
'สุเทพ-พท.'พ้นบ่วงป.ป.ช.คดีค้างปี
"เทพเทือก" พ้นบ่วงป.ป.ช. คดีค้างปี เหมาบินไทย ขนพรรคร่วมดูงานแม่ฮ่องสอน เพื่อไทย หลุดด้วยกรณีจับสลากปีใหม่เกินสามพัน
(15ก.ค.) นายอภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) แถลงการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช กรณีเรื่องกล่าวหา ส.ส.พรรคเพื่อไทย และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ควรได้ตามกฎหมาย และกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กับพวก ใช้อำนาจหน้าที่ข่มขืน หรือจูงใจให้มีการให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ
ทั้งนี้คณะอนุกรรมป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนแล้ว ปรากฏ ข้อเท็จจริง ดังนี้ กรณีกล่าวหาว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย จับรางวัลในการจัดงานปีใหม่ ได้ทรัพย์สินมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ฟังได้ว่า ในการจัดงานปีใหม่ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค 2552 ของพรรคเพื่อไทย มิใช่เป็นการจัดงานของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากกรรมการบริหารของพรรคมิได้มีการประชุม มีมติหรือเห็นชอบในเรื่องดังกล่าว แต่เป็นกรณีที่ส.ส.และเจ้าหน้าที่ของพรรคได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันเอง โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่ของพรรคและผู้ที่รู้จักคุ้นเคยไปร่วมงานด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณที่เคยช่วยงานและกิจกรรมทางการเมือง ที่ในวันดังกล่าวส.ส.พรรคเพื่อไทย และผู้ที่เข้าร่วมงานได้นำรางวัลหรือของขวัญมาร่วมจับรางวัลด้วย โดยผู้ที่มาร่วมงาน จะลงชื่อไว้และได้มีการนำรายชื่อนั้นไปคละกันเพื่อจับสลากรางวัล ซึ่งได้มีการทยอยจับสลากรางวัลไปเรื่อยๆ เช่น เสื้อแจ๊กเก็ต เป็นต้น
เลขาฯป.ป.ช. แถลงต่อว่า และในระหว่างงานเลี้ยงดังกล่าว มีการประกาศว่าจะมีการให้รางวัลแก่ ส.ส.ที่ไม่เคยขาดการประชุมสภาเลย ซึ่งจากการไต่สวนได้ความว่า มีการมอบ ”กุญแจรถยนต์” เป็นของขวัญในวันดังกล่าว แต่มิใช่เป็นกุญแจรถยนต์ของจริง เป็นเพียงรูปลูกกุญแจที่ทำจากกระดาษหรือโฟมเท่านั้น และไม่ได้มีการมอบรถยนต์หรือของขวัญใดๆ เป็นรางวัล เนื่องจากมีการทักท้วงว่า ของรางวัลมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท อาจเข้าข่ายเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย จึงมีการยกเลิกการให้รางวัลดังกล่าว ประกอบกับรางวัลที่มีการประกาศจะให้นั้น ยังมิได้มีการจัดซื้อมาหรือมีอยู่ในลักษณะที่พร้อมจะให้ได้ในขณะนั้น อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบไม่ปรากฏว่า มีผู้ใดได้ครอบครองรถยนต์ตามที่ระบุว่าเป็นของรางวัลตามคำกล่าวหาแต่อย่างใด
“คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการไต่สวนไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า การจับสลากรางวัลของส.ส. พรรคเพื่อไทย ในวันงานปีใหม่เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2552 มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตรา 103 ถือว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป” เลขาฯป.ป.ช.แถลง
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ยังแถลงผลกรณีกล่าวหาว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล รับประโยชน์จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดเครื่องบินเที่ยวพิเศษจาก จ.เชียงใหม่ ไป จ.แม่ฮ่องสอน และกล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมกาผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้พนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กระทำการเอื้อประโยชน์ให้แก่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าว
โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ฟังได้ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า จะมีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ประมาณ 40 คน ประสงค์เดินทางไปราชการในเส้นทางเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ในวันที่ 1 ธ.ค. 2552 แต่ไม่สามารถสำรองที่นั่งในเที่ยวบินประจำได้ เนื่องจากจำนวนการสำรองที่นั่งของผู้โดยสารในเที่ยวบินประจำเต็มทั้งสองเที่ยวบิน บริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การจองเที่ยวบินของผู้โดยสารในวันดังกล่าวมีเป็นจำนวนมาก จึงได้พิจารณาหาแนวทางตามหลักเกณฑ์ที่ปฏิบัติมา กล่าวคือ หากในช่วงใดมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับลูกค้าที่มีปริมาณ ความต้องการมากขึ้น ฝ่ายขายจะประสานงานกับฝ่ายวางแผน เพื่อตรวจสอบว่า มีเครื่องบินว่างหรือไม่ มีลูกเรือว่างหรือไม่ หากฝ่ายวางแผนตรวจสอบแล้วปรากฏว่า มีเครื่องบินและลูกเรือว่างเพียงพอ ก็จะจัดเที่ยวบินเสริมเข้าไปในระบบเพื่อจำหน่ายตั๋วโดยสารให้แก่ลูกค้าต่อไป
เลขาฯป.ป.ช. แถลงอีกว่า ซึ่งในกรณีของส.ส.หากมีจำนวนผู้เดินทางด้วยเครื่องบินของบริษัทฯ ในเที่ยวนั้นเป็นจำนวนมากก็จะปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว และเนื่องจากสนามบินแม่ฮ่องสอน เป็นสนามบินที่มีรันเวย์ค่อนข้างสั้น บริษัทฯ จึงได้จัดเที่ยวบินเสริมจากเชียงใหม่ไปส่งที่แม่ฮ่องสอน โดยมีการจองที่นั่งไว้ 45 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือได้นำไปจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป และในเที่ยวบินขากลับก็ได้เปิดจำหน่ายบัตรโดยสารให้แก่ประชาชนทั่วไปตามปกติ ในการจัดเที่ยวบินเสริมดังกล่าวไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ หรือผู้บังคับบัญชาตามสายงาน ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจแต่อย่างใด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบปรากฏว่า มีส.ส. จำนวน 17 คน เดินทาง เที่ยวบินจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 1 ธ.ค. 2552 และมีประชาชนทั่วไปร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งใบแจ้งหนี้ค่าโดยสารเครื่องบิน (ภายในประเทศ) ไปยังสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเบิกจ่ายเงินค่าโดยสารเครื่องบินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข้างต้น ในอัตราค่าโดยสารตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
“คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการไต่สวนไม่ปรากฏพยานหลักฐาน ว่า การขอให้จัดเครื่องบินเที่ยวจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ของส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล เป็นการกระทำฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตรา 103 อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐาน ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้พนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กระทำการเอื้อประโยชน์ให้แก่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ในกรณีดังกล่าวข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป” เลขาฯป.ป.ช.แถลง



