ข่าว

ดีไซเนอร์อิสระควบ 2 รางวัล

ดีไซเนอร์อิสระควบ 2 รางวัล

17 ก.ค. 2554

ทำเอา 10 ดีไซเนอร์ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศการประกวดโครงการ "จากเส้นใยสู่ภูมิปัญญา จากภูมิปัญญาสู่อาภรณ์" ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานศิลปวัฒธรรมร่วมสมัย ถึงกับตื่นเต้นและแอบลุ้นอยู่ในใจกันสุดฤทธิ์ เมื่อชุดสวยทั้ง 7 ชุดที่แต่ละคนรังสรรค์กันอย่างสุดฝี

          เมื่อโชว์ทั้ง 70 ชุด จาก 10 ดีไซเนอร์เสร็จสิ้นลง คณะกรรมการจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ผลงานของ "เพชร" ภูริณัฐ วงศ์สถาพรกุล เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าวัย 30 ปี ที่นำภาพรวมของศิลปวัฒนธรรม ความงามในวิถีชีวิตของไทย การผสมผสานสิ่งเก่าและสิ่งใหม่จนกลายเป็นคอลเลกชั่น "เดอะ โกลรี่ โมโนเม้นท์" (THE GLORY MONUMENT) อนุสรณ์แห่งความรุ่งเรือง ถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่สะท้อนเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวไทยในรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังควบรางวัล "ครัฟส์แมนชิพพ์" (Craftsmanship) ที่คัดสรรจากความละเอียดในการออกแบบผลงานด้วย
 
          แม้จะว่างเว้นจากการส่งชิ้นงานเข้าประกวดมา 8 ปี แต่ดูเหมือนการห่างเวทีสำหรับ "เพชร" ภูริณัฐ ไม่ได้ทำให้เขาทิ้งห่างมือล่ารางวัลแต่อย่างใด โดยครั้งนี้เขายอมรับว่า ดีใจมากและไม่คิดว่าจะได้รับสองรางวัลพร้อมกัน ซึ่งการออกแบบ 7 ชุดครั้งนี้ถือเป็นการออกแบบเสื้อผ้ายากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะวัสดุรวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่นำมาใช้ล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมด
 
          "แรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้นำมาจากความเป็นไทย ที่มีอยู่ในตัวของทุกคนแต่บางคนไม่รู้ว่าจะแสดงออกมายังไง เลยนำเอาความเป็นไทยเหล่านั้นมาตีความและผสมผสานกับจินตนาการของผมเข้าไป ถ่ายทอดออกมาในแบบเรียลลิสติก ทำให้สีของชุดดูโอเวอร์จากความเป็นจริงไปหลายช็อต ส่วนเนื้อผ้าที่นำมาตัดนั้ 80 เปอร์เซ็นต์จะเป็นผ้าไหมไทย ผลงานครั้งนี้ใช้เวลาทำเพียง 1 เดือน ถือว่าไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป เนื่องจากชุดของผมจะมีเทคนิคค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการจักสาน สอดลูกปัด เลเซอร์คัท เกือบทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์เมดซึ่งผมค่อนข้างเน้นเรื่องนี้ด้วย" ผู้ชนะเลิศการประกวดกล่าว
 
          หนึ่งในคณะกรรมการการตัดสิน ภาณุ อิงคะวัต ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์เกรฮาวด์ กล่าวว่า คณะกรรมการให้คะแนนโดยดูจากคอนเซ็ปต์ของชุดเป็นหลัก ซึ่งผลงานของผู้ชนะชัดเจน สวยงาม และมีรสนิยม เมื่อเขาต้องการที่จะนำภาพความเป็นไทยแบบเก่าๆ มาผสมผสานกับความใหม่ เขาสามารถผสมกันได้อย่างกลมกล่อม และเมื่อถูกนำมาใส่บนตัวนางแบบยิ่งทำให้ชุดดูสง่างามยิ่งขึ้น
 
          "ผมจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับรายละเอียดของเสื้อผ้า ซึ่งผลงานของเขามีการจบงานที่ละเอียดมาก เขาประโคมใส่ไอเดียสร้างสรรค์ลงบนผลงานได้อย่างลงตัว เนื่องจากเสื้อผ้าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากชุดลิเกด้วย แต่กลายเป็นลิเกที่พัฒนาออกมาอย่างร่วมสมัย ดังนั้นถ้าออกแบบไม่ดีชุดอาจจะดูเฉยๆ หรือไม่ก็ไร้รสนิยมไปเลย แต่เขากลับทำออกมาได้อย่างน่าชื่นชม" ภาณุกล่าวปิดท้าย
 
          ส่วนรางวัลรองอันดับ 1 ตกเป็นของ อธิป ชูเกียรติ ที่ส่งผลงานคอลเลกชั่น "ฟิวชั่น" มาประชันฝีมือ และรางวัลรองอันดับ 2 พงศ์ภัทร พงศ์สุริยา คว้าไปครองกับผลงานคอลเลกชั่น "ทัช การ์แลนด์" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพวงมาลัยของไทยนั่นเอง