
'อุดร-สุโขทัย-อยุธยา'จ่อใบเหลือง
ฝ่าย สืบสวน กกต. เตรียมชง 3 ใบเหลือง 'อุดร-สุโขทัย-อยุธยา' ด้าน พท. มั่นใจ 'ปู' รอด เตรียมเดินหน้าทำแผน-โครงสร้างศก.
มีรายงานแจ้งว่า วันที่ 19 ก.ค.54 ฝ่ายสืบสวนสอบสวน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเสนอให้ที่ประชุมกกต. พิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ใน 3 จังหวัด คือ จ.อุดรธานี จ.สุโขทัย และ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรายละเอียดส่วนใหญ่ จะเป็นการร้องเรียน ในเรื่องใส่ร้ายป้ายสี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กกต. วันนี้(19 ก.ค.) พนักงานสืบสวนสอบสวนของ กกต. จะเสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่ ที่จ.อุดรธานี จ.สุโขทัย และ จ.อยุธยา โดยใน จ.อุดรธานี เป็นข้อหาการปราศรัยใส่ร้าย ซึ่งพนักงานสืบสวนสอบสวนเสนอสำนวนใบแดง แต่ยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องให้ใบแดง
ส่วนที่ จ.สุโขทัย เป็นข้อหาใส่ร้ายให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ขณะที่ จ.อยุธยา เป็นกรณี ที่ให้หัวคะแนนซื้อเสียง
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะสามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ในวันนี้(19ก.ค.) หรือไม่ เพราะทั้งหมดเป็นการเสนอสำนวนเข้าสู่ กกต. เป็นครั้งแรก และที่ผ่านมา ในกรณีเช่นนี้ มักจะมีการสอบถามและให้ไปสอบเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การพิจารณาของ กกต. ในวันนี้ (19ก.ค.) จะมีการนำสำนวนของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งพรรคเพื่อไทย สำนวนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงสำนวนของแกนนำคนเสื้อแดงเข้าหารือในที่ประชุมว่า จะสามารถประกาศรับรองผลได้หรือไม่
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา กกต. ได้มีการพุดคุยเรื่องนี้อย่างกว้างขวางว่า สมควรที่จะรับรองไปก่อนหรือไม่ ในกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจนและไม่สามารถทำให้เสร็จได้ภายใน 30 วัน เพราะหากทำไม่ทัน อย่างไรก็ต้องประกาศรับรองไปก่อนเพื่อให้เปิดสภา ซึ่งจะเป็นการลดแรงกดดัน ที่เข้ามาสู่ตัว กกต. เอง รวมทั้งเพื่อให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้าไปได้ และหลังจากนั้นก็ค่อยสืบสวนหาข้อเท็จจริงและส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาก็ยังทำได้
มีรายงานแจ้งว่า ในที่ประชุม กกต. จะมีการหารือกันว่า หากไม่ร้ายแรงเกินไป ก็น่าที่จะประกาศรับรองให้มากที่สุด
ก่อนหน้านี้ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า การพิจารณารับรองส.ส.ชุดที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะสามารถรับรองรายชื่อ ส.ส.ที่เหลือได้ครบ 142 คนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม คาดว่า น่าจะมีการพิจารณารับรองคุณสมบัติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์
พท. มั่นใจ กกต.รับรอง 'ยิ่งลักษณ์' เตรียมวางโครงสร้าง ศก.ใหม่
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาสำนักกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมชี้แจงต่อกกต. กรณีว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ ที่ถูกแขวน กกต.จะตัดสินในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ว่า ต้องปล่อยให้กกต.พิจารณาไปก่อนตามอำนาจหน้าที่ โดยทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้ทุกคนแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงได้เตรียมข้อมูลว่าที่ส.ส.ที่ถูกแขวนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือว่าที่ส.ส.ที่เป็นแกนนำนปช. นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ได้เชิญทุกคนมาให้ข้อมูลหมดแล้วว่าเรื่องเป็นอย่างไร ไม่น่าวิตกอะไร ไม่น่าหนักใจ เป็นข้อเท็จจริงที่ชี้แจงได้
รัฐบาลพท. เตรียมวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ในการยกร่างนโยบายรัฐบาล ของพรรคเพื่อไทย ที่จะแถลงต่อรัฐสภานั้น เวลา 10.30 น. วันที่ 18 ก.ค.54 ที่พรรคเพื่อไทย ได้มีการประชุมคณะทำงานยกร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยมีแกนนำเข้าร่วมประมาณ 20 คน อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายวิรุฬห์ ฟื้นแสน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ เพื่อเปิดให้แต่หัวหน้าคณะทำงานนโยบายแต่ละด้านนำเสนอรายละเอียดของเรื่องนั้นๆ
