ข่าว

เขมรเสริมรถถัง10คัน-2ฝ่ายไม่ถอนกำลัง

เขมรเสริมรถถัง10คัน-2ฝ่ายไม่ถอนกำลัง

18 ก.ค. 2554

เขมร เสริมรถถัง 10 คัน หลังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ทหาร 2 ฝ่าย ไม่ถอนกำลัง มทภ.2 ลั่น รักษาอธิปไตย ระบุ รอคำสั่งรบ. ชาวบ้านเตรียมพร้อมอพยพหากได้รับคำสั่ง

          แหล่งข่าวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ติดตามความเคลื่อนไหว ของกองกำลังฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แจ้งว่า ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.ค.54 ได้ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกองพันรถถังของฝ่ายกัมพูชา ได้เคลื่อนกำลังพล พร้อมรถถังจำนวน 10 คัน เข้ามาสนับสนุนภารกิจของทหารราบที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนเขาพระวิหาร  โดยได้จอดนิ่งไว้ที่บริเวณถนนด้านหลังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. 

          การเคลื่อนรถถัง เข้ามาสนับสนุนของกองพันรถถัง กองทัพกัมพูชาครั้งนี้ คาดว่า เป็นการเตรียมตอบโต้ หากเกิดเหตุการณ์ปะทะ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนรถถังในครั้งนี้ เชื่อว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา

          สำหรับสถานการณ์ทั่วไป กองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังกันปกติ ไม่มีความตรึงเครียดจนเกินไป แต่ละฝ่ายต่างก็รอฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด และพร้อมจะปฏิบัติตาม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่แต่อย่างใด

          ขณะที่บรรยากาศภายในหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่และเฝ้าติดตามข่าวสาร และรอฟังคำสั่งจากทางการ หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ได้ทุกเมื่อ

 

มทภ.2 ลั่น รักษาอธิปไตย-ไม่ถอนกำลัง ระบุ รอคำสั่งรัฐบาล

          พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลรักษาอธิปไตยตามปกติ ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น การจะเคลื่อนย้ายกำลัง หรือการถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่ บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ต้องได้รับคำสั่งจากรัฐบาลว่า จะให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร แต่ขณะนี้กำลังพลยังคงตรึงกำลังอยู่ตามแนวปกติที่เคยปฏิบัติ

          อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงได้กำชับให้ดูแลอธิปไตยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

          เมื่อถามว่า กองทัพจะถอนกำลังทหารทันทีเลยหรือไม่ หลังจากที่ศาลโลกมีมติให้ถอนกำลังทหารไทย-กัมพูชา ออกพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ไม่ต้องทำอะไรเลย กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลรักษาอธิปไตยตามปกติ

          "เราต้องฟังคำสั่งตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะรัฐบาล ส่วนกำลังของทหารกัมพูชาก็ไม่ได้มีการถอนออก แม้ว่า ศาลโลกจะมีคำสั่งให้ถอนก็ตาม เพราะเขาก็ต้องฟังนายเขาเหมือนกัน การพิจารณาของศาลโลก เป็นเพียงข้อหารือเรื่องความยุติธรรมเท่านั้น ศาลโลกสั่งได้ แต่การปฏิบัติอยู่ที่คู่กรณี จะต้องคุยกันเองอีกครั้ง เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้"

          พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า การถอนกำลังทหาร คงยังไม่สามารถทำได้ภายใน 1 หรือ 2 วันนี้ เพราะต้องมีการพูดคุยและสั่งการมาเป็นระดับชั้น โดยเฉพาะในส่วนของไทย คิดว่า น่าจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะเรื่องการถอนกำลังทหาร คงไม่มีใครทำตามได้ทันที ทางกัมพูชาเองก็ต้องใช้เวลา ยิ่งกับไทยด้วยแล้วคิดว่า คงอีกนาน เพราะขณะนี้ เราเพิ่งเลือกตั้ง และยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่

