
พท.อ้างมติเอกฉันท์'ปู'นายกฯ
ยงยุทธยันมติกก.บห.เพื่อไทยเอกฉันท์ "ยิ่งลักษณ์" ต้องเป็นนายกฯ ชี้กม.ไม่ได้ห้าม สมชาย-เยาวภา ฟังปราศรัย เสธ.หนั่นปัดนั่งนายกฯสำรองแทน
(14ก.ค.) นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมแผนสำรองหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ไม่รับรอง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เป็น ส.ส. หรือขั้นร้ายแรงสุดคือถูกใบเหลืองหรือใบแดงก็จะให้นายยงยุทธเป็นนายกรัฐมนตรีแทน
นายยงยุทธกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 ของพรรค ซึ่งมีความหมายชัดเจนว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ระหว่างการรณรงค์หาเสียงของพรรค เราชูใน 3 ประเด็นคือ 1.ตัวตนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ 2.นโยบายของพรรค และ 3.การเสนอให้ประชาชนลองพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงเป็นครั้งแรก และเมื่อประชาชนให้การตอบรับโดยเลือกผู้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเข้ามาถึง 265 คน รวมทั้งมีพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาเพิ่มอีกเป็น 300 คน แสดงให้เห็นว่าทุกคนเห็นด้วยในตัวตนของ น.ส. ยิ่งลักษณ์และนโยบายของพรรคเพื่อไทย
ชี้กม.ไม่ได้ห้าม “สมชาย-เยาวภา” ฟังปราศรัย
นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์และคณะกรรมการนโยบายของพรรคเพื่อไทยมีแผนสำรองหากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่าไม่มีการประชุมดังกล่าว และพรรคไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนอกจากเสนอให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยืนยันว่านางสาวยิ่งลักษณ์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่มีการระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ถูกแขวนจากคำพูดที่ว่า “ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ” รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายสมชายไปช่วยหาเสียงนั้น เรื่องนโยบายใครๆ ก็คิดได้ นโยบายที่ดีๆ ไม่ใช่แค่พ.ต.ท.ทักษิณที่คิดได้ หากเราเห็นว่านโยบายไหนดีเราก็เอามา ส่วนนายสมชายและนางเยาวภานั้นก็ไม่ได้ไปช่วยหาเสียงอะไร เพียงแต่เห็นมีการปราศรัยก็ไปฟัง ไปยืนดู กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้ไปฟังหรือไปดูการปราศรัย และหากกำหนดขนาดนั้นจะเป็นการกำหนดสิทธิของประชาชนมากเกินไปหรือไม่
โฆษกมั่นใจ“ยิ่งลักษณ์” ชี้แจงได้
ด้านนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนโยบายนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา พ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีของนายสมชายและนางเยาวภานั้น หากเทียบกับกรณีที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บ้านพิษณุโลกอย่างโจ่งแจ้งแล้ว ซึ่งครั้งนั้นมีการยื่นร้องต่อกกต.และก็ได้มีการยกคำร้องไป ดังนั้นเชื่อว่ากรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่นายสมชายและนางเยาวภาก็ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงบนเวทีให้ด้วยนั้นจะสามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน เพราะมันเบากว่าเยอะ ส่วนคำพูดที่ว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” นั้น ถ้าเทียบกับการตั้งนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์แล้วถือว่าชัดเจนกว่ากันเยอะ ส่วนการแขวนชื่อว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากนั้น อยากให้กกต.ชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน การที่ยังไม่รับรองนั้นจะทำให้รัฐบาลใหม่เกิดขึ้นล่าช้าออกไปอีก ทำให้เกิดสุญญากาศ ประเทศขาดคนบริหารที่แท้จริงด้วย
“ปลอดประสพ” โวคนไทยกว่า 20 ล้านเสียงหนุนนายกฯ หญิงคนแรก
ขณะที่นายปลอดประสพ กล่าวว่า ขณะนี้การเลือกตั้งจบแล้ว อย่าฝันว่ายังไม่ได้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ว่าที่ส.ส. 265 คนของพรรคเพื่อไทยที่ประชาชนเลือกเข้ามานั้นถือเป็นความชอบธรรมที่เราจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และเมื่อมีว่าที่ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาร่วมด้วยเป็น 300 เสียงจาก 500 เสียงถือว่าเกินครึ่งที่เห็นควรให้น.ส. ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ประชาชน 15.7 ล้านคนเลือกพรรคเพื่อไทย และเมื่อรวมเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคร่วมรัฐบาลด้วยแล้วรวมเป็นทั้งสิ้น 20 ล้านคน จาก 35 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ถือว่าเกินครึ่งเช่นกันที่เห็นควรให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่มีอำนาจใดเหนือเสียงของประชาชน 20 ล้านคนได้
แขวะพี่น้องกันแต่จะให้แยกกันไหว้บรรพบุรุษคนละรอบ
นายปลอดประสพ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีการระบุถึงการไปปรากฏตัวของนายสมชายและนางเยาวภาระหว่างที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไปหาเสียงนั้น บังเอิญว่าในวันดังกล่าวตนเดินทางไปด้วย ซึ่งพี่น้อง 2 คนจะไปไหว้บรรพบุรุษพร้อมกัน จะต้องแยกกันไปและไหว้กันคนละรอบอย่างนั้นหรือ ส่วนนายสมชายก็ถือเป็นเขยดังนั้นการจะเดินทางไปกับภรรยาก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร "พอทีเถอะ ปล่อยให้เราได้บริหารบ้านเมืองเถอะ อย่าทำอะไรให้ประเทศวุ่นวายอีกเลย"
ร้องยุบ"ปชป.-ภท."
นายพรชัย ก่อวัฒนมงคล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ เขต 3 พร้อมด้วยนายศิลา ทองคำ ทนายความ เข้ายื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งโดยขอให้กกต.พิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ภายหลังที่เคยยื่นร้องต่อกกต.ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ในกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่1 พรรคประชาธิปัตย์ และนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้สมัครส.ส.ชัยนาท เขต 1 พรรคภูมิใจไทยมีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกรณีจัดให้มีการขายสินค้าในราตาต่ำเกินจริงในงานมหกรรมธงฟ้าหน้าหน่วยเลือกตั้ง ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งเข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงทางอ้อม
นายศิลา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทั้งนายอภิสิทธิ์ และนางพรทิวา ที่เป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจัดให้มีการขายสินค้าราคาต่ำเกินจริงเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายซื้อเสียงทางอ้อม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่า การกระทำของบุคคลทั้งสองที่เป็นกรรมการบริหารพรรคถือเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ซึ่งถือเป็นการกระทำของพรรคเข้าข่ายจูงใจเพื่อให้ลงคะแนนแก่พรรคตนเอง เพื่อให้ได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย
"หากกกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้งให้นายอภิสิทธิ์และนางพรทิวาโดยอ้างว่าเพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ก็ถือเป็นขัดต่อบทบัญญัติกฎหมาย เพราะยังมีเรื่องร้องคัดค้านอยู่ถ้ากกต.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จแล้วประกาศผลเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าก็ถือเป็นการขัดต่อกฎหมายชัดเจน ซึ่งการรับรองส.ส.ได้จะต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมเท่านั้น ดังนั้นกกต.จะรับรองส.ส.ที่มีเรื่องร้องคัดค้านแล้วเปิดช่องให้สอยทีหลังได้อย่างไร" นายศิลา กล่าว
เสธ.หนั่นปัดนั่งนายกฯสำรองแทน“ปู”
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอนายกฯสำรองกับนายกฯปรองดอง หลังจากกกต.ไม่รับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ตนเป็นนายกฯปรองดองอยู่แล้ว ซึ่งสื่อเป็นคนตั้งให้เอง ขณะนี้กกต.ยังมีเวลาอีกนานก่อนที่กกต.จะรับรอง ตนคิดว่าต้องก่อนวันที่ 1 ส.ค. ถึงจะเรียบร้อย ก็คงเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรบ้าง แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าไม่มีข้อหาอะไรรุนแรงคิดว่ากกต.จะพิจารณารับรองภายในเร็ววัน
เมื่อถามว่าการที่ไม่ประกาศรับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์จะทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่รู้ว่ากกต.มีข้อกล่าวหาอะไรบ้าง ก็เป็นห่วง เพราะเขาก็ได้คะแนนท่วมท้น ก็คงต้องชี้แจงข้อกฎหมายการกระทำให้ชัดเจน แต่ตนหวังว่าจะเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และแกนนำนปช.ไม่ได้รับการรับรองจากกกต.ในขณะนี้อย่างไร พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คงจะมีข้อกฎหมายที่ต้องสอบสวนกันต่อไปเท่านั้นเอง ตนยังมองในแง่ดี
เมื่อถามต่อว่าจะมีกระบวนการอะไรขัดขวางไม่ให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คงไม่น่ามีอะไรเพราะเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้และพรรคเพื่อไทยก็ได้ส.ส.มาถึง 265 คน ถือว่าประชาชนได้ลงมติให้แล้ว เพราะฉะนั้นอะไรที่เล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์และนายอภิสิทธิ์ ก็น่าจะเหมือนกัน คือไม่ได้ตั้งใจที่จะกระทำผิด เพราะระดับหัวหน้าพรรคเขาก็ต้องระวังมากอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯอาจไม่ใช่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ต้องดูกกต.ก่อน เชื่อว่ากกต.จะตัดสินใจในเร็ววันนี้ เมื่อถามต่อว่าตอนนี้มีการโฟกัสมาที่ตัวพล.ต.สนั่น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่มีหรอก ลืมไปได้แล้วเสธฯหนั่น ลืมไปเถอะ เมื่อถามย้ำว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุจริงๆ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่มีหรอก จะอุบัติเหตุอย่างไรก็ไม่มี ลืมเสธฯหนั่นไปได้แล้ว เพราะมีแค่ 19 เสียง เมื่อถามต่อว่าเคยมีประวัติศาสตร์ที่พรรคการเมืองมีแค่ 10 กว่าเสียงสามารถเป็นนายกฯได้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า มันเป็นอดีตที่หวนกลับไม่ได้แล้ว ผ่านไปแล้ว
ขณะที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่า เรื่องการเมืองวันนี้ยังไม่ขอตอบ มาแค่รายงานตัว รอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ให้กกต.รับรองส.ส.ให้ครบก่อนเชื่อว่าภายในวันที่ 25 ก.ค. กกต.น่าจะรับรองส.ส.ได้ครบเพื่อเปิดประชุมสภาฯ เพราะหากกกต.ยังไม่รับรองส.ส.อาจมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะการมีกรอบเวลาของรัฐธรรมนูญที่ต้องเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ภายใน 30 วัน จึงขอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งเสร็จสิ้นก่อนจึงจะแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งขณะนี้พรรคชาติไทยพัฒนาเองก็ยังมีว่าที่ส.ส.ที่ยังถูกแขวนอีก 6 คน จึงต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน
เมื่อถามว่าสรุปแล้วพรรคชาติไทยพัฒนาทิ้งพรรคภูมิใจไทยไปแล้วใช่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า เราเป็นมิตรกัน แต่ในแง่การทำงานเราอยู่คนละบ้านแต่ก็ทำงานร่วมกันได้ เมื่อถามย้ำว่าแล้วจะช่วยพรรคภูมิใจไทยให้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตน ตอนนี้ขอให้บรรยากาศการเมืองเดินไปอย่างสดใสเดินสู่ถนนสายปรองดองก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายพันธมิตรฯยื่นกกต.ยุบพรรคการเมือง ซึ่งมีพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมด้วย นายชุมพล กล่าว่า ยังไม่ขอตอบ รอให้กกต.รับรองส.ส.ให้ครบก่อน



