ข่าว

เช็กบิล...หัวคะแนน"อมตังค์"อีสานระอุ

เช็กบิล...หัวคะแนน"อมตังค์"อีสานระอุ

19 ก.ค. 2554

การเลือกตั้งภาคอีสานสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองมิติใหม่ "กระสุนแพ้กระแส" ปฏิเสธไม่ได้ว่าในพื้นที่ "เรดโซน" ตัวผู้สมัครและชื่อของพรรคสีโดดเด่น "นอนมา" ตั้งแต่ในมุ้ง แต่บางพื้นที่ก็พอมีหวัง จึงมีการอัด "กระสุน" สร้างแรงผลักดันคว้าชัยคู่แข่งได้บ้าง แต่พอผลเล

          การซื้อเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ว่าที่ผู้สมัครจะเข้าหาผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน หรือแม้กระทั่งการส่งสายเรียก นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่ที่ตนลงสมัครไปรับฟังปราศรัยย่อย เพื่อสอบถามถึง "เรตติ้ง" หาก "หัวคะแนน" กลุ่มไหนเชื่อมั่นว่าจะสามารถหาหาคะแนนเสียงมาได้ ก็จะสนับสนุนเงินในการซื้อเสียงก้อนแรกก้อนใหญ่ หากพื้นที่ไหนมีช่องโหว่ หัวคะแนนและผู้สมัครจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก ทำอย่างไรถึงจะเจาะประชาชนกลุ่มนี้ได้ ต้องจ่ายหนักเพียงใด

           หลังการหว่านเงินยกแรกแล้ว...เมื่อถึงวันสมัครเลือกตั้งได้เป็นผู้สมัครเต็มตัวแล้ว จะมีการทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไปเป็นชุดๆ เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในคะแนนเสียง การเลือกตั้งครั้งนี้ ระยะแรกพรรคที่จ่ายเยอะดูจะมีหวัง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย กระแสของพรรคนายใหญ่ที่เดินหมากเกมเรียกเรตติ้งกระฉูด หัวคะแนนที่ได้รับเงินมาเตรียมแจก กลับลำเบี้ยวจ่ายเพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้หอบเงินเข้ากระเป๋าไว้ใช้ส่วนตัวดีกว่า

           กำนันชื่อดังจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ที่กุมฐานเสียงชาวบ้านส่วนใหญ่ เป็นหัวคะแนนเนื้อหอมที่นักการเมืองต่างวิ่งเข้าหา เปิดเผยว่า มีผู้สมัคร ส.ส.จากหลายพรรคร้องขอให้ช่วยเป็นหัวคะแนนให้ พร้อมกับหอบเงินก้อนใหญ่เพื่อช่วยซื้อเสียง เมื่อลาภวิ่งมาหาแล้วก็ต้องรีบคว้า แต่ไม่มีใครรู้ว่าเราจ่ายจริงมากน้อยแค่ไหน

           "แรกๆ ก็ช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัครของแต่ละพรรคที่วิ่งเข้ามาหา ไม่ว่าจะเป็นพรรคกระสุน หรือพรรคกระแส หว่านเงินซื้อเสียงเพื่อโยนหินถามทาง แต่โยนไปโยนมาชาวบ้านบอกว่าหว่านเงินมากแค่ไหนก็ไม่ได้เพราะกระแสมาแรง เงินชาวบ้านเอาแต่จะเลือกคนไกลหัวใจสีแดง เลยหยุดแจก เพราะแจกไปก็เหมือนเงินจมน้ำ สู้เก็บไว้ใช้เองดีกว่า  "หัวคะแนนรายเดิมกล่าว