รายงานแจ้งว่า นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ในฐานะอดีต รมว.คลัง ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการพักหนี้ 3 ปี การลดภาษีบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก มานำเสนอด้วย
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เปิดเผยว่า ได้มีการหารือถึงการวางกรอบเตรียมความพร้อม เมื่อได้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะได้ทำงานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการวางโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่อยากให้รอดูภาพรวมทั้งหมดว่า มุ่งเน้นหาเม็ดเงินอย่างไร การสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงต้องทำทั้งระบบสร้างรายได้ จะส่งผลทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงาน
"ไม่ใช่แค่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะต้องยกระดับทั้งระบบ ยังมีอีกหลายขั้นตอน ดังนั้นอย่ามองเพียงนโยบายใดนโยบายหนึ่งเท่านั้น"
นโยบาย เริ่มเดินหน้า ต้นปี 2555
นายวรวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลเต็มตัว และไม่ได้มองเรื่องค่าแรง 300 บาทต่อวัน ที่จะเป็นปัญหา แล้วเอางบประมาณลงมาปิดก็จบ เราไม่ได้คิดง่าย ๆ แบบนั้น เพราะทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีเงินก็ไปกู้เงินมาใช้ แต่เราคิดและมองโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ ที่เป็นเศรษฐกิจใหม่ ที่จะต้องตอบโจทย์ทุกนโยบายกับสังคมได้ด้วย
"สิ่งสำคัญ การจะมาเป็นรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ต้องใช้เวลาปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณ ไม่ใช่เข้ามาแล้วจะทำได้ตามนโยบายทันที เพราะเราเสียเวลาจากการเลื่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีไป เนื่องจากไปตรงกับช่วงเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อรัฐบาลเข้ามากว่าจะจัดตั้งครม. แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จะต้องนำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เข้าสู่สภาด้วย อย่างน้อยกว่าจะผ่านรัฐสภามีผลบังคับใช้ได้ต้องต้นปี 2555 นโยบายต่างๆถึงสามารถดำเนินการได้"
ทั้งนี้ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทิ้งทวนเร่งใช้เงินงบประมาณจนแทบไม่เหลือ แล้วจะมาเร่งให้รัฐบาลทำนโยบายตามที่ประกาศไว้ได้อย่างไร เพราะทุกฝ่ายก็ย่อมรู้ดีว่า การขับเคลื่อนนโยบายล้วนต้องใช้ระยะเวลา ต้องมีงบประมาณส่วนหนึ่งเครื่องมือ
วอนสังคมอย่ากดดัน อ้าง ยังไม่เป็นรัฐบาล
รายงานแจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดว่า ขณะนี้กระแสสังคมได้กดดันให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย เร่งดำเนินการตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ จึงต้องขอความเห็นใจจากทุกคนว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ตอนนี้ยังมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากต้องการให้พรรคเพื่อไทยดำเนินนโยบายเร็วขึ้น ก็อยู่ที่กกต.ต้องเร่งรับรองว่าที่ส.ส.ที่ถูกแขวนอยู่ พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมทำงานบริหารประเทศเต็มที่อยู่แล้ว
ทั้งนี้ นโยบายต่าง ๆ พรรคเพื่อไทย ได้ทำเอกสารเป็น 2 ชุด คือ 1.นโยบายที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภา และ 2.แผนขั้นตอนการปฏิบัติของนโยบายแต่ละด้าน ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนพลังงานชั่วคราว บัตรเครดิตเกษตรกร รับจำนำข้าว นโยบายเหล่านี้ได้ข้อสรุปแล้วแต่มีหลายสูตร ซึ่งเตรียมที่จะเสมอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคาะว่า ใช้สูตรไหนที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม หากนโยบายที่จะทำใช้งบประมาณจำนวนมาก ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญว่าจะดำเนินการนโยบายไหนเร่งด่วนที่สุด
รายงานแจ้งด้วยว่า การประชุมในช่วงบ่าย ได้มีการพิจารณาถึงนโยบายปราบปรามยาเสพติด และนโยบายแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย



