ข่าว

กองทัพไม่ถอนทหาร-รอรบ.ใหม่

กองทัพไม่ถอนทหาร-รอรบ.ใหม่

18 ก.ค. 2554

"ประวิตร" เผยกองทัพยังดูแลอธิปไตยในพื้นที่ตามเดิม มทภ.2 ลั่นการถอนกำลังต้องรอคำสั่งรัฐบาล เผยกัมพูชาก็ยังไม่ถอนเช่นกัน สื่อเขมรลั่นเป็นชัยชนะของชาวกัมพูชา

          (18ก.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร ว่า เรื่องนี้จะต้องรอทางกระทรวงการต่างประเทศว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ตอนนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดกับนายกษิต  ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ​ดังนั้นการปฏิบัติงานของกองทัพก็ยังไม่มีการขับเคลื่อนอะไรทั้งสิ้น ยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลรักษาอธิปไตยในพื้นที่ตามเดิม ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทย จะต้องมีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรตามที่ศาลโลกมีมติออกมา เพราะจะต้องมีการตกลงระหว่างประเทศด้วยกัน

          “ตอนนี้กองทัพยังดำเนินการอะไรไม่ได้ เพราะกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ที่จะให้นโยบายลงมาว่ากระทรวงกลาโหมจะต้องปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับการใชักำลัง ที่สำคัญจะต้องพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้กำหนดท่าทีหรือพูดคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ยังไม่ได้สั่งการให้ลงไปในพื้นที่เพียงให้ติดตามและดูแลสถานการณ์ให้อยู่ในภาวะปกติเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้เสริมกำลังเพิ่มเติม และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา” พล.อ.ประวิตร ระบุ

          พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ยังไม่ได้มีการหารือกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา แต่หากทางกัมพูชาต้องการที่จะพูดคุยเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ตนก็พร้อมที่จะพูดคุย แต่เข้าใจว่ากัมพูชาคงรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งการถอนกำลังทหารออก ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย-กัมพูชา ซึ่งการพูดคุยกับแล้วเชื่อว่าน่าจะยุติปัญหาความขัดแย้งได้ เพราะหากไม่พูดคุยกันโดยเฉพาะพื้นที่ข้อพิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ต่างฝ่ายต่างก็บอกว่าเป็นของตัวเองก็จะไม่จบสิ้น

 

มทภ.2ลั่นการถอนกำลังต้องรอคำสั่งรัฐบาล

          พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า  ขณะนี้กำลังพลก็ยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลรักษาอธิปไตยตามปกติยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น การจะเคลื่อนย้ายกำลัง หรือ การถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารต้องได้รับคำสั่งจากรัฐบาลว่าจะให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร แต่ขณะนี้กำลังพลยังคงตรึงกำลังอยู่ตามแนวปกติที่เคยปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงได้กำชับให้ดูแลอธิปไตยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

          เมื่อถามว่า กองทัพจะถอนกำลังทหารทันทีเลยหรือไม่ หลังจากที่ศาลโลกมีมติให้ถอนกำลังทหารไทย-กัมพูชา ออกพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ไม่ต้องทำอะไรเลย กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจในการดูแลรักษาอธิปไตยตามปกติ เราต้องฟังคำสั่งตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะรัฐบาล ส่วนกำลังของทหารกัมพูชาก็ไม่ได้มีการถอนออกแม้ว่าศาลโลกจะมีคำสั่งให้ถอนก็ตาม เพราะเขาก็ต้องฟังนายเขาเหมือนกัน การพิจารณาของศาลโลกเป็นเพียงข้อหารือเรื่องความยุติธรรมเท่านั้น ศาลโลกสั่งได้ แต่การปฏิบัติอยู่ที่คู่กรณีจะต้องคุยกันเองอีกครั้งเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้

          “ผมคิดว่าการถอนกำลังทหารคงยังไม่สามารถทำได้ภายใน 1 หรือ 2 วันนี้ เพราะต้องมีการพูดคุยและสั่งการมาเป็นระดับชั้น โดยเฉพาะในส่วนของไทยคิดว่าน่าจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะเรื่องการถอนกำลังทหารคงไม่มีใครทำตามได้ทันที ทางกัมพูชาเองก็ต้องใช้เวลา ยิ่งกับไทยด้วยแล้วคิดว่าคงอีกนาน เพราะขณะนี้เราเพิ่งเลือกตั้งและยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ คงต้องรอให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงสั่งการมาเป็นขั้นตอน โดยสั่งการผ่าน ผบ.ทบ. จากนั้น ผบ.ทบ.ก็จะสั่งการมายังระดับผู้ปฏิบัติงานอีกที ซึ่งในเรื่องนี้ขอให้ประชาชนอย่ากังวล เพราะเราทำตามคำสั่งรัฐบาลอยู่แล้ว สั่งมาอย่างไรเราก็ปฏิบัติตาม ไม่มีปัญหาอะไร” พล.ท.ธวัชชัย ระบุ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ศาลโลกมีมติให้ทั้ง 2 ประเทศถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาทนั้นจะมีผลดีผลเสียต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ในเรื่องของการตัดสินคงเป็นไปตามนั้น เขามีหน้าที่ตัดสินก็ตัดสินไป ตนไม่ขอวิจารณ์ เพราะเราทำตามคำสั่งของรัฐบาล ทำตามคำสั่งของ ผบ.ทบ. เขาสั่งมาอย่างไรเราทำตามนั้น


          เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ทางกัมพูชาได้เคลื่อนรถถังกับรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21)  เข้ามาประชิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ศาลโลกกำลังมีคำตัดสิน พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้เคลื่อนอาวุธยุทธโธปกรณ์ รวมทั้งรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21) มาอยู่บริเวณชายแดนใกล้ประสาทพระวิหารมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ไม่ได้เพิ่งจะเคลื่อนย้ายเข้ามา  ถือว่าเป็นการเตรียมการรบตามปกติของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งในส่วนของเราก็ไมได้ทำอะไรเพิ่มเติม อยู่เฉยๆ รักษาการตามปกติไม่ได้มีการเพิ่มหรือลดกำลังแต่อย่างใด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงปกติขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกและไม่ต้องเป็นเป็นห่วงกองทัพมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาอธิปไตยของไทย ขอให้ประชาชนสบายใจ และไม่ต้องเป็นห่วง

          พ.อ.ประวิทย์  หูแก้ว รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 2  กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติภารกิจวางกำลังในการดูแลรักษาพื้นที่ของตามแนวชายแดนปกติ และยังคงไม่มีการปฏิบัติการใดๆจนกว่า จะได้รับคำสั่งจากพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกสั่งการลงมา ซึ่งยังอยู่มีขั้นตอนระหว่างรัฐบาลทั้งสองฝ่ายอีกมาก  ทั้งนี้ทาง ผบ.ทบ.คงจะมีการพิจารณา ร่วมกับรัฐบาล เพื่อหารือว่า จะมีการปฏิบัติการอย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังในพื้นที่ตามแนวชายแดนมีความพร้อมตลอดเวลา หากผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เราปฏิบัติการอย่างไร เราก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้เราเตรียมพร้อมขั้นต้นในการดูแลรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนตามปกติ และขณะนี้ตามแนวชายแดนยังไม่มีสถานการณ์ความตึงเครียดที่จะส่อไปในทางที่จะมีความรุนแรง 

           พ.อ.ประวิทย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางกัมพูชา ได้นำรถถังกับรถบรรทุกปืนยิงจรวดชนิด 40 ลำกล้อง (บีเอ็ม 21) มาเสริมกำลังตามแนวชายแดนนั้น ความจริงยุทโธปกรณ์ของเขาก็อยู่บริเวณนั้นอยู่แล้วและไม่ได้มีการเสริมเพิ่มเติมกำลังยุทโธปกรณ์อะไร  เพียงแต่วันนี้เขานำมาเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นการแสดงกำลังของเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ทำให้ทหารไทยตกใจ หรือกดดันแต่อย่างใด อีกทั้งช่วงนี้เป็นฤดูฝนกำลังทหารบางส่วนของกัมพูชาจะมีการสลับกำลังหมุนเวียนกันไปทำไร่ ทำนา ซึ่งจะทำแบบนี้อยู่ตลอด เป็นเรื่องปกติ สถานการณ์ขณะนี้ยังสงบเรียบร้อย ไม่มีอะไรตึงเครียด

 

สื่อเขมรลั่นเป็นชัยชนะของกัมพูชา

           วิทยุบายน ประเทศกัมพูชา FM 95.00 MHz. รายงานข่าว การตัดสินของศาลโลก โดยการถ่ายทอดเสียงผ่านเครือข่ายกว่า 20 สถานี ทั่วประเทศ กัมพูชา ระบุว่า เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ที่ขับไล่ทหารไทยออกไปไทย ส่วนทหารกัมพูชา จะยังคงตรึงกำลังอยู่ในที่เดิม ขอให้พี่น้องประชาชนชาวกัมพูชา มั่นใจว่า ปราสาทพระวิหาร จะเป็นของเราแน่นอน 

           ทำให้บรรยากาศล่าสุด ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังมติศาลโลกออกมา แม้ว่าจะเป็นเรื่องดีทั้ง 2 ฝ่าย แต่นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ข้ามฝั่งไปประเทศกัมพูชา เพื่อเล่นการพนันอยู่ในบ่อนคาสิโน ทั้ง 2 แห่ง ติดเขตชายแดนไทย ต่างทยอยเดินทางกลับ อย่างรีบเร่ง โดยหวั่นว่า จะมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น บางรายยังไม่สามารถซื้อสินค้ามาได้อย่างที่ตั้งใจ ทำให้หลายๆ คนเสียโอกาส ในขณะที่พ่อค้า แม่ค้า ชาวกัมพูชาที่ตลาดช่องจอม ต่างทยอยปิดร้าน แล้วเดินทางกลับประเทศกัมพูชาทันที ก่อนที่ด่านฯ จะปิดในเวลา 20.00 น. โดยบอกต่อผู้สื่อข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่สั่งให้ปิดแล้ว ให้รีบกลับบ้าน เกรงจะเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้น

 

เว็บกัมพูชาตั้งข้อสังเกตให้ผู้อ่านตัดสินใครชนะ


           เว็บไซต์ เค-ไอ มีเดีย ที่รายงานข้อมูลที่อ่อนไหวในกัมพูชา ได้เสนอบทวิเคราะห์ในเชิงตั้งข้อสงสัยว่า คำตัดสินของศาลโลกถือเป็นชัยชนะของฝ่ายไทยหรือไม่ ที่ให้ไทยและกัมพูชา ถอนทหารอจากพื้นที่พิพาทรอบปราสาทพระวิหารโดยทันที และให้กำหนดเขตปลอดทหารรอบพื้นที่ขัดแย้ง และเริ่มต้นการเจรจาใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามคำร้องขอของกัมพูชาทั้งหมด โดยเฉพาะในประเด็นที่ต้องการให้ศาลพิพากษาให้การคุ้มครองแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหมายถึงให้ไทยถอนทหารแต่เพียงฝ่ายเดียว