ข่าว

'ปืนตำรวจพร้อมยิง':เตือนโจรจาก191

'ปืนตำรวจพร้อมยิง':เตือนโจรจาก191

17 ก.ค. 2554

'ปืนตำรวจพร้อมยิง' : ...เตือนโจร จาก 'พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ'

        เหตุการณ์ตำรวจสายตรวจถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ราวกับภาพยนตร์เรื่องเก่าที่ฉายวนหลายๆ รอบ

          จนเกิดคำถามตามมาว่า ทุกวันนี้ตำรวจสายตรวจ ซึ่งถือเป็นตำรวจหน่วยแรกที่จะต้องเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทุกวินาทีมีแต่ความเสี่ยง มีการเตรียมพร้อมในการรับมือกับบรรดาอาชญากรที่พร้อมจะก่อเหตุร้ายหลากหลายรูปแบบมากน้อยเพียงใด

           ตำรวจกองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถือเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบงานด้านสายตรวจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ เป็นผู้กำกับการ

           ว่ากันว่าตำรวจสังกัดกองกำกับการสายตรวจมีความเชี่ยวชาญ และมีศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่งานด้านสายตรวจค่อนข้างสูง เป็นที่ยอมรับของตำรวจหน่วยอื่น วันนี้จึงขอถือโอกาสจับเข่าคุยกับ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ถึงเทคนิคและวิธีการในการออกปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจ จะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับผู้ปฏิบัติงาน

 

ระยะนี้ตำรวจสายตรวจถูกยิงเสียชีวิตบ่อยต้องปรับแผนปฏิบัติงานหรือไม่ 

 

           คงไม่มีความจำเป็นในการปรับแผนปฏิบัติงานในขณะนี้ เพราะที่ผ่านมาเรามีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตำรวจผู้ปฏิบัติงานเป็นหลักอยู่แล้ว ทุกครั้งที่จะออกตรวจตราตามเส้นทางหรือสถานที่ที่ได้รับมอบหมายจะมีผู้บังคับบัญชาอบรมทบทวนหลักการปฏิบัติงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับทราบก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้ตำรวจในสังกัดกองกำกับการสายตรวจทุกนายได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี มีความรอบรู้ในการระวังเหตุร้าย และยุทธวิธีต่างๆ ในการตรวจค้นจับกุมคนร้าย มีการทำงานที่เป็นทีม สามารถขอกำลังสนับสนุนได้ทันทีที่ประสบเหตุ และยังมีการประสานกับตำรวจท้องที่ในการตั้งจุดสกัด (ว.43) เพื่อทำหน้าที่หน่วยก้าวสกัด จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมายังไม่พบกรณีที่ตำรวจสายตรวจของเราถูกทำร้ายจนเสียชีวิต แต่เราก็ไม่ประมาท ได้กำชับให้ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง

 

สถิติอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้งานสายตรวจยากขึ้นหรือไม่

           กองกำกับการสายตรวจจะวางกำลังเป็นโครงข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร มีการติดต่อประสานงานกันผ่านเครือข่ายวิทยุสื่อสารศูนย์วิทยุผ่านฟ้า เพื่อรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ หากตำรวจสายตรวจทีมใดประสบเหตุร้ายสามารถขอกำลังเสริมได้ทันที ทั้งจากกองกำกับการสายตรวจและ สน.พื้นที่ ซึ่งตำรวจสายตรวจจะมีทั้งสายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ และสายตรวจเดินเท้า ซึ่งที่เสี่ยงสุดในเวลานี้คงเป็นสายตรวจรถจักรยานยนต์เพราะเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วและกะทันหัน บางครั้งยังไม่ทันได้รายงานมายังศูนย์วิทยุผ่านฟ้าก็พบเหตุการณ์กะทันหันเสียก่อน แต่ที่ผ่านมาในการปฏิบัติงานของตำรวจกองกำกับการสายตรวจจะตรวจค้นสกัดรถยนต์มากกว่า การเข้าตรวจคนเดินเท้า ส่วนใหญ่จะพบผู้กระทำความผิดเรื่องอาวุธปืน ยาเสพติด หรือเจอรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมา ซึ่งระยะหลังพบบ่อย ตำรวจก็ต้องทำงานด้วยความรอบคอบมากขึ้น

 

การปรับตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ

 

           ตั้งแต่เกิดเหตุหนุ่มคลั่งจี้จับ พญ.พิภัทรา สายโลหิต แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เป็นตัวประกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.สปพ. ได้สั่งปรับยุทธวิธีในการตรวจค้น มีการส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปอบรม "พัฒนาประสิทธิภาพสายตรวจระดับผู้ปฏิบัติ" โดยต้องการให้นำความรู้ไปปรับใช้กับงาน ซึ่งสายตรวจต้องไปอบรมทุกคน เหมือนเป็นการกระตุ้น ฝึกทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี เหมือนเคาะสนิมใหม่ ระยะนี้มีคดีลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชนค่อนข้างเยอะ ตำรวจสายตรวจก็ต้องเพิ่มการสังเกตรถที่เข้าไปจอดตามหมู่บ้าน คันไหนที่ผิดปกติ เช่นจอดหน้าบ้านแต่ไม่เข้าบ้านอย่างนี้ก็ต้องเข้าตรวจสอบ หรือกรณีแก๊งคนร้ายต่างชาติที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของประชาชน โดยเฉพาะแก๊งโคลัมเบียเราก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่ขับซาเล้งเก็บของเก่าตามที่ต่างๆ เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ผิดสังเกตเขาก็แจ้งข้อมูลมา เราก็เข้าตรวจสอบซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี 

 

ยุทธวิธีที่มีการอบรมเพิ่มเติม

 

           มีหลายอย่างที่ตำรวจสายตรวจอาจละเลยไป เช่นการตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ การตรวจค้นสถานที่และการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเขาต้องทำกันอยู่ทุกวันอยู่แล้วจนอาจเกิดความเคยชินจนละเลยความปลอดภัยไป ก็ต้องทบทวนกันใหม่เช่น การเข้าตรวจสอบต้องพูดจาอย่างไร ยุทธวิธีการใช้อาวุธ การตรวจสอบสิ่งต้องสงสัย การทำความเคารพ รวมถึงข้อกฎหมายก็ต้องรู้ การเตรียมตัวช่วยเหลือคนข้างทาง ช่วยเหลือคนคลอดทำอย่างไร ต้องรู้เบอร์และเตรียมประสานงานได้ทันที

           นอกจากนี้ยังมีการจำลองเหตุการณ์คดีที่เคยเกิด เพื่อฝึกทักษะให้ตำรวจสายตรวจได้ทบทวนว่าหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้วต้องทำอย่างไร ต้องมีการแจ้งวิทยุ หากมีตัวประกันต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะหัวหน้าสายตรวจต้องตัดสินใจได้ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะแก้ปัญหาอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นกรณีคนร้ายขับรถผ่านจะสกัดคนร้ายอย่างไร หากจำเป็นต้องใช้รถยนต์พุ่งชน หรือที่เรียกว่า "ชนรถให้หยุด" ก็ต้องทำเพื่อให้คนร้ายหยุดและให้หน่วยที่ตามมาช่วยจับกุมได้โดยไม่เกิดความสูญเสีย

 

การชนให้รถหยุดมีเทคนิคอย่างไร

 

           มีการอบรมว่ารถคันหนึ่งมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ชนตรงนี้รถจะหมุนแบบไหน ชนตรงนี้รถจะไปแบบไหน คนที่เป็นพลขับและผู้ตรวจ ถ้าชนไม่ได้ต้องเบียดแล้วเบียดตรงจุดไหน ต้องรู้จุดอ่อนจุดแข็งของรถ ถ้าจะยิงยางยิงอย่างไร เป็นการหยุดเขาก่อนที่จะไปเกิดความสูญเสียข้างหน้า เช่น หากมีคนกินยาบ้าขับรถชนคนแหลก ถ้าไม่ตัดสินใจหยุดรถคันนี้ก็จะเกิดความสูญเสีย

 

หลักปฏิบัติในการตรวจค้นเป็นอย่างไร

 

           ถ้าขับไปเจอรถต้องสงสัยเราจะเปิดสัญญาณไฟแล้วบอกให้เขาหยุด การเข้าหาจะมี 1 คน ทำหน้าที่คุ้มกัน อีกคนจะเข้าไปบอกให้ผู้ต้องสงสัยลงจากรถเพื่อตรวจค้น โดยคนที่ทำหน้าที่คุ้มกันจะต้องสังเกตพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำร้ายตำรวจที่เข้าตรวจค้น หากผู้ต้องสงสัยมีหลายคนก็ต้องให้มารวมอยู่ที่จุดเดียว นอกจากนี้ต้องสังเกตต้องแยกแยะ หากเป็นคนร้ายส่วนใหญ่จะไม่ให้ความร่วมมือ แต่งกายน่าสงสัยเช่นสวมหมวกปกปิดใบหน้า หรือรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ต้องใช้ความระมัดระวัง ต้องดูให้ถี่ถ้วนว่าพกอาวุธหรือไม่

           อีกทั้งในการปฏิบัติงานทุกครั้งต้องพร้อมในการใช้อาวุธอยู่ตลอดเวลา พูดง่ายๆ คือ ปืนต้องพร้อมยิง ซึ่งมีการฝึกทบทวนเรื่องการยิงปืนอยู่เป็นระยะ อีกทั้งปืนก็มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ และที่สำคัญทุกครั้งที่ออกปฏิบัติงานตำรวจสายตรวจทุกคนจะต้องสวมเสื้อเกราะเพื่อช่วยป้องกันความสูญเสียได้ระดับหนึ่ง

 

อนาคตกับการพัฒนาอุปกรณ์สายตรวจ

 

           ตอนนี้กำลังทดสอบกล้องที่ใช้ติดรถอยู่ เพื่อใช้อ่านทะเบียนรถรอบด้านว่าเป็นรถต้องสงสัยหรือไม่ ซึ่งอยู่ในผลการทดลองที่น่าพอใจ และจะมีการประมวลผลทุก 5นาที ส่วนที่ทำไปแล้วคือ สายตรวจไฮเทค ที่ใช้ไอแพดในการตรวจสอบรถต้องสงสัย แต่ในตอนนี้ก็มีใช้กันแพร่หลาย เราจึงต้องมีการพัฒนาอุปกรณ์ควบคู่กับการพัฒนาเจ้าหน้าที่ของเราให้เท่าทันกับอาชญากรรมในปัจจุบัน