ข่าว

ฟันธงอีกรอบ!ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะอุกกาบาต

ฟันธงอีกรอบ!ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะอุกกาบาต

16 ก.ค. 2554

ทฤษฎีการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ หรือการสิ้นสุดยุคครีเทเชียส เทอร์เชียรี ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกในบริเวณที่เป็นคาบสมุทรยูคาตัน นอกชายฝั่งเม็กซิโกในปัจจุบัน เมื่อ 65 ล้านปีก่อน

       เกิดเป็นไฟบรรลัยกันต์ส่งฝุ่นเถ้าหลายพันล้านตันลอยฟุ้งปิดกั้นแสงแดดจากดวงอาทิตย์  เกิดสภาพที่เรียกกันว่าฤดูหนาวนิวเคลียร์ โลกเย็นลง และต้นไม้ใบหญ้าที่เหล่าสัตว์ใหญ่ในยุคดึกดำบรรพ์ต้องพึ่งพาทั้งตรงและอ้อม ล้มตาย ขณะที่สัตว์เล็กกว่าไดโนเสาร์ สามารถเอาตัวรอดท่ามกลางธรรมชาติโหดร้าย โดยเฉพาะพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและลูกหลานมีปีกของไดโนเสาร์อย่างนก 

      แต่นักวิทยาศาสตร์อีกพวกหนึ่งเชื่อว่า สัตว์โลกล้านปีค่อยๆ สูญพันธุ์ไปจนหมดโลกราว 3 ล้านปีก่อนอุกกาบาตพุ่งชนโลก เพราะชั้นหินตะกอนดึกดำบรรพ์หนาขนาด 3 เมตรในรัฐมอนทานา ทางตะวันออกและนอร์ทดาโกตาทางตะวันตกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่พบซากฟอสซิลไดโนเสาร์นั้น อยู่ที่นั่นมาก่อนยุคครีเทเชียส เทอร์เชียรี จึงเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกหรือน้ำทะเลสูงขึ้น

      ล่าสุด วารสารโบโอโลจี เลทเทอร์ แห่งราชสมาคมอังกฤษ รายงานในสัปดาห์นี้ว่า นักวิทยาศาสตร์ได้พบหลักฐานใหม่ที่จะมาปิดช่องว่าง
3 ล้านปีที่ถกเถียงกันมานานนับสามสิบปีนี้ได้ โดยทีมนักบรรพชีวินวิทยานำโดยนายไทเลอร์ ไลสันแห่งมหาวิทยาลัยเยล ได้พบ "เขา" สีน้ำตาลของไดโนเสาร์ตระกูลเซอราท็อปความยาว 45 เซนติเมตร ที่แนวหินเฮลล์ ครีก ฟอร์เมชั่น แหล่งธรณีวิทยาที่รู้จักกันดีในรัฐมอนแทนา ซึ่งมีการขุดพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์จำนวนมาก   

      เซอราท็อปเป็นไดโนเสาร์กินพืช เป็นหนึ่งในพันธุ์ที่รอดชีวิตอยู่นานที่สุด ..."ไตรเซอราท็อป" หรือเจ้ายักษ์สามเขาอันโด่งดังก็อยู่ในกลุ่มนี้ 

       ความพิเศษของข้อมูลใหม่คือ ตำแหน่งของเขาเซอราท็อปที่พบนั้น อยู่ที่ความลึกเพียง 13 เซนติเมตรลงไปจากชั้นหินที่เป็นจุดเริ่มต้นหรือเขตแดนของยุคครีเทเชียส เทอร์เชียรีเท่านั้น นั่นแสดงว่า ยังมีไดโนเสาร์เพ่นพ่านอยู่ในยุคราวๆ นั้นก่อนที่มันจะล้มหายตายไป อันเป็นผลจากภัยพิบัติโลกแบบฉับพลันมากกว่าสูญพันธุ์อย่างช้าๆ นั่นเอง...ต้องดูกันว่าอีกฝ่ายจะมีทฤษฎีอื่นมาล้มล้างได้หรือไม่