ข่าว

เสี่ยแก๊สหุงต้มขับรถปาดหน้าคู่กรณีแทงดับ

เสี่ยแก๊สหุงต้มขับรถปาดหน้าคู่กรณีแทงดับ

18 ก.ค. 2554

เสี่ยธุรกิจแก๊สหุงต้ม ชะตาขาด ถูกหนุ่มประกันภัย ขับรถป้ายแดงปาดหน้า ก่อนลงไปเจรจาและมีปากเสียงกันจนถูกแทงตายคาที่ ล่าสุดมือมีดเข้ามอบตัวแล้ว

          เวลา 13.00 น. วันที่ 18 ก.ค. 54  พ.ต.ท. ชัยยุทธ ปัดถามัง  พนักงานสอบสวน (สบ.3 )สน.วังทองหลาง  ได้รับแจ้งเหตุ ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตภายในรถ บริเวณ ถ.ประชาอุทิศ ตรงสามแยกเข้าสถานฑูตลาว แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ ลือชัย สุดยอด รองผบก.น. 4 ,พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รองผบก.น. 4, พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผบก.น. 4 และพ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่แพทย์ รพ.ตำรวจ  , เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
 
          ที่เกิดเหตุบริเวณกลางถนน  พบมีประชาชนมุงดูเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวนมาก ส่งผลทำให้การจราจรติดขัด อย่างต่อเนื่องไปจนถึงแยกรัชดา   เบื้องต้นพบรถยนต์ยี่ห้องโตโยต้า รุ่น โคโรล่า  สีน้ำตาลบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน  ฐล 628 กทม. ตรวจค้นภายในรถที่บริเวณที่นั่งฝั่งคนขับ พบศพ นายชัยวัฒน์ ลิมปวัชรพงศ์ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/62 หมู่ 14 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.  อาชีพ ทำธุรกิจขายปลีกแก๊สหุงต้ม สภาพนอนตะแคงจมกองเลือด ผู้ตาย สวมเสื้อโปโลคอปกสีเหลือง กางเกงสแลค สีกรมท่า รองเท้าแตะ  แพทย์ตรวจสอบตามร่างกาย พบบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นคอ , ด้านหลัง , ท้ายทอย , กกหู และที่บริเวณหน้าท้อง
 
          นอกจากนี้ยังมีบาดแผลที่บริเวณมือทางด้านซ้าย  และยังพบว่าบริเวณด้านหน้ากระโปรงรถพังยุบ ห่างจากท้ายรถไปประมาณ 5 เมตร มีรอยเลือดหยดกระเซ็นเป็นทาง ที่พื้นพบแว่นตาของผู้ตายตกหล่น สภาพแตกพังยับเยิน และยังพบปลอกหนังใส่อาวุธมีดของคนร้ายตกหล่นอยู่  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บไว้ตรวจสอบ
 
          จากการสอบถาม นายชัชวัสส์  ลิมปวัชรพงศ์ อายุ 31 ปี ลูกชายผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับบิดาได้ขับรถไปรับพระภิกษุสงฆ์ที่วัดเทพลีลา เพื่อที่จะไปส่งที่วัดพระราม 9 หลังจากส่งพระสงฆ์เสร็จเรียบร้อย ได้ขับรถกลับทางเส้นทาง ถ.พระราม 9 ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์เก๋ง ฟอร์ด รุ่น เฟียสต้า สีแดง ทะเบียนป้ายแดง จำหมวดอักษรไม่ได้ จำได้แต่ตัวเลข 9119 กรุงเทพมหานคร ขับปาดหน้าทำให้บิดาตนทนไม่ได้  ขับรถตามไปปาดหน้า โดยรถทั้งสองคันขับปาดกันไปมา  จนกระทั่งรถได้เลี้ยวเข้าบริเวณถ.ประชาอุทิศ บิดาตนได้จอดรถตรงจุดเกิดเหตุ
 
          "ระหว่างที่พ่อผมจอดรถ รถของคนร้ายที่ขับตามมาได้กระพริบไฟและบีบแตรใส่รถของผม และได้ขับแซงขึ้นไปทางด้านหน้ารถของผม พ่อทนไม่ได้จึงขับชนด้านท้าย  จากนั้นคนร้ายเป็นผู้ชายได้ลงจากรถและมีปากเสียงกับพ่อ  ผมพยายามห้ามไม่ให้พ่อลงจากรถ เพราะเกรงว่าจะมีเรื่อง ไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้น แต่พ่อได้ลงไปจากรถจนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน  ไม่นานพ่อเดินกลับมาที่รถด้วยสภาพมือกุมที่คอเลือดพุ่งเข้ามาที่รถ ก่อนที่จะหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา" นายชัยวัสส์กล่าว
 
          จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุทราบชื่อ นายกนก ปุ่นนิ่ม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 /237 ซ.รามคำแหง 174 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เป็นผู้บริหารระดับกลาง ของบริษัทประกันภัย ไอเอ็นจี  ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้ขึ้นรถคันดังกล่าวขับหลบหนีไปทางแยกรัชดา โดยนายกนกได้เดินทางมาพร้อมกับหญิงสาวทราบชื่อภายหลัง นางสาววันณา สกุลบงกช อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาว โดยหลังเกิดเหตุนางสาววันณาได้ลงจากรถทันที ไม่ได้หลบหนีไปด้วย  เพราะเกรงว่าจะมีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน.วังทองหลาง
 
          ด้าน  พ.ต.อ. ธวัช  กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ ทั้งลูกชายผู้ตาย และภรรยาของผู้ต้องหา  ทราบว่าสาเหตุเกิดจากการขับรถปาดหน้ากันไปมาระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งภรรยาของผู้ตายระบุว่า สามีเป็นคนโมโหร้าย อารมณ์ร้อน จึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น สำหรับอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุลักษณะเป็นมีดสั้นปลายแหลม มีที่สวมจับคล้ายกับสนับมือ   ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ค่อนข้างอุกอาจ จึงได้มีการแจ้งข้อหา เจตนาฆ่าผู้อื่น  เบื้องต้นได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาว่าจะเดินทางมามอบตัวที่ สน.วังทองหลาง  ภายในเย็นวันนี้  โดยจะเดินทางมาพร้อมกับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

 

มือมีดโหดเข้ามอบตัวกับตำรวจ

          สน.วังทองหลาง เวลา 17.00 น.วันที่ 18 ก.ค. นาย กนก ปุ่นนิ่ม อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 25/237 ซอยรามคำแหง 174 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.ผู้ต้องหา ได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.อาณัต เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด รอง ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายกนกไปสอบสวนที่ห้องประชุมชั้น 2

          โดยนาย กนก ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธมีดแทงนายชัยวัฒน์ จนเสียชีวิต สาเหตุเกิดจากโมโหเรื่องขับรถปาดหน้ากัน โดยก่อนเกิดเหตุตนขับรถจากซ.วัดเทพลีลาเพื่อจะไปทำงานที่สำนักงานถนนรัชดา ระหว่างขับเข้ามาถึงถนนประชาอุทิศ ผู้ตายได้ขับรถปาดหน้าตน ด้วยความโมโหตนจึงขับรถตามไปแล้วปาดคืน

          กระทั่งผู้ตายได้เบรกรถอย่างกระทันหันเพื่อให้ตนชนท้าย จากนั้นผู้ตายได้ขับรถไปจอดรอเหมือนจะหาเรื่อง ตนจึงขับรถไปปาดหน้าแล้วเบรคบ้าง ทำให้ผู้ตายซึ่งขับรถตามมาชนท้ายรถตน จากนั้นผู้ตายลงจากรถมาต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง กระทั่งมีเรื่องชกต่อยกันตนจึงใช้มีดที่เป็นสนับมือ ที่ตนมักพกติดตัวเป็นประจำกระหน่ำแทงผู้ตายไปหลายครั้งด้วยความโกรธ

          จากนั้นจึงหลบหนีไปไม่ไกลจากที่เกิดเหตุก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัว ส่วนอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุตนเอาไปทิ้งไว้ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากนัก ตนขอฝากขอโทษครอบครัวผู้ตายในการกระทำของตนครั้ง จากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวไปสอบปากคำที่ห้องฝ่ายสืบสวนชั้นที่4

          ด้าน พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รองผบก.น.4 กล่าวว่า สาเหตุครั้งนี้เกิดจากการบันดาลโทสะ จากการขับรถปาดหน้ากันเอง หลังจากที่ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวจะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำก่อนที่จะแจ้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น ก่อนที่จะปล่อยตัวไปชั่วคราวเนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

          จากนั้นจะนัดให้นายกนก มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ในวันที่ 19ก.ค.เวลา09.00น.