
'มาร์ค'หวั่นขึ้นค่าแรงราคาสินค้าพุ่ง
"มาร์ค" จี้ "เพื่อไทย" ต้องชัดเจนขึ้นค่าแรง 300 บาท หวั่นกระทบศก. ฉุดราคาสินค้าพุ่งกระทบจ้างงาน รอ กกต.แจ้งข้อหาแขวนรับรอง ส.ส. ยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เทพไท เตือนสติ "กกต." อย่ารับรอง ยิ่งลักษณ์-12 แกนนำเสื้อแดง" เพราะถูกกดดัน เพื่อไทยขอเวลาทำนโยบาย
(16ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่ากรณีขึ้นค่าแรง 300 เป็นเพียงนโยบายหาเสียงว่า สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ พรรคเพื่อไทยต้องเร่งทำให้เกิดความชัดเจน เพราะสิ่งที่เป็นห่วงคือถ้าไม่มีความชัดเจนหรือสับสน อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น และการคาดการณ์ในเรื่องแบบนี้จะกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ เช่น คาดการณ์ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นก็จะเป็นข้ออ้างเพื่อขึ้นราคาสินค้า หรือกระทบกับการจ้างงาน ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออีกหลายสัปดาห์อยากให้พรรคเพื่อไทยทำให้เกิดความชัดเจนและพูดให้ตรงกันในนามพรรคจะทำให้ทุกฝ่ายมีความชัดเจน
เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรกับที่อ้างว่าเป็นเพียงนโยบายในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องพิจารณา แต่เวลานี้เลยการเลือกตั้งมาแล้ว อยู่ในช่วงที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมือง จึงไม่ควรทิ้งอะไรที่เป็นปัญหาความสับสนและคลุมเคลือ ถ้าทำให้เกิดความชัดเจนจะสามารถคุยกับผู้ได้รับผลกระทบได้ เช่น กรณีการขึ้นค่าแรงต้องคุยกับฝ่ายธุรกิจให้เรียบร้อย ถ้าภาคธุรกิจบอกว่ามีผลกระทบจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร ทุกวันนี้ที่ห่วงคือ ทำแล้วกระทบต่อการจ้างงานทำให้คนตกงานเป็นปัญหาใหญ่ ที่ผ่านมาตนถือเรื่องการจ้างงานเป็นสำคัญถ้าค่าแรงไม่สอดคล้องกับความจริง คนตกงานมากจะเดือดร้อนได้มากกว่าได้ค่าแรงต่ำมาเล็กน้อย
รอกกต.แจ้งข้อหาแขวนรับรอง ส.ส.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีกกต.ระบุว่าจะไม่เรียกตนและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเข้าชี้แจงกรณีถูกแขวน ว่า ตนยังไม่ทราบข้อกล่าวหา ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งอะไรมาเลย คงต้องรอฟังคำวินิจฉัยแต่ถ้าจะวินิจฉัยโดยไม่สอบถามผู้ถูกกล่าวหาเลยคงต้องดูว่าประเด็นคืออะไร เพราะเราต้องการให้เกิดความเป็นธรรม แม้ว่าตามข้อกฎหมาย กกต.จะมีอำนาจพิจารณาโดยไม่ต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาสอบถามหรือชี้แจง แต่ก็ต้องมั่นใจว่าได้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่ากกต.แขวนเพื่อพิจารณา ส่วนความเหมาะสมเป็นเรื่องที่ต้องไปตรวจสอบกัน
ทั้งนี้ มองว่ากกต.รับรองส.ส.รอบแรกเป็นการรับรองให้กับผู้ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.จำนวนกว่า 350 คนที่ได้รับการรับรองไม่มีเรื่องค้างการพิจารณา ส่วนผู้ที่ยังไม่รับรองคือผู้ที่มีเรื่องร้องเรียน และกกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ แต่ก็มั่นใจว่าขั้นตอน 30 วันเพื่อเปิดสภาให้ได้ตามกฎหมาย ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกสิบกว่าวัน สำหรับตนไม่มีความกังวลเพราะมั่นใจว่าที่ผ่านมาได้ระมัดระวังตลอดเวลาในเรื่องไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องเจตนาโกง เอารัดเอาเปรียบ ผิดกติกาเลือกตั้งไม่มีอยู่แล้ว และได้ระวังกันเต็มที่ไม่ให้มีข้อผิดพลาด แม้แต่กรณีครม.ก็พูดได้เต็มปากว่า มีการกำชับออกแนวปฏิบัติและมีมติที่รัดกุมกว่าใจอดีตที่ผ่านมา เพราะเราไม่ต้องการให้การเลือกตั้งมีปัญหา โดยทราบดีอยู่แล้วว่ามีคนพยายามอ้างว่า การเลือกตั้งจะมีปัญหา ตนตั้งใจยุบสภาเพื่อให้การเลือกตั้งเรียบร้อย บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ แต่ก็มีนักร้องเยอะ
“เทพไท”เตือนสติกกต.อย่ารับรองเพราะถูกกดดัน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมรับรองการเป็นส.ส.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และ 12 แกนนำเสื้อแดง โดยระบุไม่ติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ว่า การจะรับรองกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่ กกต.จะต้องมีเหตุผลชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจน ไม่ควรที่จะให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าการรับรองกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นเพราะความเกรงกลัว ถูกกดดัน เป็นไปตามกระแส หรือเป็นเพราะธงที่ต้องการให้เปิดประชุมสภาฯให้ได้ตามกฎหมาย ไม่อยากจะให้มองว่ากกต.ชุดนี้ปัดสวะ โยนภาระให้กับศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคุณสมบัติหรือเพื่อเป็นการซื้อเวลาในอนาคต
"ยิ่งลักษณ์"เก็บตัวเงียบบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ได้มีสื่อมวลชนหลายสำนักเดินทางมารอทำข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่บ้านพักส่วนตัวในซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อสอบถามถึงกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) อาจจะประกาศผลรับรองส.ส.เพิ่มอีก 40 คนในวันอังคารที่ 19 ก.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะหลุดพ้นจากคำร้อง และสามารถประกาศผลการเลือกตั้งให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นส.ส.ได้ ซึ่งสื่อมวลชนส่วนใหญ่ต่างมานั่งรอการทำข่าวที่เต๊นท์รับรองใกล้กับสนามฟุตบอลขนาด 7 คน ของบ้านพักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากได้รับแจ้งก่อนหน้านี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมเดินทางไปทำบุญในวันเข้าพรรษา แต่ปรากฏว่าตลอดช่วงเช้าก็ยังไม่มีการแจ้งว่าในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปปฏิบัติภารกิจที่ใด
