลื่อนเครื่องละ 1,800 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง

          ความเร็วในการร่อน 278 กิโลเมตร/ชั่วโมง รัศมีทำการรบ 592 กิโลเมตร พิสัยในการเคลื่อนย้าย 2,220 กิโลเมตร เพดานบินทำการ 19,000 ฟุต อัตราการไต่ระดับ 700 ฟุต/นาที อัตราน้ำหนักต่อการแรงผลัก 0.192 แรงม้า/ปอนด์ อาวุธ ปืนกลเอ็ม240เอชหรือเอ็ม134 ขนาด 7.62 ม.ม.สองกระบอก