           แต่เมื่อความไม่ประมาทเพราะหากผิดพลาดโอกาสเสี่ยงชีวิตก็มีสูง หัวคะแนนรายนี้จึงต้องตรวจสอบข้อมูลจนแน่ชัดรอบด้าน พร้อมทั้งขอความชี้แนะในการทำโพลล์สำรวจชาวบ้านว่าจะเลือกใคร ผลออกมาก็เป็นตามนั้น แจกไปก็ไม่ได้เสียง เงินที่เหลือจึงเก็บไว้ในกระเป๋า แบ่งกันในทีมงานได้คนละหลายหมื่นบาทว่า เพราะหากผิดพลาดโอกาสเสี่ยงชีวิตก็มีสูง

           ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) หนึ่งในหัวคะแนนแจกเงิน บอกว่า ได้เงินจากผู้สมัคร ส.ส.หลายพรรค รวมหลายแสนบาท จึงได้พูดคุยกันปรึกษากับเพื่อนๆ และผู้ช่วยว่าจะจ่ายเท่าไรถึงจะได้กำไร เพราะรู้ดีว่าคงสู้พรรคคนเสื้อสีโดดเด่นไม่ได้ จึงแบ่งสันปันส่วนให้เพื่อนๆ แต่ละพื้นที่ไปแล้ว แต่ใครจะแจกหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง

           ด้านนายก อบต.รายหนึ่งที่เป็นแชมป์หลายสมัยไม่เคยสอบตกเพราะญาติเยอะ กล่าวว่า เงินกว่าจะตกมาถึงมือเราก็น้อยนิดเพราะถูกหัวคะแนนอมกันมาเป็นทอดๆ จึงทำให้ในพื้นที่ผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมสูสีกัน คนที่จะชนะกลับแพ้ เพราะเงินมาถึงมือหัวคะแนนระดับหมู่บ้านเหลือน้อยนิด กลับถูกกินแบ่งสันปันส่วนกันอีก เหลือเพียง 50 บาทก็มี จึงทำให้ผลออกมาไม่เข้าเป้า

           ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ขอนแก่น และนักวิชาการ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สาเหตุที่นักการเมืองแจกเงินแต่กลับแพ้ เนื่องจากการแจกเงินซื้อเสียงไม่ถึงมือชาวบ้าน อีกทั้งจำนวนเงินไม่พอที่จะซื้อใจชาวบ้านได้ จึงทำให้คะแนนเสียงของผู้สมัครเหล่านั้นน้อยจนแพ้เลือกตั้ง และเขตไหนที่ไม่สูสี หรือความนิยมทิ้งห่าง หัวคะแนนก็จะอมเงินทั้งหมดไว้ เพราะรู้ว่าแจกไปก็เหมือนเอาเงินทิ้งน้ำ อย่างไรก็สู้ไม่ได้ ชาวบ้านไม่เปลี่ยนใจมาเลือกคนที่แจกเงินแน่ เมื่อไม่มีทั้งฐานคะแนนความนิยม แถมเงินที่แจกก็ไม่ถึงมือ จึงเท่ากับ "ปิดประตูชนะ" ส่วนในเขตที่สูสีหัวคะแนนก็แจกเงินไม่มาก จึงทำให้เงินไม่สามารถซื้อใจชาวบ้านได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

           เมื่อผลลัพธ์การ "อมตังค์" ของหัวคะแนนเกิดขึ้น จนนำไปสู่การพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของนักการเมืองต่างขั้ว บางรายพ่ายตกเก้าอี้แบบยับเยิน แม้แต่ฐานคะแนนเสียงเดิมก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ เป็นตัวชี้ชัดว่า กระสุนที่จ่ายไปไม่ถูกยิง ขณะนี้จึงเกิดปรากฏการณ์ "กระสุนเงินไม่ยิง กระสุนจริงกำลังจะตามล่า" ทำให้กลุ่มหัวคะแนนสิงห์อมตังค์ ต่างร้อนๆ หนาวๆ บางคนหนีไปอยู่กับลูกหลานในเมืองใหญ่ แต่บางคนเลือกจะออกมาสู่ "ที่สว่าง" ด้วยการเอาเงินไปคืน และยอมรับสารภาพว่า แจกไปก็สู้เขาไม่ได้  เพื่อให้เรื่องจบกันไป

     - ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -