
"คลาร์ก"กระหึ่มคว้าแชมป์ดิโอเพ่น
ดาร์เรน คลาร์ก โปรมือเก๋าชาวไอร์แลนด์เหนือ ผงาดคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตจากศึก "บริติช โอเพ่น" หลังรอบสุดท้ายรักษาฟอร์มทำอีเวนพาร์ สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ ทิ้งห่าง "บิ๊กฟิล" ฟิล มิคเกลสัน และดัสติน จอห์นสัน สองโปรแดนมะกัน 3 สโตรค
กอล์ฟเมเจอร์ที่สามของปี 2011 รายการบริติช โอเพ่น หรือ "ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ" ที่สนามรอยัล เซนต์จอร์จส์ กอล์ฟ คลับ พาร์ 70 ในเมืองแซนด์วิช ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เป็นการดวลวงสวิงรอบสุดท้ายท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอด โดยช่วง 9 หลุมแรก ดาร์เรน คลาร์ก โปรชาวไอร์แลนด์เหนือ วัย 42 ปี ผู้นำเดี่ยวจากรอบที่แล้ว ที่ออกสตาร์ทด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ เก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 2 เสียโบกี้ที่หลุม 4 และทำอีเกิ้ลที่หลุม 7 แต่กลับถูก "บิ๊กฟิล" ฟิล มิคเกลสัน ไล่ขึ้นมาเป็นผู้นำร่วม หลังจากสิงห์อีซ้ายชาวสหรัฐรายนี้ เร่งเครื่องหวด 3 เบอร์ดี้ และ 1 อีเกิ้ล
ทว่าเมื่อถึงช่วง 9 หลุมหลัง มิคเกลสัน ที่เก็บเบอร์ดี้ได้อีกในหลุม 10 กลับฟอร์มแกว่งตีเสียไปถึง 4 โบกี้ ทำให้หล่นไปเป็นผู้ตาม ขณะที่ คลาร์ก สามารถรักษาสกอร์ด้วยการตีเซฟพาร์ได้ตลอด แม้จะมาพลาดเสียโบกี้ใน 2 หลุมสุดท้าย แต่จบวันทำอีเวนพาร์ 70 มีสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 275 ดีพอที่จะเอาชนะอันดับ 2 ร่วม ห่างถึง 3 สโตรค คือ มิคเกลสัน ที่ตีจบรอบทำ 2 อันเดอร์พาร์ 68 และดัสติน จอห์นสัน ชาวอเมริกัน อันดับ 2 จากรอบที่แล้ว ที่รอบนี้ตีเกินไป 2 โอเวอร์พาร์ 72 ส่งผลให้ ดาร์เรน คลาร์ก คว้าแชมป์เมเจอร์ไปครองได้เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมรับเงินรางวัล 9 แสนปอนด์ (ประมาณ 45 ล้านบาท)
ขณะที่อันดับ 4 ได้แก่ โธมัส บียอร์น ผู้นำสองรอบแรก ชาวเดนมาร์ก ตี 1 โอเวอร์พาร์ 71 สกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 279 และอันดับ 5 ร่วมเป็นของสามโปรจากสหรัฐ คือ แชด แคมพ์เบลล์ ที่ตี 1 อันเดอร์พาร์ 69, แอนโธนี คิม ตี อีเวนพาร์ 70 และริคกี ฟาวเลอร์ ตี 2 โอเวอร์พาร์ 72 มีสกอร์รวมคนละอีเวนพาร์ 280
ส่วน รอรี แม็คอิลรอย โปรหนุ่มชาวไอร์แลนด์เหนือ แชมป์ยูเอส โอเพ่น คนล่าสุด รอบนี้ตีเกินไปอีก 3 โอเวอร์พาร์ 73 รวม 7 โอเวอร์พาร์ 287 จบที่ 25 ร่วม, ทอม ลูอิส นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวอังกฤษ วัย 20 ปี ผู้นำร่วมในรอบแรก ตี 4 โอเวอร์พาร์ 74 รวม 9 โอเวอร์พาร์ 289 จบที่ 30 ร่วม และลูอิส อูสธุยเซน แชมป์เก่าชาวแอฟริกาใต้ ตี 7 โอเวอร์พาร์ 77 รวม 13 โอเวอร์พาร์ 293 จบที่ 54 ร่วม
"ถาวร"ซิวอินโดนีเซีย โอเพ่น
การแข่งขันกอล์ฟวันเอเชีย รายการอินโดนีเซีย โอเพ่น ชิงเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30 ล้านบาท) ที่ดาเมีย อินดาห์ กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นการเล่นรอบสุดท้าย "โปรเล็ก" ถาวร วิรัตน์จันทร์ นักกอล์ฟวัย 44 ปีชาวไทย ที่ออกสตาร์ทเป็นจ่าฝูง นำหน้า 3 สโตรค ด้วยสกอร์ 14 อันเดอร์พาร์ แต่รอบนี้โปรชาวไทยไปหลุดเสียโบกี้ที่หลุม 9 และหลุม 11 ทำให้โดน ไมเคิล เฮนดรี แชมป์เก่าชาวนิวซีแลนด์ ไล่บี้ขึ้นมา
จนกระทั่งในหลุมสุดท้าย ถาวร นำอยู่ 1 สโตรค แต่ตีไปตกทราย จากช็อตแอพโพรสตีห่างจากกรีน 10 หลา ก่อนจะชิพขึ้นไปแล้วทำพาร์สำเร็จ ขณะที่ เฮนดรี ได้ลุ้นซัดเดนเดธแต่พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 35 ฟุตพลาด ทำให้จบรอบ ถาวร ตีเกิน 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวม 13 อันเดอร์พาร์ แต่ดีพอจะเอาชนะอันดับ 2 ร่วม คือ เฮนดรี (71), รอรี ฮี จากอินโดนีเซีย (70) และ ชอย จิน โฮ จากเกาหลีใต้ (69) ไป 1 สโตรค คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมเงินรางวัล 1.8 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.4 ล้านบาท) มาครอง
หลังคว้าแชมป์วันเอเชียมาได้เป็นหนแรก แต่เป็นแชมป์รายการนี้หนที่ 2 เมื่อปี 2005 สมัยยังอยู่กับเอเชี่ยนทัวร์ ในชื่อเอ็นจอย จาการ์ตา อินโดนีเซีย โอเพ่น ถาวรกล่าวว่า มีความสุขที่คว้าแชมป์มาได้ แม้จะเล่นไม่ดีนัก มันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก หลังจากเสียโบกี้ที่หลุม 9 กับ 11 คิดว่าทำไม่ได้แล้ว ความรู้สึกมันขึ้นๆ ลงๆ ชัยชนะหนนี้ยากลำบากกว่าหนที่แล้วมาก
"ไม่มีอะไรเป็นความลับสำหรับความสำเร็จ ผมทำงานหนัก และดูแลตัวเอง รับประทานอาหารให้ถูกต้อง นับตั้งแต่ผมพยายามจะเล่นทีมชาติสมัยยังเป็นสมัครเล่นผมก็ทำอย่างนี้มาตลอด" ถาวร กล่าว
สำหรับผลงานของนักกอล์ฟไทยรายอื่น เชาวลิต ผลาผล ตี 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวม 10 อันเดอร์พาร์ อันดับ 5 ร่วม, กิรเดช อภิบาลรัตน์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวม 8 อันเดอร์พาร์ อันดับ 10 ร่วม, วิสุทธิ์ อรรจณาวัตน์ ทำ 4 โอเวอร์พาร์ 76 รวม 6 อันเดอร์พาร์ อันดับ 17 ร่วม, ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ 2 อันเดอร์พาร์ รวม 5 อันเดอร์พาร์ อันดับ 23 ร่วม



