
หนุ่มอังกฤษคลั่งผอมอยากหุ่นเหมือนนายแบบ
สาวๆ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้หุ่นดูดีจนอาการเข้าขั้นคลั่งผอมเป็นข่าวบ่อยจนไม่น่าประหลาดใจ แต่สำหรับผู้ชายแล้ว คาดไม่ถึงว่ามีปัญหานี้ด้วยเหมือนกันอย่างน้อยก็ในอังกฤษ
เว็บไซต์แท็บลอยด์เดลี เมล ได้อ้างคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญหลายคนว่า แรงกดดันจากความอยากมีหุ่นเหมือนนายแบบ ทำให้ผู้ชายหลายคนตกอยู่ในอันตราย และกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นโรคคลั่งผอม
บรรดาผู้ชายที่อยากหุ่นเหมือนนายแบบทั้งหลาย กำลังเสี่ยงจะเป็นโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งรวมทั้งอะโนเร็กเซียและบูลิเมีย หลังจากมีตัวเลขของคนที่กำลังเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ปัญหาคือ พวกผู้ชายมักไม่ค่อยเต็มใจยอมรับว่า พวกเขามีปัญหาในเรื่องนี้ จนกระทั่งเห็นโรคนี้ระบาดหนักในหมู่เด็กสาววัยรุ่น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ต่างโทษว่าเป็นความผิดของพวกที่หมกมุ่นกับความคิดที่ว่า อยากหล่อ หุ่นดี มีกล้ามแขนและซิกซ์แพ็ก ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ชายถูกหามส่งโรงพยาบาลในอังกฤษ เพราะป่วยเป็นโรคคลั่งผอม เพิ่มขึ้นเป็น 66%
โฆษกขององค์กรการกุศลของราชวิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติ (จีพี) ระบุว่า โรคคลั่งผอมของผู้ชายเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการดิ้นรนอยากมีรูปร่างที่เพอร์เฟกท์ ทำให้พวกเขาวิตกจริตเรื่องน้ำหนัก หรือหักโหมออกกำลังกาย และคอยคิดคำนวณอยู่ตลอดเวลาว่า อาหารแต่ละมื้อมีแคลอรี่มากน้อยเพียงใด
การออกกำลังกาย ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับโรคบูลิเมีย หรือโรคกลัวอ้วนของพวกผู้ชาย และทำให้พวกเขาเอาแต่ออกกำลังกายทุกวันจนรู้สึกว่าขาดไม่ได้
แรงกดดันที่พวกผู้ชายอย่างมีรูปร่างที่เพอร์เฟกท์นั้น เหมือนกับผลกระทบที่เกิดกับพวกผู้หญิง
กล่าวคือพวกผู้ชายต้องการเผาผลาญไขมันเพื่อให้ได้มาซึ่งซิกซ์แพ็ก อันเป็นสิ่งที่คิดกันว่า เป็นภาพลักษณ์ของผู้ชายสุขภาพดี แต่ผลร้ายที่ตามมาคือ ทำให้จำนวนของผู้ป่วยโรคกลัวอ้วนและโรคคลั่งผอม เพิ่มเป็น 3 เท่า แต่สำหรับผู้ชายนั้น ยากที่จะตรวจพบ เพราะพวกเขามักจะไม่ค่อยยอมปริปากพูดเรื่องสุขภาพของตัวเอง
องค์กรการกุศลจีพียังประเมินว่า มีประชาชน 1.6 ล้านคนในสหราชอาณาจักร เป็นโรคกลัวอ้วน และเชื่อว่าในจำนวนนี้เป็นผู้ชายถึง 1 ใน 5
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้บันทึกสถิติไว้ว่า มีผู้ป่วยชายที่เป็นโรคนี้จำนวนเท่าใดในอังกฤษ และเก็บเพียงแค่จำนวนคนที่รักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น ทำให้ยากจะตัดสินได้ว่าขอบเขตของปัญหานี้กว้างขนาดไหน
มีผู้ป่วยวัย 20 ปีคนหนึ่ง ยอมรับว่า เป็นทั้งโรคคลั่งผอมและโรคกลัวอ้วนตั้งแต่อายุ 14 ปี และป่วยหนักมาก เมื่อน้ำหนักลดฮวบเหลือแค่ 44 กิโลกรัม พร้อมเผยว่า "ผมไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรกับตัวเอง กำลังทรมานร่างกายของตัวเองด้วยความที่อยากหล่อหุ่นดีแต่สิ่งทำในสิ่งที่ให้ผลตรงกันข้าม กลัวรูปร่างสู้คนอื่นไม่ได้เวลาอยู่ที่โรงเรียน ผมตกอยู่ในวังวนความคิดเหล่านี้จนร่างกายรับไม่ไหว"



