
ปชป.เย้ยพท.ขึ้นค่าแรง300บ.รัดคอ
ปชป. เย้ย เพื่อไทย ชูนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททำได้ยาก ชี้ประชานิยมรัดคอรัฐบาลใหม่ มาร์ค หวัง ครม. เริ่มงานได้ก่อน 11ส.ค. เฉลิมปัดถูกทาบนั่งรมต.กลับลำลูกสอบตกก็รับตำแหน่งได้
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.นายอรรถพร พลบุตร ว่าที่ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” กรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ออกมาระบุนโยบายการขึ้นค่าแรงทั่วประเทศ 300 บาท ทำไม่ได้ในทันที และเป็นการพูดแค่การหาเสียงว่า นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาทของพรรคเพื่อไทยยังเป็นไปได้ลำบาก และเป็นปัญหา รวมถึงนโยบายจำนำข้าว หรือขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ก็เป็นประเด็นที่กำลังรัดคอรัฐบาลใหม่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะการขึ้นค่าแรง 300 บาท รัฐบาลอาจจะมีเงื่อนไขว่าจะได้เฉพาะบางจังหวัดเช่นในกรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้คนต่างจังหวัดมีคำถามว่าเหตุใดถึงไม่เหมือนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ นโยบายขึ้นค่าแรงจะเป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และอาจจะไม่มีนักลงทุนต่างชาติกล้ามาลงทุนในประเทศเนื่องจากแรงงานมีค่าแรงสูง
“ถ้านโยบายขึ้นค่าแรงทำไม่ได้จริง คนต่างจังหวัดอาจมีคำถามว่าทำไมถึงไม่ได้บ้าง เพราะเขาเข้าใจว่าถ้าเลือกแล้วจะได้ค่าแรง 300 บาททันที ถ้าเป็นแบบนี้รัฐบาลอาจจะเสื่อมความศรัทธาได้เร็วมาก หรือหากประชาชนจะมีการเรียกร้องทางกฎหมายก็อาจจะผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ระบุเข้าข่ายจูงใจด้วยข้อความอันเป็นเท็จได้ ดังนั้นโอกาสดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ของรัฐบาลอาจจะไม่มีอีกแล้ว” นายอรรถพร กล่าว
“มาร์ค”คาดเปิดสภาได้ต้นเดือนส.ค.
ที่ซอยสุขุมวิท 31 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยังไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ครบถึง 95 %เพื่อเปิดสมัยประชุมสภานัดแรกว่า อย่างไรก็ตามกกต.ต้องทำหน้าที่จนเราสามารถปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญคือเปิดสภาภายใน 30 วันได้ คาดว่าสภาจะเปิดประชุมได้ในต้นเดือนส.ค.ก่อนครบ 30 วัน ถ้าสภาเปิดประชุมได้เราอยากเห็นรัฐบาลคือคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนและเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนวันที่ 11 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กกต.ออกมากำหนดล่วงหน้าว่า จะรับรองผลการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 ก.ค.นี้เหมาะสมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาในเชิงข้อกฎหมายเพราะมีบทบัญญัติบังคับอยู่ว่าสภาต้องเปิดภายใน 30 วันและต้องมีส.ส.ร้อยละ 95
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาที่ทำให้ถูกแขวนชื่อแล้วหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังเลย ตนก็ยังไม่ทราบเลยว่าข้อกล่าวหาคืออะไร เมื่อถามต่อว่า กกต.ระบุว่าวันที่ 19 ก.ค.จะประกาศรับรองรอบ 2 หากกกต.ยังไม่มีหนังสือมาให้ไปชี้แจงจะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นกระบวนการการทำงานของกกต.ตามอำนาจหน้าที่ ตนเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเคารพกรรมการที่เป็นผู้ตัดสิน และขอเรียกร้องทุกคนเคารพการตัดสินของกรรมการเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี หยุดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง รักษาการหัวหน้าพรรคฯ กล่าวว่า ตนไม่ต้องการเห็นการนำมวลชนมากดดันกระบวนการต่างๆ ซึ่งในส่วนของกกต.ควรมีกระบวนการที่โปร่งใสอย่างที่ขณะนี้มีหลายกรณีของคนที่ถูกแขวนแต่ยังไม่รับแจ้งข้อกล่าวหา และไม่มีโอกาสไปชี้แจงใดๆทั้งสิ้นซึ่งตามปกติแล้วกกต.จะต้องเปิดโอกาสให้ไปชี้แจง
ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีที่กกต.ให้ใบเหลืองนายสมคิด บานไธสง ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย หนองคาย เขต 2 พรรคเพื่อไทย จะส่งผู้สมัครลงแข่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกกต.ยังไม่ได้รับรองการเลือกตั้ง ตนเข้าใจว่าการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้คงจะเป็นผู้สมัครเดิมในการเลือกตั้งครั้งใหม่โดยที่ไม่ต้องเปิดรับสมัคร
