
ชวน-บัญญัติประสานเสียงไม่ค้านแก้รธน.
ชวน-บัญญัติ ประสานเสียง ไม่ขวางแก้รธน. ระบุ ยังไม่เคยหารือในพรรคมาก่อน ลั่น เป็นนักประชาธิปไตยพอ เชื่อ ดุลพินิจมาร์คตัดสินใจบนความเหมาะสม ไร้ 2 มาตรฐาน
(23เม.ย.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการแก้รัฐธรรมนูญ หลังจากที่นายชวนและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรม ว่า ความจริงในพรรคไม่เคยพูดกันเรื่องนี้ ส่วนตัวยังแปลกใจกับข่าวอยู่เหมือนกัน เพราะช่วง 10 วันที่ผ่านมา ตนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เพิ่งออกมาหลังเปิดประชุมรัฐสภายังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้
แต่ได้พูดกับหัวหน้าพรรคเรื่องเดียวคือ ให้กำลังใจในการทำหน้าที่และร่วมประชุม ทั้งนี้พรรคเห็นว่าประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตยสามารถแก้ได้ หลักในการแก้ไขไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนจะแก้ประเด็นอะไร ในพรรคยังไม่เคยพูดกัน จึงยังไม่มีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น และตนก็ไม่เคยให้ความเห็นในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นด้วยกับแนวทางของนายกฯ ที่ให้แต่ละพรรคไปศึกษาแต่ละประเด็น ก่อนนำไปสู่การแก้ไขหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่เคยได้พูดกับนายกฯ เลย จึงต้องรอดูว่ามติพรรคเป็นอย่างไร จึงจะปฏิบัติตามนั้น ขณะนี้ประเด็นต่างๆ ที่เตรียมจะเสนอ พรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะเป็นการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ขอเรียนว่า ในพรรคยังไม่เคยพูดคุยกัน และรับบาลก็ยังไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงต้องรอดูแนวความคิดของนายกฯ กับเรื่องนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อได้แนวแล้วก็คงต้องเอาเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เมื่อถึงวันนั้นก็คงจะได้แสดงความคิดเห็นกันส่วนความขัดแย้งที่ว่าตนกับนายบัญญัติ ไม่เห็นด้วยนั้น ไม่มี ในพรรคไม่มีความขัดแย้ง ยืนยันอีกครั้งว่าเรายังไม่เคยคุยกันในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาคุยแต่เรื่องบริหารบ้านเมือง
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ นายชวน กล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวจะเอาไว้พูดในพรรค หลังจากที่ได้มีการเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรค และเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พรรคเคยแถลงยืนยันมาตลอดว่า ส่วนไหนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็สมควรแก้ไข แต่ประเด็นปลีกย่อยรวมไปถึงมาตรา 237 ยังไม่ได้มีการพูดถึง เพราะฉะนั้นต้องรอความเห็นจากที่ประชุมพรรคร่วม ตามที่นายกฯ ได้เสนอไปภายใน 2 สัปดาห์ หากมีประเด็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับพรรค จะได้มีการหารือและระดมความเห็นต่อไป แต่ขณะนี้ในพรรคยังไม่มีความเห็นที่จะเสนอต่อรัฐบาล
“ผมเชื่อว่านายกฯ จะใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม จึงวางใจว่าจะคิดจะทำอะไรท่านได้ไตร่ตรองอย่างเหมาะสมแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาจากแรงบีบของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะอะไรที่ส่วนรวมเห็นว่ามีประโยชน์ เป็นการรักษาหลักการของบ้านเมือง ผมคิดว่านายกฯ คงจะชี้นำให้พรรคร่วมได้เข้าใจได้ ความจริงเรื่องนี้นายกฯ เป็นคนเสนอให้พรรคร่วมไปพิจารณาประเด็น ดังนั้น ทุกพรรคย่อมมีสิทธิเสนอความเห็นได้ แต่ทั้งหมดต้องยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย” นายชวน กล่าว
เมื่อถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ มีแนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการหนีคดียุบพรรคเรื่องเงินบริจาคพรรคการเมือง นายชวน กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน คดียุบพรรคก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่จุดที่สำคัญคือพรรคประชาธิปัตย์เคารพและสนับสนุนกติกาของบ้านเมือง กฎหมายว่าอย่างไรทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม ขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะนำบ้านเมืองไปสู่การปกครองที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้จริง นายกฯไม่ใช่คน 2 มาตรฐาน ดังนั้น แนวทางปฏิบัติใครจะถูกใครจะผิด เชื่อว่าในยุคนี้มีโอกาสจะทำได้อย่างจริงจัง
ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในพรรคไม่มีความขัดแย้งเพราะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีการพูดคุยกันด้วยซ้ำ ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าทั้งนายชวนและตน เป็นนักประชาธิปไตย การที่จะผูกขาดความคิดของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ฟังบุคคลอื่นคงไม่ใช่ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีการหารือกันในพรรค เมื่อพรรคตัดสินใจอย่างไร ตนในฐานะที่เป็นนักประชาธิปไตย คงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น และเชื่อว่านายกฯ ได้ตั้งกรอบไว้ชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องให้คำตอบแก่สังคมได้ เพราะการเมืองวันนี้เดินมาถึงจุดที่นักการเมืองจะตัดสินใจกันเองโดยลำพังไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของนักการเมือง ซึ่งจะเป็นปัญหาแน่ ดังนั้น จึงต้องมีความจำเป็นที่จะรับฟังเสียงของสังคมประกอบด้วย และไม่ควรมองข้าม และนักการเมืองควรมีคำตอบให้สังคมด้วย
นายบัญญัติ กล่าวว่า ในเรื่องการนิรโทษกรรมนักการเมือง วันนี้เป็นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนมากกว่า และหลังจากนั้นกระบวนการทำงานของพรรคจะได้นำมาวิเคราะห์และหาคำตอบอีกครั้ง แต่ขอให้เข้าใจว่าตนและนายชวน ไม่เคยผูกขาดความคิดว่าจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ จึงตองรอฟังเหตุผลจากทุกภาคส่วน ที่สำคัญต้องตอบคำถามสังคมได้
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธการนิรโทษกรรมมาโดยตลอด แต่นายกฯ กลับโยนให้พรรคร่วมรัฐบาล เป็นผู้เสนอประเด็นเข้ามาประกอบการพิจารณา จะทำให้พรรคเสียจุดยืนหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ความมุ่งหมายของนายกฯ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าที่เห็นว่าวันนี้บ้านเมืองมาถึงจุดความขัดแย้ง และรัฐธรรมนูญก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เปิดโอกาสให้มีการพูดจากันอย่างกว้างขวาง และต้องยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นดาบ 2 คม ในบางแง่จะก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แต่อีกแง่หากไม่สามารถให้คำตอบกับสังคมได้ ก็จะเป็นการสร้างปมปัญหาใหม่ของความขัดแย้งขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้น ต้องระมัดระวัง
“การแก้รัฐธรรมนูญต้องดูว่าสังคมรับได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นหลักประกันที่ชัดเจนนักการเมืองไม่ควรที่จะตกลงและแก้กันเอง ควรจะมีจากทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข หากทำได้เชื่อว่าจะลดความขัดแย้งในสังคมลงได้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ว่านักการเมืองสมคบกันเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ที่สำคัญหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีการจัดทำประชามติด้วยหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ในปัจจุบันก็ผ่านการทำประชามติมาแล้ว ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นหลัก แต่อย่างน้อยที่สุดควรจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสังคม ไม่ควรน้อยไปกว่าในยุคที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ” นายบัญญัติ กล่าว
เมื่อถามว่า แรงบีบจากพรรคร่วมรัฐบาลจะมีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯ หรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า ไม่อยากให้คิดว่าเป็นแรงบีบ ขอให้เป็นเรื่องของความเห็นดีกว่า เพราะประเด็นนี้ต้องยอมรับว่ามีการพูดมายาวนาน แต่ที่หนักใจในขณะนี้คือ การเรียกร้องของแต่ละพรรค แต่ละส่วนแตกต่างกันมากเหลือเกินจึงไม่แน่ใจว่า ท้ายที่สุดแล้วจะมีทางร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น จึงต้องกลับมาดูอีกครั้งว่า หลังการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจะเป็นอย่างไร ซึ่งฝ่ายการเมืองจำเป็นต้องรับฟัง เพราะสังคมก็ยังไม่ไว้ใจนักการเมือง ดังนั้น นักการเมืองก็ไม่ควรทำโดยลำพัง เมื่อสังคมพอใจ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ เมื่อมีการนิรโทษกรรมอดีตนักการเมือง พรรคประชาธิปัตย์จะถูกโดดเดี่ยว นายบัญญัติกล่าวว่า อย่าไปคิดถึงประโยชน์ของพรรค หรือประโยชน์ตัวเอง แต่ต้องดูว่าสังคมและประเทศชาติจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
เมื่อถามว่า แนวคิดการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องการหนีคดียุบพรรค นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันและไม่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะประเด็นดังกล่าวมันไกลเกินกว่าที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้



