
ถูกข่มขู่ไล่ที่ขายของ
ดิฉันขายของอยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ข้างบิ๊กซี ซ.ราม 29 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 มีชายฉกรรณ์ 3 คน เดินเข้ามาแสดงบัตรประจำตัวผู้ค้า โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เทศกิจของเขตมาร่วมด้วย พร้อมมาข่มขู่และไล่ดิฉัน แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของที่ที่ดิฉันขายของอยู่ บอกให้ดิฉั
ดิฉันสอบถามว่าได้บัตรนี้มาได้อย่างไร ชายทั้ง 3 คน ตอบว่า ทางเทศกิจบางกะปิออกให้ พร้อมยื่นคำขาดอีกสองวันจะมาขายของตรงที่ที่ดิฉันขายของอยู่ ทั้งๆ ที่ดิฉันขายของบริเวณนี้มาหลายปีแล้วและได้ชำระค่าปรับให้ทางเขตบางกะปิมาโดยตลอด (มีใบเสร็จยืนยัน)
พอวันรุ่งขึ้นดิฉันจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมากและเดินทางไปที่สำนักงานเขตบางกะปิ เพื่อขอพบผู้อำนวยการเขต แต่ก็ไม่ได้พบ จึงสอบถามไปยังฝ่ายสิ่งแวดล้อมซึ่งมีหน้าที่ออกบัตร ได้รับคำตอบว่าไม่มีการออกบัตรประจำตัวผู้ค้าในขณะนี้ ดิฉันจึงสงสัยว่าบัตรดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการออกบัตร
นโยบายที่ดีของทางรัฐบาลจะทำให้ดิฉันเดือดร้อนมาก เพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว และขณะนี้ได้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ อีกหลายแผง
วาสนา
ตอบ
นายประเสริฐ ทองนุ่น ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ชี้แจงว่า บริเวณทางเท้าริมถนนรามคำแหง ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นจุดผ่อนผันของผู้ค้าที่ค้าขายตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. และ 21.00-24.00 น. ผู้ค้าที่จะค้าขายในบริเวณนี้ได้จะต้องเป็นผู้ค้ามีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ค้าที่จัดทำไว้ที่สำนักงานเขตบางกะปิ
ส่วนผู้ที่ร้องเรียนน่าเป็นผู้ค้าที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ค้า และได้ฝ่าฝืนค้าขายบนทางเท้า แต่เจ้าหน้าที่เทศกิจได้จับกุมและเปรียบเทียบปรับด้วยการออกใบเสร็จรับเงินมาโดยตลอด
จนกระทั่งมีการสำรวจทางเท้าเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ก็พบว่ามีที่ว่างไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนผู้ค้าหลายแห่ง ประกอบกับนโยบายของผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ให้ขยายโอกาสผู้ค้าได้ทำการค้าเพิ่มขึ้น จึงได้พิจารณาคำร้องของผู้ที่ได้มายื่นคำร้องไว้ ณ สำนักงานเขต แสดงความประสงค์ในการขอค้าขายในบริเวณนี้ เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ครบถ้วนแล้วจึงเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ อนุญาตให้ทำการค้าได้ แล้วจึงได้ออกบัตรประจำตัวผู้ค้า
ผู้อำนวยการเขตบางกะปิบอกว่า จะพิจารณาหาทางช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป
ลุงแจ่ม



