
ไฟไหม้โรงเลื่อยไม้ยางพาราเสียหายนับ10 ล.
เพลิงไหม้ห้องพ่นสีโรงเลื่อยไม้ยางพาราชื่อดังใน จ.ตรัง เจ้าของ เผย วันหยุดไม่มีคนงาน ก่อนเพลิงลุกไหม้ มีเสียงระเบิดจากห้องพ่นสี ตำรวจสันนิษฐาน ไฟลัดวงจร
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 16 ก.ค.54 ร.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ ร้อยเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บริษัทตรังไม้ยางพารา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 15 ถนนบ้านทุ่งควน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครตรัง เพื่อนำรถน้ำมาดับเพลิง ทั้งนี้เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำรถน้ำเข้าไปด้านในตัวโรงงานได้ เนื่องจากเป็นจุดที่มีการประกอบเฟอร์นิเจอร์ และเป็นที่เก็บวัสดุอุปกรณ์การทำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเปลี่ยนแผนต่อสายยางลากเข้าไปด้านใน กว่า 50 เมตร ซึ่งเป็นจุดต้นเพลิง ซึ่งในการเข้าไปก็ต้องทำงานด้วยความยากลำบาก
ต่อมาหลังเพลิงสงบคนงานชาวพม่าได้ช่วยกันใช้ขวานจามที่หน้าห้องพ่นสี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำดับเพลิงได้อย่างสะดวก โดยใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสงบ จากการสอบถาม นายเฮ็กตง แซ่โค้ว เจ้าของโรงงาน ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า โรงงานดังกล่าวประกอบกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพาราส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยก่อนเกิดเหตุภายในโรงงานไม่มีคนงานทำงานอยู่ เนื่องจากเป็นวันหยุด แต่จู่ ๆ ก็เกิดเสียงดังระเบิดขึ้นที่ห้องพ่นสี จากนั้นก็มีกลุ่มควันพวยพุ่งและมีกลิ่นแก๊สพิษขึ้น จึงได้ระดมคนงานทั้งหมดที่อยู่ในโรงงานช่วยกันนำน้ำมาดับเพลิง แต่ไม่สามารถดับได้ เนื่องจากต้นเพลิงเป็นห้องพ่นสี ซึ่งมีการเก็บวัสดุอุปกรณ์จำพวกเมทิลแอลกอฮอร์และทินเนอร์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครตรัง มาดับเพลิงดังกล่าว
ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ยังไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด ส่วนความเสียหายนั้น เป็นห้องพ่นสีกับท่อบู๊ธสี ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามต้องรอหลังเพลิงสงบอีกครั้ง จึงจะเข้าไปตรวจสอบได้สาเหตุและประเมินมูลค่าความเสียหายได้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามต้องรอประสานทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง เข้าไปตรวจสอบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้ง สำหรับโรงงานดังกล่าวก่อนหน้าได้เกิดเพลิงไหม้ในลักษณะขึ้นมาแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป



