
เหตุผลที่ว่าที่นายกฯหญิงเก็บตัว
"ขังตัวเองไว้ในบ้าน ก็ยังดีกว่า เดินออกมาเข้าวงล้อมของปัญหาสารพันที่เกินกำลังจะคลี่คลาย"
สื่อหลายสำนักรายงานว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน ไม่ยอมออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเหมือนเคย นับถึงวันที่ 18 กรกฎาคม ก็นับเป็นวันที่สามแล้ว
ในขณะที่บรรดากองเชียร์ทั้งหลาย ไล่ตั้งแต่ชาวบ้านยันพระ ส่งแรงเชียร์กันเซ็งแซ่
แต่วิธีการ "เก็บตัว" ของยิ่งลักษณ์ ไม่พบไม่เจอกับนักข่าว สำหรับว่าที่นายกฯ หญิง แล้วน่าจะเป็นเรื่องดีมากกว่าเสีย
อันดับแรกก็คือ ไม่ต้องไปตอบคำถามร้อนๆ อย่างเรื่องการยื่นขอศาลโลกคุ้มครองชั่วคราวของกัมพูชา ในกรณีเขาพระวิหาร
เพราะถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีคนที่เก่ง รู้เรื่องปราสาทพระวิหารลึกสุดขั้วหัวใจ เพราะเคยลงนามทำสัญญาอะไรต่อมิอะไรกันมาก่อน แต่ก็คงจะให้ข้อมูล ว่าที่นายกฯ หญิง ได้ไม่ครอบคลุม
แต่ถึงจะครอบคลุม ก็ไม่ได้มีรายละเอียดมากกว่า กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เดินทางไปเป็นตัวแทนไทยชี้แจงต่อศาลโลก
ตอบเรื่องนี้ไปไม่เพียงอาจจะผิดพลาดแค่นั้น ดีไม่ดีไปเหยียบตาปลาทหารเข้ามันจะยุ่งกันใหญ่
เพราะเรื่องนี้สำหรับกองทัพแล้วเป็นหน้าที่หลักของเขาในการปกป้องอธิปไตย
กองทัพภาคที่ 2 บอกอยู่โต้งๆ ว่า เขามีนายคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งมาอย่างไรก็ตามนั้น
แล้วที่สำคัญ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของยิ่งลักษณ์ ก็ให้สัมภาษณ์แล้วว่า ทางออกที่ดีในกรณีนี้คือ ให้ถอนทหารทั้งสองฝ่ายออกไป แล้วจัดให้เป็นพื้นที่ โนแมนส์ แลนด์ ถ้ายิ่งลักษณ์ไปพูดซ้ำ ก็เท่ากับก๊อบปี้ความคิดของทักษิณ
ภาพที่ว่า "ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ" มันก็จะยิ่งชัด จนทำให้ภาพลักษณ์ของว่าที่ผู้นำประเทศเสียหาย กลายเป็นคนคิดไม่เป็น ให้ได้ขุ่นเคืองใจไปอีก
เพราะตั้งแต่รู้ผลการเลือกตั้ง ทุกเรื่องที่ปกติยิ่งลักษณ์จะต้องเป็นคนตอบคำถาม แต่ทักษิณกลับเปิดสายให้แทบทุกสำนักข่าวได้ซักถามละเอียดยิบ
แล้วยิ่งลักษณ์ ก็มาพูดเหมือนกับที่ทักษิณได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้
แม้กระทั่งเรื่อง "ค่าจ้างขั้นต่ำ" ทักษิณก็ยังออกมาแก้ไขสถานการณ์ให้แก่ทั้งยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย ที่ดันไปให้สัญญาว่า 300 บาทต่อวันทำได้ทันที แต่วันดีคืนร้าย กลับมาบอกว่า นั่นแค่มาตรการในการหาเสียง ถ้าทำได้ ก็ได้แค่บางที่บางแห่ง แล้วยังต้องศึกษากันอีก
ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายกลายเป็นความเชื่อในคนหมู่มากว่า ที่ประกาศหาเสียงปาวๆ นั้น "โม้เกินครึ่ง" ทักษิณเลยออกมาแก้ตัวให้ว่า จังหวัดท่องเที่ยวน่าจะทำได้
เรื่องที่ดีสำหรับยิ่งลักษณ์ที่ "เก็บตัว" อยู่แต่ในบ้าน งดภารกิจทุกอย่างอีกเรื่องก็คือ ปัญหาการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี
ขนาดตัวยิ่งลักษณ์เองยังต้องลุ้นตัวโก่งอยู่ว่า วันที่ 19 กรกฎาคม จะผ่านการพิจารณาของ กกต. ได้รับการรับรองเป็น ส.ส.หรือไม่ ก็หนักพออยู่แล้ว เพราะข้อร้องเรียนเรื่องใช้คนบ้านเลขที่ 111 มาช่วยหาเสียงนั้น ความเห็นในส่วนของนักวิชาการ นักกฎหมาย นักตีความทั้งหลาย ก็ยังแตกต่าง จนไม่รู้ว่า เอาเข้าจริง กกต.จะเห็นอย่างไร
กกต.จะยึดเอาหลักรัฐศาสตร์มาพิจารณาว่า คนเลือกพรรคเพื่อไทยมากถึง 15 ล้านเสียง เหมือนเมื่อครั้งคดีซุกหุ้นภาคแรกของพี่ชาย ที่มีการใช้หลักการนี้หรือไม่
เมื่อเรื่องราวของตัวเองยังไม่รู้ว่าเป็นลูกผีลูกคน มันก็เกินกำลังที่จะไปฟังเสียงต่อรองเก้าอี้จากทั้งคนในพรรค ที่มีทั้งเสื้อแดง ทั้งนักเลือกตั้ง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็พยายามยื้อจะเอากระทรวงเดิมไปทำหน้าที่ต่อ ทั้งที่เสียงเพียงแค่กระจิดริด แต่พยายามแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าเมื่อใดราชสีห์ก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยหนูอยู่เสมอ
ที่สำคัญ หากยิ่งลักษณ์เกิดโผล่หน้าไปให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้แบบเป็นเรื่องเป็นราว ว่าเอาใครสเปกไหน เกิดกลุ่มก๊วน และหนูๆ ทั้งหลายไม่พอใจแห่บินไปดูไบ เพื่อให้เปลี่ยนโผมันก็จะยิ่งยุ่งไปใหญ่
ขังตัวเองไว้ในบ้าน ก็ยังดีกว่า เดินออกมาเข้าวงล้อมของปัญหาสารพันที่เกินกำลังจะคลี่คลาย
6 สัปดาห์เดินหาเสียงว่าหนักแล้ว ยิ่งลักษณ์ เจองานนี้ ไม่รู้ว่าจะรำพึงกับตัวเองบ้างหรือไม่ว่า งานช่วยพี่ชาย นี่มันสาหัสจริงๆ