ต่อมา เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รองผบช.น ได้เดินทางมายังบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อตรวจความพร้อมของการดูแลความพร้อมภัย ซึ่งเบื้องต้นได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแล 24 ชั่วโมง โดยพล.ต.ต.อนันต์ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมปฏิบัติไปตามหน้าที่ ส่วนการดูแลความปลอดภัยบ้านพักของบุคคลสำคัญทางการเมืองในขณะนี้ อาทิ บ้านของนายอภิชาติ สุขขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกอย่างยังปกติดี ไม่มีเหตุอะไรเช่นกัน
อย่างไรก็ตามในเวลา 11.40 น. สื่อมวลชนได้รับแจ้งว่าจากบุคคลในบ้านพักว่าในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่มีกำหนดที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจที่ใด ทำให้สื่อมวลชนที่รอทำข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นเวลา 4 ชั่วโมงได้ตัดสินใจเดินทางกลับในทันที
พท.ขอเวลาทำนโยบายอ้างยังไม่ได้เป็นรัฐบาลอย่าจ้องถล่ม
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่ใช้ในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย พร้อมดำเนินการยุบพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยต้องบอกกับพรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงผู้ประกอบการและนักวิชาการที่ออกมาติติงเรื่องนี้ ก่อนเลยว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นรัฐบาล จึงอยากให้ทุกท่านอย่าตีตนไปก่อนไข้ เพราะขณะนี้คณะทำงานนโยบายพรรคเพื่อไทย กำลังดำเนินการยกร่างนโยบายเพื่อบรรจุไว้ในนโยบายที่พรรคจะใช้แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยได้เสร็จสิ้นไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว การยื่นยุบพรรคเพื่อไทยของบรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ โดยอ้างว่าพรรคเพื่อไทยหลอกลวงนั้น ลักษณะเหมือนในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์ พยายามโจมตีนโยบายพรรคไทยรักไทย อาทิ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือกองทุนหมู่บ้าน ที่สุดท้ายเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลก็ลอกนโยบายรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเอาไปดำเนินการต่อ ดังนั้นทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ควรตั้งสติก่อนที่จะไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย
แขวะปชป.นโยบาย 99 วันไม่เห็นจะทำได้จริง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็ได้หาเสียงเอาไว้ว่า 99 วันทำได้จริง แต่เฉพาะแค่แก้ไขปัญหา3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถบรรเทาการเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้ แต่หากจะพิจารณาว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย จะทำได้จริงหรือไม่นั้น ก็ขอให้ไปดูผลงานของรัฐบาลไทยรักไทย ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว พรรคเพื่อไทยอยากขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มทุนและภาคธุรกิจอื่น เสียสละช่วยเหลือแรงงานที่เป็นฐานการผลิตใหญ่ของประเทศ เพราะขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งอินโดนีเชียและเวียดนามนั้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานสูงกว่าของไทยอยู่แล้ว และการที่พรรคเพื่อไทยคิดนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ300 บาทต่อวัน ก็ได้ศึกษาแล้วว่าจะทำให้มีเงินสะพัดภายในประเทศ 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงขอให้ทุกฝ่ายให้โอกาส น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยด้วย
เชื่อกกต.จะรับรอง“ยิ่งลักษณ์”
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มเติมในวันที่ 19 ก.ค.ด้วยว่า หาก กกต.จะรับรอง ส.ส.เพิ่มเติมอีกจนครบ 95เปอร์เซ็นต์ คือ 475 คนตามที่กฎหมายกำหนดก็จะทำให้สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ และจะทำให้เกิดรัฐบาลใหม่ที่จะมาสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนในประเทศด้วย ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากกกต.นั้น คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ประเมินแล้วว่าข้อกล่าวหาทุกข้อ โดยเฉพาะกรณีอดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรคมาช่วยหาเสียงนั้นไม่ได้เป็นข้อกล่าวหาที่มีมูลความจริง ดังนั้นเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ น่าจะได้รับการรับรองจาก กกต. แต่ที่ห่วงคือกรณีที่มีข่าวออกว่ากกต.จะยังไม่พิจารณารายชื่อของ ว่าที่ส.ส. ที่เป็นแกนนำนปช. เพราะกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องทีหลัง ซึ่งต้องเรียกร้องให้กกต.พิจารณาให้ดีๆ เพราะ กกต.เคยรับรองให้ แกนนำนปช. เป็นผู้สมัคร ส.ส. เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.แล้ว เมื่อบุคคลเหล่านั้นได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนแล้วก็ควรให้โอกาส



