เคาะเลือกหัวหน้า-เลขาฯปชป.6ส.ค.นี้
เคาะแล้วเลือกหัวหน้า-เลขาธิการ ปชป.คนใหม่ 6 ส.ค.นี้ " สุเทพ"ปัดวางคนสานต่อเก้าอี้แทน ยันไม่มีบอนไซผู้ใหญ่สายชวน-บัญญัติ ยันไม่มีวางทายาทสานต่อ ย้ำไม่มีแรงกระเพื่อม "บัญญัติ"หนุน"อภิสิทธิ์"นั่งหน.พรรครอบสอง
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการณ์เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมรักษาการณ์คณะกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเอดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ
โดยจากวันนี้ไปจนถึงวันคัดเลือกเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนไปปรึกษาหารือกันว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสม และอยู่ที่สมาชิกพรรคว่าจะมีความเห็นอย่างไรถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่ง สำหรับรายชื่อแคนดิเดตที่ถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิช ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กรรมการสภาที่ปรึกษา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์นั้น ตนเห็นว่าดีหมด แต่ไม่ขอออกความเห็น
และสำหรับตนเองแล้วก็มีรายชื่อผู้สนับสนุนอยู่ในใจแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ถึงแม้ตนจะไม่มีตำแหน่งในพรรค แต่ก็เป็นสมาชิกพรรคที่ดีและพร้อมทำงานให้พรรคต่อไปด้วยความเข้มแข็ง ยืนยันว่าคงไม่รับตำแหน่งในพรรคอื่นๆ
เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่าแม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ แต่มีการวางคนของตนเองขึ้นแทนเพื่อบริหารพรรคต่อไป นายสุเทพ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ แต่โดยธรรมชาติของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีผู้มีอิทธิพลใดๆที่สามารถผลักดันคนหนึ่งคนใด ให้ดำรงตำแหน่งได้ และตนก็คงไม่มีอิทธิพลที่จะกระทำได้ขนาดนั้นเพราะเป็นแค่สมาชิกพรรคคนหนึ่ง
ขณะที่คุณสมบัติของตำแหน่งเลขาธิการนั้น คิดว่าทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และคงไม่เกี่ยวกับเรื่องบารมีเพราะตนไม่มีบารมีแต่ก็สามารถทำงานได้ นอกจากนี้ยังเป็นหน้าที่ของส.ส.ภายในพรรคที่จะช่วยหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคทำงาน
“ เอาให้หล่อกว่าผมแล้วกัน เรื่องการบริหารจัดการใครมาเป็นก็ทำได้ และส.ส.ก็ต้องช่วยกันทำงาน ทุกคนทำได้ไม่มีปัญหา” นายสุเทพกล่าว
ส่วนกรณีที่นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ ซึ่งเป็นผู้เสนอรายชื่อคุณหญิงกัลยาให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนต่อไป ที่เสนอรายชื่อผู้ใหญ่ภายในพรรค อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา ให้มีบทบาทในพรรคมากขึ้นนั้น
นายสุเทพ กล่าวว่า นายชวนและนายบัญญัติมีบทบาทมากอยู่แล้วในพรรค เวลามีปัญหาที่ต้องการคำปรึกษาก็ได้ให้ทั้งสองแนะนำตลอดเวลา หรือในช่วงดำเนินการทางการเมืองหาเสียงเลือกตั้งทั้ง 2 ก็ทำงานเหนื่อย เห็นได้จากกรณีของนายชวนที่ล้มป่วยหลังจากการเลือกตั้ง ดังนั้นยืนยันว่าทั้ง2 มีบทบาทในพรรคอยู่แล้ว ทั้งนี้ตนคงไม่เสนอความเห็นแตกต่างจากสิ่งที่นายพิเชษฐ์ระบุ เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปจับโยงให้กลายเป็นมีปัญหากันอีก
ทั้งนี้นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธกรณีที่การเลือกกรรมการบริหารพรรคมักจะทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นภายในพรรคว่า ไม่เคยมี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคฯ ทุกครั้งไม่เคยเกิดปัญหารอยร้าว เพราะคนในพรรคเป็นผู้ที่ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย การแข่งขันเพื่อรับตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองนี้เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรคเข้าใจดี รับรองว่าไม่เป็นปัญหาแน่นอน
ส่วนกรณียุทธศาสตร์การต่อสู้ของพรรคเพื่อแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นต่อจากนี้นั้น คงต้องให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตอบ
เมื่อถามถึงกรณีนายอภิรักษ์ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในกรณีรถดับเพลิงต่อศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในช่วงที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าจะส่งผลต่อการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน รายชื่อที่สื่อถามมามีความโดดเด่นเหมาะสมทั้งนั้น เช่นเดียวกับที่มีอีกหลายชื่อที่ไม่ได้ถามก็มีความเหมาะสม
“บัญญัติ”หนุน“อภิสิทธิ์”นั่งหน.ปชป.รอบสอง
ที่รัฐสภา นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค กล่าวถึงการเลือกเลขาธิการพรรคแทนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคที่ลาออกไปว่า ตามข้อบังคับของพรรคต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรคก่อน จากนั้นหัวหน้าพรรคจะเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม 3 คนให้ที่ประชุมใหญ่พรรคเลือก
ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่เปิดกว้างมากขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะเกิดความแตกแยกภายในพรรคหรือไม่นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติเป็นความคิดเห็นที่หลากหลายเพราะพรรคมีความเป็นประชาธิปไตยภายในสูงสมาชิกสมารถมีความคิดเห็นได้ แต่เมื่อถ้าพรรคมีการลงมติแล้วทุกอย่างก็จบ
เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรค ยังเหมาะสมกับการกลับเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ในส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ยังมีความเหมาะสมอยู่ในการกลับเข้ามาเพื่อมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ตรงนี้ถือว่าเป็นความต่อเนื่องในการทำงานในฐานะเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนและเมื่อเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายค้านย่อมมองเห็นว่ารัฐบาลใหม่ควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร ซึ่งเชื่อว่านายอภิสิทธิ์จะเห็นความบกพร่องได้ดีชัดเจนกว่าคนอื่น
เมื่อถามต่อว่าถ้าเลขาธิการพรรคไม่ได้มาจากภาคใต้จะมีปัญหาหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเพราะคนที่ทำงานก็เป็นคนที่คุ้ยเคยกันมาอยู่แล้วใครจะมาเป็นเลขาธิการพรรคคงไม่เป็นประเด็นอะไร จะมาจากภาคไหนก็ได้
และมีการวิจารณ์ว่าสาเหตุที่พรรคถดถอยเพราะผู้ใหญ่ในพรรคถูกบอนไซ นายบัญญัติ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมุมมองแต่ละบุคคล ซึ่งคนหมู่มากก็มีความคิดเห็นแตกต่าง บางคนอยู่ในพวกน้อยเนื้อต่ำใจ ตรงนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ ขอให้มั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่น่ากังวลอะไร



