ข่าว

ดักยิงลูกปธ.ชุมชนดับ

ดักยิงลูกปธ.ชุมชนดับ

15 ก.ค. 2554

ดักยิงลูกประธานชุมชน ระยะประชิด อาวุธปืนขนาด 9 มม. คาดปัญหาขัดแย้งของผู้ตาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่รู้จักกัน

          เวลา 07.30 น.วันที่ 15 ก.ค.54  ร.ต.ท.ธนกฤต สติปัญญาวัต ร้อยเวร สน.พหลโยธิน  รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่ หน้าบ้านเลขที่ 1384/10 ชุมชนพหลโยธิน 32  ตรงข้ามวัดใหม่เสนานิคม  แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร  จึงพร้อมเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ  ซึ่งเป็นซอยตันริมคลองหลังสนามไดร์กล์อฟ พาร์ 3 ที่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าวพบศพนายนชาดล เกิดพุ่ม อายุ 39 ปี สวมเสื้อยืดคอปก สีครีม นุ่งกางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน มีบาดแผลภถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณต้นคอด้านหลัง 1 แห่ง สภาพศพนอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้ศพผู้ตายพบพวงกุญแจบ้าน และกระเป๋าสะพายตกอยู่ภายในพบโทรศัพท์มือถือและของใช้ส่วนตัวของผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
          จากการสอบปากคำพยานที่อยู่บ้านเช่าฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุทราบว่า ช่วงเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น  1 นัด แต่ไม่กล้าออกมาดูและก่อนที่จะมีเสียงปืนก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จนเช้าจึงมาพบศพ และแจ้งให้นายธวัชชัย เกิดพุ่ม อายุ 58 ปี ประธานชุมชนพหลโยธิน 32 ซึ่งเป็นบิดาของผู้ตายทราบ  และแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว
 
          ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ผู้ตายเป็นเป็นลูกคนที่สองจากทั้งหมด 3 คน และมีลักษณะออกไปในทางผู้หญิง ก่อนหน้าเคยทำงานบริษัทยา ล่าสุดออกมาทำงานร้านอาหาร  มักจะกลับเข้าบ้านช่วงประมาณ ตี 2 ทุกวันและจะออกจากบ้านตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า จึงไม่คอยได้พบกันและไม่ทราบรายละเอียดมากนัก  แต่เท่าที่ทราบลูกชายไม่มีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับใคร  ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือละแวกบ้านพัก  ส่วนเพื่อนผู้ชายที่คบหากันอยู่ทราบว่ามีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ซักถามลูกชายอะไรมากมาย  ส่วนทางเข้าบ้านเป็นทางที่บุคคลภายนอกสามารถเดินผ่านเข้าออกได้  แต่หากเป็นคนแปลกหน้าสุนัขที่เลี้ยงไว้จะเห่าเสียงดัง แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้ยินเสียงสุนัขเห่าทุกอย่างเป็นปกติ
 
          ขณะที่นายบุรานนท์ สิงห์กุรัง อายุ 39 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง เพื่อนสนิทของผู้ตายได้เดินทางมาดูที่เกิดเหตุและกล่าวว่า รู้จักคบหากับผู้ตายมานานกว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้ผู้ตายก็เคยไปมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านตน  และทุกครั้งที่ผู้ตายกลับมาถึงบ้านตัวเองก็จะโทรบอกให้ตนทราบทุกครั้ง ล่าสุดเมื่อช่วงประมาณ 5 ทุ่มที่ผผ่านมา ก่อนเกิดเหตุผู้ตายยังโทรบอกว่าถึงบ้านแล้ว ตนยังพูดล้อเล่นว่าถึงจริงหรือเปล่า และเท่าที่ทราบผู้ตายทำงานร้านอาหารรใต้ถุนคอนโดย่านเม่งจ๋าย และเลิกงานประมาณ 5 ทุ่มทุกวัน ซึ่งตนก็เคยไปรับที่ทำงานแต่ก็ไม่พบว่ามีเหตุทะเลาะกับใคร
 
          อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพศพคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้ามายิงในระยะประชิดแต่ไม่ถึงกับเป็นการจ่อยิง ส่วนสาเหตุตำรวจให้น้ำหนักเรื่องปัญหาขัดแย้งของผู้ตาย  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่รู้จักกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามพยานที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป