
สหรัฐขอไทย-กัมพูชายึดสันติแก้พิพาท
สหรัฐอเมริกา ได้รื้อฟื้นข้อเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชา ใช้แนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทบริเวณแนวพรมแดนโดยสันติวิธี "นพดล"ข้องใจศาลโลกห้ามไทยขัดขวางกัมพูชาเข้าถึงปราสาท คมชัดลึกจัดถกคำตัดสินศาลโลก
(19ก.ค.) หลังจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก พิพากษาให้ทั้งสองประเทศ ถอนทหารออกจากพื้นที่ขัดแย้งรอบปราสาทพระวิหาร โดย ไฮดี้ บรองค์ ฟัลตัน โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาเจรจากัน และพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุดเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี เพื่อเสถียรภาพอันเข้มแข็งในภูมิภาค และสนับสนุนความพยายามของอินโดนีเซียซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนในปัจจุบันของสมาคมอาเซียน ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสองชาติสมาชิก
"นพดล"ข้องใจศาลโลกห้ามไทยขัดขวางกัมพูชาเข้าถึงปราสาท
นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงคำตัดสินของศาลโลก กรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ว่า รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของศาลโลกที่ไม่รับข้อร้องเรียนของไทยที่คัดค้านคำร้องของกัมพูชา ซึ่งคำตัดสินที่ออกมานี้ก็ยังไม่ถือว่าไทยแพ้คดี เพราะเนื้อหาหลักที่กัมพูชาร้องคือให้ศาลตีความคำพิพากษาเมื่อปี 1962 ซึ่งศาลยังไม่ได้มีการตัดสิน คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งอีกว่าให้ทั้งสองประเทศถอนทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งเป็นคำตัดสินที่ลดความตรึงเครียด ลดการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่การปะทะนำไปสู่ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายได้ และเพื่อต้องการให้มีการหารือกันเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว ซึ่งเมื่อศาลมีคำสั่งให้สองฝ่ายถอนทหารแล้ว เชื่อว่าคงจะไม่มีการรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนของฝ่ายกัมพูชา เพราะจะเป็นการละเมิดคำสั่งศาล
ส่วนที่ศาลมีคำสั่งห้ามไทยขัดขวางการเข้าถึงปราสาทพระวิหารของกัมพูชา หรือขัดขวางการส่งเสบียงให้บุคลากรที่ไม่ใช่ทหารนั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่รับฟังได้ แต่มีประเด็นปัญหาอยู่ว่า หากการเข้าถึงตัวปราสาทของกัมพูชาได้ทำผ่านพื้นที่ทับซ้อนตรงนี้คงทำไม่ได้ และเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ดังนั้นเราต้องขอคำชี้แจงจากศาลโลกว่าคำสั่งนี้มีความหมายอย่างไร เพราะพื้นที่ทับซ้อนมีข้อกำหนดอยู่ว่าจะมีการพัฒนาหรือสร้างถาวรวัตถุใดๆของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ การเข้าถึงตัวปราสาทหากทำถนนผ่านพื้นที่ของเขาคงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าทำผ่านพื้นที่ทับซ้อนจะต้องมีการทำเรื่องประท้วงเอาไว้
เมื่อถามว่าที่ผ่านก็มีข่าวทางการกัมพูชากำลังทำถนนขึ้นปราสาทซึ่งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน นายนพดล กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็ได้มีการทำเรื่องประท้วงไว้เป็นระยะๆ เพราะเรื่องระหว่างประเทศอะไรที่ไม่ถูกต้องเราต้องรีบทำเรื่องประท้วงไว้ เพื่อนำไปเป็นข้อโต้เถียงในศาลหรือเวทีโลกในอนาคต ซึ่งโดยหลักการแล้วการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนต้องมีการเจรจากันก่อนเพื่อปักปันเขตแดน ซึ่งระหว่างนั้นก็ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม
คมชัดลึกจัดถกคำตัดสินศาลโลก