          "คงต้องรอให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงสั่งการมาเป็นขั้นตอน โดยสั่งการผ่าน ผบ.ทบ. จากนั้น ผบ.ทบ.ก็จะสั่งการมายังระดับผู้ปฏิบัติงานอีกที ซึ่งในเรื่องนี้ขอให้ประชาชนอย่ากังวล เพราะเราทำตามคำสั่งรัฐบาลอยู่แล้ว สั่งมาอย่างไรเราก็ปฏิบัติตาม ไม่มีปัญหาอะไร” พล.ท.ธวัชชัย ระบุ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ศาลโลกมีมติให้ทั้ง 2 ประเทศถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาทนั้นจะมีผลดีผลเสียต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ในเรื่องของการตัดสินคงเป็นไปตามนั้น เขามีหน้าที่ตัดสินก็ตัดสินไป เขาไม่ขอวิจารณ์ เพราะเราทำตามคำสั่งของรัฐบาล ทำตามคำสั่งของ ผบ.ทบ. เขาสั่งมาอย่างไรเราทำตามนั้น

          เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ทางกัมพูชาได้เคลื่อนรถถังกับรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21)  เข้ามาประชิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ศาลโลกกำลังมีคำตัดสิน พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้เคลื่อนอาวุธยุทธโธปกรณ์ รวมทั้งรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21) มาอยู่บริเวณชายแดนใกล้ประสาทพระวิหารมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ไม่ได้เพิ่งจะเคลื่อนย้ายเข้ามา  ถือว่าเป็นการเตรียมการรบตามปกติของทั้ง 2 ประเทศ

          "ในส่วนของเรา ไมได้ทำอะไรเพิ่มเติม อยู่เฉยๆ รักษาการตามปกติไม่ได้มีการเพิ่มหรือลดกำลังแต่อย่างใด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงปกติขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกและไม่ต้องเป็นเป็นห่วง กองทัพมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา เพื่อรักษาอธิปไตยของไทย ขอให้ประชาชนสบายใจ และไม่ต้องเป็นห่วง"

          ด้าน พ.อ.ประวิทย์  หูแก้ว รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 2  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจวางกำลังในการดูแลรักษาพื้นที่ของตามแนวชายแดนปกติ และยังคงไม่มีการปฏิบัติการใดๆจนกว่า จะได้รับคำสั่งจากพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกสั่งการลงมา ซึ่งยังอยู่มีขั้นตอนระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่ายอีกมาก 

          ทั้งนี้ ทาง ผบ.ทบ.คงจะมีการพิจารณา ร่วมกับรัฐบาล เพื่อหารือว่า จะมีการปฏิบัติการอย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังในพื้นที่ตามแนวชายแดนมีความพร้อมตลอดเวลา หากผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เราปฏิบัติการอย่างไร เราก็พร้อมปฏิบัติตาม

          "ขณะนี้ เราเตรียมพร้อมขั้นต้น ในการดูแลรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนตามปกติ และขณะนี้ตามแนวชายแดนยังไม่มีสถานการณ์ความตึงเครียด ที่จะส่อไปในทางที่จะมีความรุนแรง"

          พ.อ.ประวิทย์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่า ทางกัมพูชา ได้นำรถถังกับรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21) มาเสริมกำลังตามแนวชายแดนว่า ความจริงยุทโธปกรณ์ของเขา ก็อยู่บริเวณนั้นอยู่แล้ว และไม่ได้มีการเสริมเพิ่มเติมกำลังยุทโธปกรณ์อะไร 

          "วันนี้ เขานำมาเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นการแสดงกำลังของเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ทำให้ทหารไทยตกใจ หรือกดดันแต่อย่างใด อีกทั้งช่วงนี้เป็นฤดูฝนกำลังทหารบางส่วนของกัมพูชา จะมีการสลับกำลังหมุนเวียนกันไปทำไร่ ทำนา ซึ่งจะทำแบบนี้อยู่ตลอด เป็นเรื่องปกติ สถานการณ์ขณะนี้ยังสงบเรียบร้อย ไม่มีอะไรตึงเครียด" พ.อ.ประวิทย์ กล่าว

 

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มสถานทูตกัมพูชา

          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชาว่า โดยปกติกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจพร้อมรถวิทยุดูแลด้านหน้าสถานทูตกัมพูชาตลอด 24 ชม.อยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำการอยู่ภายในสถานทูต ซึ่งภายหลังศาลมีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

          ล่าสุด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. และพล.ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผบช.ส. เพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชา รวมทั้งยกระดับการดูแลคณะบุคคลของกัมพูชาที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษ สำหรับการดูแลความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชาเป็นหน้าที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ที่ต้องจัดกำลังเข้าไปดูแล ซึ่งได้มีการสั่งการให้เพิ่มกำลังสายตรวจ รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการตรวจตรา ขณะที่ตำรวจสันติบาลก็จะเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชาเช่นเดียวกัน 

          โฆษกตร.กล่าว ด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ตำรวจตระเวนชายแดนเพิ่มความเข้มในการตั้งด่าน ตรวจตราสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงสืบสวนหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความไม่สงบต่างๆ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลด้านข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

 

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวช่องสะงำมองเป็นผลดีต่อทั้ง2ปท.

           เมื่อเวลา16.30น.หลังจากที่ศาลโลกพิพากษาให้ถอนกำลังทหารของทั้งสองประเทศออกจากพื้นที่พิพาท 4.6  ตารางกิโลเมตร และปราสาทเขาพระวิหาร ไม่ส่งผลกระทบต่อ ประชาชนบ้านแซรไปร ชาวตลาดช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายของประเทศไทย และประชาชนที่อาศัยอยู่ติดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ และชาวบ้านในช่องสะงำ ต่างดีใจที่ผลของคำพิพากษาของศาลโลก หลายฝ่ายรู้สึกโล่งอก และประชาชนชายแดนไทยกัมพูชาจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำไม่หวั่นนักท่องเที่ยวผู้ประกอบการก็ยังเดินทางส่งสินค้าข้ามแดนกันได้โดยไม่กลัวว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความขัดแย้งกันมีการตรึงกำลังกัน ตลอดการใช้กำลังการปะทะกันแต่อย่างใด กลับมั่นใจว่าสถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี สัมพันธภาพของ 2 ประเทศน่าจะกลับสู่มิตรภาพี่ดีเหมือนเดิมหลังคำพิพากษาของศาลโลก

         นายหัตถชัย  เพ็งแจ่ม  ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำกล่าว่า ตนก็ติดตามข่าวสารการพิพากษาของศาลโลกผ่านสื่อประเทศกัมพูชา ภายหลังจากที่ศาลโลกพิพากษาให้ทั้ง 2 ประเทศถอนทหารออกจากพื้นที่กรณีพิพาทออกจาเขาพระวิหารนั้น ทันทีภายหลังการสิ้นคำพิพากษาของศาลยุติลง นายเปา วิสิด ผู้ว่าราชการจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ก็โทรศัพท์ มาหาตนทันที

         ส่วนพรรคพวกที่เป็นทหารที่ประจำการอยู่ที่ช่องตาเฒ่า ซึ่งอยู่ติดกับเขาพระวิหารเขาแสดงความดีใจกับผลการตัดสินที่ออกมาในรูปแบบลักษณะนี้ ตนเองก็มีความรู้สึกดีใจ พื้นที่กรณีพิพาทนั้น จะได้รับการพัฒนาร่วมกัน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตนเองหวั่นนึกว่าพรรคพวกจากประเทศกัมพูชาเอง จะมีการตำหนิติเตียนกัน แต่ตนเองกลับดีใจ ที่พรรคพวกเขากลับแสดงออก ด้วยการดีใจที่ผลการตัดสินออกมา ในลักษณะนี้  ทางกัมพูชาเองเขาดีใจด้วยเหตุผลเขาจะได้ให้ผู้ประกอบการด้านการค้า การขาย ด้วยความสบายใจ ไม่เกิดความกังขาซึ่งกันและกันเหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา

         ส่วนเรื่องของการว่าเกิดการสูญเสียดินแดนของประเทศไทยนั้น ตนเองมองว่าพื้นที4.6ตารางกิโลเมตรนั้น เมื่อในอดีตที่ผ่านมายุคเขมรแดงเรืองอำนาจนั้น ทหารไทยใช้พื้นที่ดังกล่าวคนเดียวด้วยซ้ำไป  ตั้งแต่ยอดเขาลงมายังตีนเขานั่นแหละ แล้วก็มีการวิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนเกิดความบกพร่อง ของทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย นั้นมีส่วนแทนที่มีการดูแลพื้นที่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

