
ห่วงขึ้นค่าจ้างทำอุตฯครึ่งปีหลังชะลอ
กรมโรงงานฯ ห่วงการปรับค่าจ้างกระทบอุตฯ ครึ่งปีหลัง 2554 ชะลอตัว ชี้หากขยับขึ้นรวดเดียวทันทีขอยกเลิกโรงงานเพิ่มขึ้น ระบุ 6 เดือนแรกยอดตั้งโรงงานใหม่ 1,800 แห่ง เพิ่มขึ้น 9.4% เม็ดเงินลงทุนรวม 1.25 แสนล้านบาท จ้างงานเพิ่มกว่า 4.7 หมื่นราย รับอานิสงส์กำลังซ
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงยอดการตั้งโรงงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ว่า มีการจัดตั้งโรงงานใหม่จำนวน 1,896 แห่ง เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.4% มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 125,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.7% มีการจ้างงาน 47,633 คน เพิ่มขึ้น 23.5% โดยอุตสาหกรรมที่มีการจัดตั้งโรงงานใหม่มากที่สุด ได้แก่ ยานพาหนะ อุปกรณ์และการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ รองมาผลิตภัณฑ์โลหะ และโรงแปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
ส่วนการขยายกิจการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มี 245 แห่ง ลดลง 21.5% คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 53,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% มีการจ้างงาน 33,196 คน ลดลง 13.8% และเมื่อรวมการตั้งโรงงานใหม่กับการขยายโรงงานมี 2,141 โรง เพิ่มขึ้น 4.7% มูลค่าการลงทุน 179,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% และมีการจ้างงานรวม 80,823 คน เพิ่มขึ้น 4.9%
การเลิกกิจการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 มีจำนวน 610 โรง ลดลง 55.5% ส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานจำนวน 14,677 คน กลุ่มที่มีการเลิกกิจการมากที่สุด คือ ยานพาหนะและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ และแปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
"การลงทุนตั้งโรงงานใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศขยายตัวค่อนข้างดี และการส่งออกขยายตัวระดับสูง แต่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือและการปรับขึ้นค่าจ้างในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเน้นลงทุนเพื่อใช้เครื่องจักรอุปกรณ์มาทดแทนแรงงาน แสดงให้เห็นว่าอัตราการขยายตัวของเงินลงทุนสูงกว่าอัตราการขยายตัวของจำนวนโรงงานและจำนวนการจ้างงาน" นายอาทิตย์กล่าว
นายอาทิตย์กล่าวว่า การปรับค่าจ้างแรงงานและการขึ้นเงินเดือนให้แก่ผู้ทำงานใหม่ในอนาคต จะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงาน หรือขยายโรงงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 จะทำให้การตั้งโรงงานชะลอตัวลงกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อัญมณีและเครื่องประดับ
อย่างไรก็ตาม กรณีการเลิกกิจการของผู้ประกอบการที่แบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จากการปรับขึ้นค่าแรง แต่การขึ้นค่าแรงจะเห็นผลได้ชัดในปี 2555 และถ้าการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้นทันทีอาจทำให้การขอยกเลิกโรงงานปีหน้ามากกว่าในปีนี้
นายอาทิตย์กล่าวอีกว่า การตั้งและขยายโรงงานในเดือนมิถุนายน 2554 พบว่าจังหวัดที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด คือ พระนครศรีอยุธยา มูลค่าการลงทุน 813 ล้านบาท รองลงมา สมุทรปราการ 631 ล้านบาท ชลบุรี 471 ล้านบาท ปทุมธานี 408 ล้านบาท นครปฐม 341 ล้านบาท



