ปาร์ตี้ลิสต์ผิดต้องแดง..สถานเดียว
หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ทำให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ได้เริ่มทยอยเดินทางไปรับหนังสือรับรองที่สำนักงาน กกต. และเข้ารายงานตัว ส.ส.ใหม่ ที่อาคารรัฐสภากันอย่างคึกคัก
แต่พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีแกนนำหลายคน กกต.ยังไม่ได้รับรอง โดยเฉพาะ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่า ที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย 12 แกนนำ นปช. และ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทาง กกต.ยังไม่ได้รับรองการเลือกตั้ง
ความเคลื่อนไหวต่างๆ ขณะนี้ที่น่าจับตามองมากที่สุด คือ "ยิ่งลักษณ์" และ แกนนำ นปช.เนื่องจากความเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแต่ข่าวเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังไม่มีความชัดเจน
การแต่งตั้ง "คณะรัฐมนตรี" ครั้งนี้แรงกดดันจากนโยบายที่นำไปปราศรัยหาเสียงจะทำให้ "หน้าตารัฐมนตรี" ต้องมีความรู้ ความสามารถ ที่สำคัญ "รัฐบาลชุดนี้" ไม่มีฮันนีมูนตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จแล้วต้องทำงานได้ทันทีไม่มี "รัฐมนตรีฝึกงาน"
ดังนั้นให้จับตาดูกลุ่ม "แกนนำคนเสื้อแดง" ที่ออกมาเรียกร้องตำแหน่งในครั้งนี้เชื่อว่าจะไม่มีชื่ออยู่ใน "คณะรัฐมนตรี" แต่อาจมีชื่ออยู่ในตำแหน่งทางการเมือง
ท่ามกลางกระแสข่าว "โผคณะรัฐมนตรี" ที่มีความหลากหลาย แต่ผู้ที่จะเคาะ "โผจริง" ต่างรู้ดีว่าคือใคร
โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยถ้าอยากรู้ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหนก็ให้จับตาดูคณะทำงานร่างนโยบายด้านต่างๆ ของรัฐบาล เพราะหนึ่งในคณะทำงานจะได้นั่งเป็นรัฐมนตรี เพราะผู้ที่ร่างนโยบายนั่นหมายความว่าต้องรู้และเข้าใจกระบวนการทำงานจะเดินไปในทิศทางไหน
จุดนี้ถือเป็นกระบวนการเริ่มต้นในการคัดสรร "รัฐมนตรี" ผู้ที่มีความสามารถตรงกับงานด้านที่ตัวเองถนัดมาทำงาน
และหากไปไล่เรียงดูแล้วแต่ละกลุ่มที่ทำงานร่างนโยบายรัฐบาลในขณะนี้ไม่มี "แกนนำคนเสื้อแดง"
เมื่อ กกต.ไม่รับรองความเป็น ส.ส. ยิ่งเพิ่มความกดดันให้แก่ "พรรคเพื่อไทย" ที่ต้องเผชิญกับปัญหาภายในที่ยังตกลงกันไม่ได้ ซ้ำงานด้านนิติบัญญัติต้องมาเจอ "ฝ่ายค้าน" ที่เข้มแข็งดุเดือดอย่างพรรคประชาธิปัตย์
จึงถือว่ารัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ "พรรคเพื่อไทย" มีหลุมกำดักวางไว้รอบด้าน เพราะสิ่งที่ปราศรัยหาเสียงถ้าทำไม่ได้ตามที่ประกาศไว้จะเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายค้านในสภาและกระแสสังคม
ด่านแรกที่พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญในขณะนี้ก็คือ ว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องผ่านการรับรองจาก กกต.ทั้งหมด ล่าสุดการที่ กกต.แขวน "แกนนำเสื้อแดง" อย่างน้อย 12 คน ได้สร้างแรงกระเพื่อมในพรรคและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างมาก
เหตุผลที่ กกต.แขวนรายชื่อว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงนั้นขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค เพราะผิดข้อบังคับพรรคข้อ 10 (5) ที่ว่าสมาชิกจะขาดจากการเป็นสมาชิกภาพ เมื่อถูกคุมขังโดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ออกมาแก้ต่างในกรณีนี้ว่า "เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาเลย เพราะแกนนำทุกคนที่ออกจากคุกมานั้นได้ให้ลาออกจากสมาชิกพรรค และสมัครเป็นสมาชิกใหม่หมดทุกคนแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่เป็นปัญหา มีตัวอย่างจากกรณีของนายก่อแก้ว พิกุลทอง เมื่อครั้งลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. ที่มีคนร้องเรียนเรื่องนี้เช่นกัน เราจึงแก้ไขปัญหาไว้แล้ว"
การชี้แจงโดยฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยก็มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการสังกัดพรรคครบ 90 วันก่อนวันเลือกตั้งของบรรดาสมาชิกเสื้อแดง หลังลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ที่สำคัญได้รายงานต่อ กกต.หรือไม่
ในประเด็นนี้ภายในพรรคเพื่อไทยมีการถกเถียงกันกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง จนสุดท้ายต้องให้นักกฎหมายมาให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคจึงทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคสบายใจ เพราะเชื่อว่าหากต้องต่อสู้กันถึงชั้นศาลก็จะนำข้อกฎหมายมาต่อสู้ เนื่องจากเห็นว่าข้อบังคับพรรคไม่ถือเป็นกฎหมาย
จึงเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ "กกต." น่าจะประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.ที่ไม่พบหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดเจน โดยเฉพาะว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากระบบบัญชีรายชื่อไม่มีการแจก "ใบเหลือง" เพราะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่มีการเลือกตั้งใหม่ หากจะให้ก็ต้อง "ใบแดง"



