
กลุ่มผู้ค้าชายแดนและชาวบ้านภูมิชรอลรอลุ้นศาลโลก
กลุ่มผู้ค้าชายแดน จ.จันทบุรี และ ชาวบ้านภูมิชรอล ลุ้นศาลโลกตัดสินชะตาพระวิหาร
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไทย - กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า การตัดสินของศาลโลก กรณีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร สร้างความสนใจให้แก่ชาวกัมพูชาทั้งที่อยู่บริเวณตะเข็บชายแดนด้าน จ.จันทบุรี ที่ทำงานอยู่ใน จ.จันทบุรี และที่อยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ของกัมพูชา โดยเกรงว่าคำตัดสินที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม จะมีผลต่อการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในทางการค้าและการเดินทางเข้า- ออก พรมแดน
อย่างไรก็ตามบรรยากาศบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ด้าน จ.จันทบุรี ยังคงเป็นปกติ โดยตั้งแต่ก่อนเปิดด่านในเวลา 07.00 น. มีชาวกัมพูชารอข้ามแดนเพื่อมาทำงานรับจ้างในไทย ขณะที่การข้ามแดนมาซื้อสินค้าและการสั่งซื้อสินค้า ก็ยังคงเป็นปกติเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากคำตัดสินออกมาในทางที่เป็นผลลบต่อทางกัมพูชา จนมีผลต่อความร่วมมือในทางการค้า ทางผู้ประกอบการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวไทย - กัมพูชา จ.จันทบุรี ก็พร้อมจะประสานไปยังกัมพูชาที่เป็นระดับผู้นำ เพื่อความเข้าใจอันดีกันต่อไป เนื่องจากเห็นว่าความขัดแย้งใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ควรที่จะส่งผลกระทบมาถึงท้องถิ่น
ชาวภูมิชรอลลุ้นศาลโลกตัดสินชะตาพระวิหาร
วันที่ 18 ก.ค.54 ที่ หมู่บ้านภูมิชรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ราษฎรที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเตรียมการในการเคลื่อนย้ายอพยพ ขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ปศุสัตว์ เด็ก และคนชรา ที่อาจจะต้องอพยพหนีภัยสงครามอีกรอบ หากศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จากคำร้องของฝ่ายกัมพูชา และมีคำสั่งให้ทหารไทยต้องถอนทหารออกจากพื้นที่ข้อพิพาททั้งหมด
ซึ่งนั่นหมายถึงว่าทหารไทยอาจจะต้องมีคำสั่งปกป้องอธิปไตยของไทย ยืนยันตามคำพิพากษาเดิม คือไม่ยอมถอนทหารในพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นพื้นที่ของไทยโดยสมบูรณ์ นอกเหนือพิพากษาให้ปราสาทเขาพะวิหารตกเป็นของกัมพูชา เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายรวมถึงพื้นที่โดยรอบแต่อย่างใด และแน่นอนว่าจะต้องเกิดการสู้รบกันขึ้นอีกครั้งระหว่างทหารไทย กับทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่ต่างตรึงกำลังเผชิญหน้ารักษาอธิปไตยของตน อยู่บนเทือกเขาพนมดงรักตลอดแนวชายแดน นับตั้งแต่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ยาวตลอดแนวมาที่เขาพระวิหาร และยาวต่อไปยัง ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือน ใน จ.สุรินทร์ ที่เคยเป็นพื้นที่สู้รบกันมาแล้ว
นางลี ยอดสา ราษฎรบ้านภูมิชรอล หมู่ที่ 2 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ เล่าว่า ตนเองมั่นใจต่อการเฝ้ารักษาอธิปไตยของไทยมาโดยตลอด หากจะเกิดเหตุการณ์ใดใดเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าหากจะเกิดอะไรขึ้น ทหารไทยก็จะต้องมาแจ้งแก่ราษฎร มาอพยพราษฎรออกไปก่อน ดูแลรักษาชีวิต และทรัพย์สินของราษฎร ซึ่งอันที่จริงแล้วราษฎรตามแนวชายแดนเชื่อโดยตลอดว่า เขาพระวิหารเป็นของคนไทย เพราะเมื่อก่อนพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เล่าให้ฟังว่า สามารถเดินขึ้นลงไปหาของป่าไปมาขายได้อย่างสะดวกสบายไม่ต้องกลัวใคร แต่ภายหลังเราแพ้ศาลโลกปราสาทตกเป็นของกัมพูชา เราก็ยังมีพื้นที่โดยรอบปราสาทเป็นของเรา แต่วันนี้ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ จึงตกมาเป็นของกัมพูชา ซึ่งคนไทยก็อยากจะได้พื้นที่ให้กลับมาเป็นของไทย เพราะแท้จริงแล้ว เมื่อก่อนก็เป็นของไทย
อย่างไรก็ดี เช้าวันนี้พบว่าราษฎรหลายคนเร่งออกไปไร่นา เคลื่อนย้ายปศุสัตว์ออกไปฝากเพื่อนบ้านอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลวิถีกระสุนปืนใหญ่ และจะรีบกลับมาก่อนที่ศาลโลกจะพิจารณาประกาศคำสั่งใดๆ โดยหลายคนแจ้งว่าจะมารอดูทีวีในการพิจารณาประกาศของศาลโลก และเบื้องต้นหลายครอบครัวได้มีการเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา ได้มีการเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเตรียมเอาไว้แล้ว หากได้รับคำสั่งจากผู้นำหมู่บ้านก็พร้อมอพยพได้เลยทันที ขณะที่ส่วนหนึ่งไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ในระยะ 2 - 3 วันนี้ แม้ศาลโลกจะมีคำสั่งให้ไทยถอนทหารออกจากชายแดนก็ตาม