เมื่อวันที่18 ก.ค.หลังศาลโลกตัดสิน รายการ "คมชัด ลึก" ทางเนชั่น แชนแนล มีการแสดงความเห็นในเรื่องนี้ โดยวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ อดีตนักกฎหมายในคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สำนักกฎหมาย Freshfields Bruckhaus Deriger (กรุงปารีส) นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2505 เราต้องใช้ทนายความประมาณ 30-40 คน เพราะต้องค้นเอกสารกันมา และใช้เวลาสู้กัน 5-6 ปี ซึ่งมาตรการที่ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราววันนี้มี 4 ข้อ แต่ที่ให้ปฏิบัติจริงๆ มี 7 ข้อ การที่ศาลบอกว่ารับตีความต่อไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการตีความพิพากษา แต่ศาลต้องไปดูอีกว่าสามารถจะตีความได้หรือไม่ และไม่ว่ากัมพูชาหรือไทยไปดำเนินการใดๆ ต้องแจ้งให้ศาลรู้ หรือบริเวณที่ศาลขีดเส้นทำให้มีปัญหาไม่เพียงพอต่อการป้องกันการปะทะกัน ก็อาจจะขยายเส้นออกไป โดยจะต้องไปดูว่ามีเหตุอะไรจำเป็นหรือไม่ วันนี้ทั้งไทยและกัมพูชาได้ให้สิ่งที่เคยต้องการ คือศาลให้กัมพูชาต้องถอนทหารออกจากพื้นที่ และไทยต้องยอมให้ผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่
ส่วนผู้พิพากษามีแนวโน้มตีความไปในแนวทางเดียวกับรัฐบาลตัวเองหรือไม่นั้น ก็เป็นไปได้ สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีการตัดสินของศาลโลกจะลงทีละประเด็น และยังมองไกลว่า นอกจากให้ถอนทหารแล้ว ยังห้ามตั้งป้อมมองไกลด้วย ส่วนผู้ที่มีอำนาจขีดเส้นเขตแดนนั้น ก็คือศาล แต่เป็นเพียงแผนภาพคร่าวๆ ที่ให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติชั่วคราวเท่านั้น จึงอย่านำไปผูกว่าละเมิดอธิปไตย เชื่อว่าศาลคงจะไม่รับตีความคำพิพากษา เพราะจบไปแล้วตั้งแต่ปี 2505 การจะนำสิ่งที่อยู่วันนั้นมาตีความจะมายึดสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้ ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ด้วยว่า มันนอกขอบเขต และสิ่งที่กัมพูชาหวังคือ การตัดสินจะออกมาก่อนการประชุมมรดกโลก ซึ่งสันติภาพไม่จำเป็นต้องมาขีดกันในวันนี้ แต่ขอให้ประชาชนสามารถนอนหลับได้ดีกว่า
นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดอะ เนชั่น กล่าวว่า เมื่อดูข้อที่ศาลสั่งก็ตีความได้ว่าใครได้ใครเสีย ซึ่งศาลให้ถอนทหาร ห้ามกิจกรรมทางทหารด้วย หากรวมความแล้วกัมพูชาก็พูดได้ว่ากัมพูชาได้ประโยชน์ ส่วนข้อที่ไทยไม่ได้คือ การให้ขอจำหน่ายออกจากระบบ แต่กระบวนการแบบนี้ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ว่า ไม่มีใครได้ทั้งหมด หรือเสียทั้งหมด และพยายามบอกว่า ประชาชนของตัวเองสิ่งที่เราได้มาคืออะไร ซึ่งฮอร์ นัมฮง ได้ให้สัมภาษณ์ที่กรุงเฮกว่า พอใจคำพิพากษาและเป็นการลดความก้าวร้าวของไทย และยังมีประเด็นที่พ่วงเข้ามาคือกลไกอาเซียน ที่ศาลบอกว่า เมื่อให้ถอนทหาร ก็ให้มีผู้สังเกตการณ์ด้วย การที่ศาลตัดสินแบบนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกของคดีให้เดินไปได้ และถือเป็นทางออกที่ดี
อส.ภูมิชรอลเฝ้าเวรยามทั้งคืนหวั่นเกิดปะทะ
ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดน ที่หมู่บ้านภูมิชรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการไปยังนายอำเภอกันทรลักษ์ ให้จัดชุดอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าเวรลาดตระเวนดูแลความปลอดภัย สับเปลี่ยนกำลังกันตลอดทั้งคืน เพื่อสร้างความอบอุ่นใจให้กับราษฎร
อย่างไรก็ดี นายเมตต์ แสงจันทร์ ปลัดอวุโส อำเภอกันทรลักษ์ พร้อมด้วย กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ภูมิชรอล ได้เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และได้สั่งชุด อส. ร่วมมือกับชุด ชรบ.ได้เดินตรวจตรา ลาดตระเวน เฝ้ายามรักษาความปลอดกันตลอดทั้งคืน โดยนายเมตต์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังสงบเงียบดี ชาวบ้านที่ยังผวาอยู่ก็ได้รับกำลังใจจากส่วนราชการ ชุด อส. และชุด ชรบ.ที่เฝ้ายามให้ตลอดทั้งคืน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่อยากที่จะอพยพไปจากบ้านเรือนของตนเอง
และวันนี้ก็เป็นวันแรกของการเปิดเรียนของโรงเรียนตามแนวชายแดน หลังจากที่ปิดช่วงเทศกาลเข้าพรรษา แต่เชื่อจะไม่เหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นทางส่วนราชการ ก็พร้อมที่จะดูแล ช่วยเหลือราษฎรให้ได้รับความปลอดภัยเป็นลำดับแรก และได้เตรียมศูนย์อพยพไว้อย่างเพียงพอต่อราษฎรที่จะอพยพแล้วเช่นกัน