         แต่กลับเปิดโอกาสให้ทางกัมพูชามามีส่วนเยวข้องส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างเป็นอยู่ กัมพูชามาอยู่จำนวนมากขึ้นสุดท้ายไม่สามารถห้ามปรามได้ ทางฝ่ายไทยต้องขยับพื้นที่ออกมา พอมีการเรียกร้องกระตุ้นจากประชาชนบางส่วน มีการประกาศกระตุ้นเตือนให้มีการทวงถามคืน ก็ก่อให้มีปัญหากันตอนนี้ถือว่าเป็น นิมิตหมายที่ดีแล้วละ ที่ศาลโลกมีผลการตัดสินออกมาในรูปแบบนี้ ให้ทั้ง 2 ฝ่ายถอยออกมาเพื่อเป็นเขตปลอดทหาร

         ต่อไปก็จะเป็นทางเจ้าหน้าที่ของฝ่ายพลเรือนที่มาพูดคุยในการบริหารการจัดการ ว่าควรจัดการกันอย่างไร โดยอาจให้มีอาเซี่ยน เป็นผู้ดูแลสังเกตการณ์ก็ว่ากันไป การที่จะจบลงด้วยดีความพูดคุยในระดับพลเรือนให้ดีให้ระดับท้องถิ่นต่อท้องถิ่นน่าจะเป็นการดี จังหวัดกับจังหวัดพูดคุยกัน ง่ายกว่าการที่จะให้ทหารกับทหารพูดคุยกัน พื้นที่ ณ จุดตรงนั้นก็จะพัฒนาร่วมกัน การที่จะคงกำลังไว้ก็ไม่จำเป็นแล้วหากศาลตัดสินออกมาในรูปแบบนี้แล้ว ทางเขมรเองอีกไม่นานก็น่าจะมีการถอนกำลังออกมาหมดแล้ว

         ด้วยเหตุที่ถึงจุดจุดหนึ่งแล้ว ทหารต้องไปทำอย่างอื่นแล้ว ไม่ต้องออกมาพะวงแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่พลเรือนบริหารการจัดการ ตนมองว่าเดี๋ยวก็ถอนแล้วแล้วสัมพันธภาพ ก็จะกลับสู่สภาพปกติเขมรเองก็กล้าข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันเป็นปกติ

 

ด่าน "ช่องจอม" นักท่องเที่ยว-นักพนันทยอยเดินทางกลับ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวร “ช่องจอม” ตำบลด่าน อ. กาบเชิง จ. สุรินทร์  ประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง ได้เดินทางเข้า-ออก มาค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยว และนักเสี่ยงโชค ที่เดินทางออกไปเสี่ยงโชค เล่นการพนันในบ่อนคาสิโนที่ตั้งอยู่ในชุมชนโอร์เสม็ด ที่ห่างจากด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม ประมาณ 200 เมตร

          ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว และนักพนันเสี่ยงโชค  จะนำรถยนต์สวนตัวมา บางคนก็นั่งรถตู้ปรับอากาศ และรถทัวร์กันมา จนทั้ง 2 ฝั่งแน่นขนัดเป็นแถวยาวเหียดไปด้วยรถยนต์ของนักท่องเที่ยว และนักพนันเสี่ยงโชค

          อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นักท่องเที่ยว และนักพนัน ทราบข่าวของการตัดสินของศาลโลกในทางกัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว ต่างเกรงว่า อาจมีเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจเกิดขึ้นที่ชายแดน จึงได้พากันทยอยเดินทางกลับคืนมาสู่ประเทศไทย กันเป็นจำนวนมาก

          ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต่างก็เตรียมพร้อมหลบภัยที่หลุมหลบภัยใกล้หมู่บ้าน และพร้อมที่จะอพยพถ้าทางราชการมีคำสั่ง

          สำหรับการค้าชายแดนในขณะนี้ ยังคงเป็นปกติ แต่ที่บริเวณชายแดน ยังมีการตรึงกำลังกันอยู่ของกำลังทหารไทย และ ทหารของกัมพูชา