เมื่อถามว่า เลือกตั้งใหม่ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความหวังหรือไม่ เพราะกรรมการบริหารพรรคอยู่ในฐานะรักษาการทั้งชุด รักษาการหัวหน้าพรรคฯ กล่าวว่า พื้นที่นั้นมีผู้สมัครเดิมอยู่แล้ว คงไปช่วยหาเสียงกันตามปกติวันนี้ทุกคนยังทำหน้าที่ช่วยพรรคและเป็นสมาชิกพรรค โดยประสบการณ์แล้ว การเปลี่ยนแปลงคะแนนเสียงในช่วงเวลาสั้นๆไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคะแนนห่างกันพอสมควร
ส่วนที่สมาชิกภาคอีสานเรียกร้องให้พรรคปรับยุทธศาสตร์ การทำงานในพื้นที่เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พรรคกำลังดำเนินการระดมความคิดเห็นจากทั่วประเทศ โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน แกนนำ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำโครงการการกำหนดอนาคตของพรรคและประเทศด้วยการเชิญชวนสมาชิกพรรคร่วมแสดงความคิดเห็น หลังจากนั้นพรรคจะประมวลความคิดเป็นซึ่งต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนในหลายเรื่องอยู่แล้วยืนยันว่าพรรคเปิดกว้างอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์จะใช้เวลาช่วงวันหยุดวันที่ 16-17 ก.ค.เดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่จ.ภูเก็ต และจะเดินทางกลับกทม.ในช่วงเย็นของวันที่ 18 ก.ค.นี้และในวันที่ 19 ก.ค.เวลา 16.00 น.นายอภิสิทธิ์นำเครื่องสักการะถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2554 ณ ตึกวชริญาณ สามัคคีพยาบาล ชั้น 6 รพ. จุฬาลงกรณ์
“เฉลิม”ปัดถูกทาบนั่งรมต.กลับลำลูกสอบตกก็รับตำแหน่งได้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้รับการรับรองจาก กกต.ว่า ในทางกฎหมายแล้วไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไร เพราะ กกต.ก็พิจารณาตามข้อร้องเรียนที่เข้ามา ตามขั้นตอนกกต.ต้องสืบสวน สอบสวนหาข้อเท็จจริงถ้าไม่พบความผิดก็รับรองได้ และที่สำคัญตอนนี้ยังไม่ครบกำหนดที่จะต้องเปิดประชุมรัฐสภา ภายใน 30 วันนับจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด ซึ่งยังเหลือเวลาอีกมาก โดยเชื่อว่า กกต.จะรับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์ ล้านเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน เพราะไม่เห็นว่าจะมีความผิดแต่อย่างใด ไม่น่าจะไปตื่นเต้น
“ไม่คิดว่าการกล่าวหาเรื่องทักษิณคิด เพื่อไทยทำ จะเป็นความผิด เพราะผิดอะไรที่ท่านทักษิณจะคิดของดีให้ประเทศ ขณะเดียวกันทั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ก็ยังไปฟังการปราศรัยหาเสียงของลูกพรรค กกต.ก็ไม่เห็นดำเนินการอะไร ที่สุดแล้วคิดว่า กกต.จะให้ความเป็นธรรมและไม่เกิดขบวนการขัดขวาง ไม่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้รับรองการเป็น ส.ส.” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้ง “ครม. ปู1” ตามขั้นตอนจะต้องให้มีการรับรองส.ส.ให้ครบก่อน และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นไปตามมติของพรรค ทำให้ ณ ตอนนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น และส่วนตัวก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และนับตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ก็ไม่ได้เข้าพรรคเลย เพราะเห็นว่าการจัดตั้ง ครม.เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น และส่วนตัวก็ไม่เคยได้รับการทาบทาม ให้มาดำรงตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น
“ไม่มีทาบทาม ไม่มีแม้แต่ทักทาย ผมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งใดๆทั้งนั้น เพราะจะให้พูดว่าตัวเองเหมาะสมกับตำแหน่งโน้น ตำแหน่งนี้ก็ไม่ถูก ไม่มีเลยสักกระทรวง ทหารที่ดีต้องไม่ตีราคาตัวเอง ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งผมก็จะทำงานให้พรรคต่อไป” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าหากลูกชายสอบตก จะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่พูดตอนปราศรัยเพื่อมัดใจคนฟัง และรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้ามไว้ ซึ่งสิ่งที่ตนพูดเป็นเทคนิคในการปราศรัยเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วไม่มีใครทำจริง เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิกาพรรคประชาธิปัตย์ เคยบอกว่าจะไปขุดรูอยู่ สุดท้ายก็ไม่ได้ขุดอย่างที่พูด



