ข่าว

จี้กกต.ฟัน'มาร์ค'เข้าข่ายยุบพรรค

จี้กกต.ฟัน'มาร์ค'เข้าข่ายยุบพรรค

17 ก.ค. 2554

พท. จี้ กกต. ฟัน'อภิสิทธิ์-พรทิวา' เข้าข่ายยุบพรรค เพิกถอนสิทธิ10ปี

          17 ก.ค.54 เวลา 10.40 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงกรณีที่ตัวแทนพรรคเพื่อไทยไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกกต. ให้ตรวจสอบการจัดมหกรรมธงฟ้าราคาประหยัดของรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24-26 มิ.ย.ที่ศาลากลาง จ.สมุทรปราการ จนเป็นเหตุให้กกต.แขวนรายชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า

          การจัดมหกรรมดังกล่าว ตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า การขายสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาดในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง เหมือนเป็นการจูงใจให้ประชาชนลงคะแนนให้ตัวเอง มีส่วนได้ส่วนเสียผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน ถือเป็นพฤติกรรมเอาเปรียบกันแบบหน้าด้านๆ ใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองตนเอง นายอภิสิทธิ์ยังออกมาพูดหน้าตาเฉยว่าไม่รู้ถูกร้องเรื่องอะไร ในขณะที่นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกมาบอกว่าร้องมั่ว

          นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า  อาการไขสือเหล่านี้นักกฎหมายฟังแล้วหัวเราะจนฟันแทบหัก เพราะเรื่องนี้จะปฏิเสธไม่ได้เลย ผู้จัดงานเป็นถึงปลัดกระทรวง พรรคมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอชัดเจน และจะนำไปยื่นเพิ่มเติมกับกกต. ในวันที่ 19 ก.ค.ทั้งนี้การที่พรรคเพื่อไทยหยิบเรื่องนี้มาพูดตอนแพ้เลือกตั้งอาจถูกหาว่าแพ้แล้วพาล แต่วันนี้เมื่อชนะ พรรคก็อยากจะร้องขอให้กกต.ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง ไม่ให้มีการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง

          นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวว่า  กรณีดังกล่าวนั้นผิดพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้สมัครกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้ตนเอง หรือผู้สมัครคนอื่น หรือพรรคการเมืองใด หรือเสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้ นอกจากนั้นยังมีโทษตามมาตรา 137 ต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท

          และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี รวมถึงเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ที่กรรมการบริหารพรรคทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่งผลให้ยุบพรรคการเมืองนั้นๆ ซึ่งนายอภิสิทธิ์กับนางพรทิวาเป็นกรรมการบริหารพรรคในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า จากผลโพลล์ต่างๆ ระบุว่าประชาชนไม่พอใจที่กกต.ไม่รับรองสถานภาพการเป็นส.ส.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอยากให้โอกาสน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี สะท้อนว่าประชาชนอยากได้รัฐบาลมาบริหารประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว วันนี้นักลงทุนก็ชะลอการลงทุน กล้าๆ กลัวๆ ข้าราชการก็ทำงานกันแบบเช้าชาม เย็นชาม

          จึงอยากให้กกต.เร่งรีบรับรองส.ส.จนสามารถเปิดสภาเลือกประธานสภา และเลือกนายกรัฐมนตรีได้โดยเร็ว จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน กกต.น่าจะรับรองก่อนที่จะครบกำหนด 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

          นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า  ส่วนกรณีที่มีการร้องคัดค้านคุณสมบัติของแกนนำนปช.ที่เป็นว่าที่ส.ส.นั้น เรื่องคุณสมบัติกกต.เองเคยวินิจฉัยรับรองไปแล้ว โดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ดังนั้นแกนนำนปช.จึงเข้าสู่กระบวนการโดยถูกต้อง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กกต.จะมากลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้ กกต.จำเป็นต้องรับรองแกนนำนปช.ทั้งหมด

          หากใครเห็นว่าขาดคุณสมบัติต้องร้องเรียนภายหลัง โดยใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 91 ใช้ส.ส. 1 ใน 10 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือกกต.ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตนมองว่าคนร้องเรียนกรณีดังกล่าวซึ่งก็คือพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาจ้องเตะถ่วงเท่านั้น จึงอยากให้กกต.มีความหนักแน่น ไม่ใช่ใครร้องอะไรมาก็แขวนทั้งหมด