ข่าว

'สุวิทย์'อาจได้เป็นส.ส.แทนปชต.ใหม่

'สุวิทย์'อาจได้เป็นส.ส.แทนปชต.ใหม่

16 ก.ค. 2554

"สุวิทย์" อาจมีเฮ ได้เป็น ส.ส.ส้มหล่น แทนที่พรรคประชาธิปไตยใหม่ ถ้ากกต.ตัดสินหัวหน้าพรรคส่งผู้สมัครไม่ได้ "ประพันธ์" ไม่ฟันธง 19 ก.ค.รับรองได้ถึง 95%

           (16ก.ค.) แหล่งข่าวจาก กกต.แจ้งว่า จากกรณีที่นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ถูก กกต.ไม่ประกาศให้เป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปไตยใหม่ เนื่องจากตรวจคุณสมบัติแล้วพบว่าถูกศาลล้มละลายสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายไปตั้งแต่ปี 2552 จึงไม่ประกาศให้เป็นผู้สมัคร แต่นายสุรทินได้ไปร้องต่อศาลฎีกาสั่งให้ กกต.ประกาศเป็นผู้สมัคร แต่ศาลฎีกายกคำร้องไปเพราะเห็นว่าการที่ กกต.ไม่ประกาศให้เป็นผู้สมัครนั้นชอบแล้ว

            แหล่งข่าวคนเดิมระบุว่า ดังนั้น เมื่อผลของคะแนนในบัญชีรายชื่อที่พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้มีคะแนน 1.2 แสนกว่าๆ นั้น ซึ่งเป็นเศษที่ กกต.ต้องปัดให้ผู้สมัครทำให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 2 ได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แต่กกต.ยังประกาศไม่ได้ เพราะเห็นว่าต้องมาพิจารณาคุณสมบัติของหัวหน้าพรรค ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคที่จะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ โดยวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ อนุกรรมการไต่สวนกกต.จะประชุมพิจารณาในข้อกฎหมายก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม กกต.ในวันที่ 19 กรกฎาคม

            แหล่งข่าวกกต.เผยอีกว่า ขณะนี้มีความเห็นเป็น 2 ทางว่า หากขาดคุณสมบัติ และไม่สามารถกระทำการส่งผู้สมัครได้ จะส่งผลให้คะแนนที่ให้แก่พรรคประชาธิปไตยใหม่ จำนวน 125,784 คน จะต้องเสียไป คือ ตัดออกไปแล้วรวมใหม่ทั้งหมด และมาดูเศษของการปัด ส.ส.ใหม่ว่าจะมีพรรคใดได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะตกอยู่ที่พรรคใหญ่ หรือพรรคเล็ก รวมถึงพรรคกิจสังคมที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นหัวหน้าพรรค ที่อยู่ในลำดับถัดไป มีคะแนนเพียงแค่ 81,880 คน จะสามารถได้ ส.ส.เข้ามาแทนหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่ที่คณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาข้อกฎหมายและให้ กกต.มีมติก่อนว่าจะมีความเห็นเป็นอย่างไร จะส่งผลให้พรรคกิจสังคมที่เป็นพรรคเล็กจะมีความหวังได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 1 ที่นั่งหรือไม่


กกต.ไม่ฟันธง 19 ก.ค.รับรองได้ถึง 95%

            นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงการพิจารณารับรองการเป็น ส.ส.ของว่าที่ ส.ส.ที่ยังไม่ผ่านการรับรองอีก 142 คน ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ โดยเหลือ ส.ส.อีก 117 คน ก็จะครบองค์ประกอบในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องมีส.ส.ร้อยละ 95 หรือ 475 คน จากจำนวนทั้งหมด 500 คนว่า ได้เร่งรัดการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวน เพื่อพิจารณาเอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา 7 วัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสำนวนคดีตามคำร้องว่า จะแล้วเสร็จทันหรือไม่