ข่าว

สันติภาพใกล้เอื้อม ?

สันติภาพใกล้เอื้อม ?

19 ก.ค. 2554

คำวินิจฉัยคำร้องของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ที่อ่านโดยนายฮิซาชิ โอวาดะ ประธานศาล เมื่อวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม ให้ออกมาตรการชั่วคราว กำหนดเขตปลอดทหาร 4 จุด โดยให้ทหารทั้งสองฝ่ายถอนตัวออกจากพื้นที่พิพาท

            ห้ามฝ่ายไทยปิดกั้น หรือขัดขวางเส้นทางลำเลียงของกัมพูชา ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร และให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร ดูเหมือนจะเป็นคำวินิจฉัยที่แสดงถึงความพยายามของศาลโลกที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย แต่ก็อาจมีบางประเด็นที่คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่สบายใจ เช่น รายละเอียดของเส้นทาง และวิธีการปิดกั้นหรือขัดขวางเส้นทางในการจัดการพัฒนาพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของตัวปราสาท หรือแม้กระทั่งบริเวณพื้นที่ที่ศาลโลกให้ทั้งสองฝ่ายถอนทหาร ซึ่งอาจจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณภูมะเขือ รวมทั้งพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่นั่นไม่น่าเป็นปัญหา

             แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่คำพิพากษาที่จะมีผลบังคับในทันที ซึ่งมีนัยสำคัญที่แตกต่างจากศาลโดยทั่วไป แต่เป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาเพื่อคุ้มครองคู่ความในคดี โดยปกติก็อาจเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้จำเลยปฏิบัติตาม ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลโลกครั้งนี้ให้ความคุ้มครองทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ก่อนที่จะดำเนินกระบวนการพิจารณาเต็มคดีต่อไป เป็นการให้แนวทางแก่คู่พิพาท เพื่อให้การพิจารณาคดีในอีกราว 1-2 ปีข้างหน้า เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดกรณีกระทบกระทั่งระหว่างสองฝ่ายขึ้นอีก เมื่อพิจารณาประกอบกับถ้อยคำแสดงความยินดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาแล้ว คำวินิจฉัยของศาลโลกที่ไม่ได้ผูกมัดฝ่ายใด อาจนำไปสู่การเจรจาอย่างสันติวิธีระหว่างรัฐบาลไทยยุคพรรคเพื่อไทย ที่มีพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลกัมพูชา อาจมีการเจรจาในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยมากขึ้น และสุดท้ายฝ่ายกัมพูชา อาจไม่ประสงค์จะยื่นฟ้องไทยต่อศาลโลก  โดยกลับมาใช้การเจรจาแบบทวิภาคีเป็นทางออกในที่สุด

             ประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา อันเนื่องมาจากปราสาทพระวิหาร โดยเฉพาะในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร มีมายาวนาน นี่เป็นปรากฏการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นเกือบตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มีทั้งพื้นที่ที่กัมพูชารุกเข้ามาในฝั่งไทย มีการตั้งชุมชน สร้างที่อยู่อาศัยอย่างถาวร และมีทั้งที่ฝ่ายไทยรุกเข้ามาในพื้นที่กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลโลก ที่ให้แนวทางปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่ายครั้งนี้ น่าจะสร้างบรรยากาศที่ดีมากกว่าเพิ่มความตึงเครียดอย่างที่หลายฝ่ายวิตก และถึงแม้วันนี้สันติภาพยังไม่เกิดขึ้น แต่สันติภาพก็ใกล้แค่เอื้อมแล้ว