ข่าว

วิกิลีกส์แฉเขมร-ไทยเกือบแบ่งน้ำมันอ่าวไทยได้

วิกิลีกส์แฉเขมร-ไทยเกือบแบ่งน้ำมันอ่าวไทยได้

14 ก.ค. 2554

วิกิลีกส์แฉ"กัมพูชา-ไทย"เกือบได้ข้อตกลงแบ่งสรรรายได้แหล่งน้ำมันในอ่าวไทย แต่เกิดรัฐประหารยึดอำนาจ "ทักษิณ" เสียก่อน

(14กรกฎาคม)  เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อวันพุธที่ 13 ก.ค.ว่า เอกสารลับทางการทูตของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่เว็บไซต์จอมแฉ " วิกิลีคส์ " นำมาเผยแพร่ ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ได้กล่าวถึงรายละเอียดการไปเยือนกรุงพนมเปญของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน และร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกัมพูชาว่า ผู้แทนบริษัท โคโนโคฟิลิปส์ ยักษ์ใหญ่พลังงานสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา หาทางคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย โดยระบุว่าบริษัทฯ ถือสัญญาสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลาเกือบสิบปี

ในระหว่างการประชุมครั้งนั้น นายเกา คิม ฮอร์น เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ได้แจ้งต่อบริษัทฯว่า รัฐบาลไทยกับกัมพูชาเกือบได้ข้อยุติในเรื่องนี้  ไม่นานนักก่อนรัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร จะถูกก่อรัฐประหารยึดอำนาจ 

นายเกา กล่าวว่า ทั้งสองเห็นพ้องกัน ในหลักการแบ่งรายได้ในพื้นที่ใกล้ไทยมากที่สุด สัดส่วนไทย 80% กัมพูชา  20 % ส่วนพื้นที่ตรงกลางแบ่ง  50-50  และสัดส่วนไทย  20 กัมพูชา 80 สำหรับพื้นที่ใกล้ฝั่งกัมพูชา ในเวลานั้น นายเกาคิดว่า การเจรจาเพิ่มเติมอีก 6 เดือนน่าจะตกลงในประเด็นนี้ได้
     
ความสำคัญของเขตแดนซับซ้อนทางทะเลต่ออนาคตของภูมิภาค ถูกตอกย้ำในเอกสารที่รั่วอีกฉบับ ซึ่งให้รายละเอียดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา กับนายแกรี ฟลาเฮอร์ตี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของเชฟรอน ในปี 2550 เช่นกัน

เอกสารระบุว่า เชฟรอน บริษัทที่ขุดเจาะและสำรวจบ่อน้ำมันส่วนที่เรียกว่า " บล็อค เอ " นอกชายฝั่งของกัมพูชา มีความสนใจอย่างมากในการได้รับสิทธิในการสำรวจบ่อน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนเช่นกัน โดยนายฟลาเฮอร์ตี้ กล่าวว่า พื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยนั้น เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสำรวจ และอาจเปลี่ยนแปลงกัมพูชาแบบพลิกโฉม ส่วนบล็อค เอ นั้น ไม่มีความสำคัญพอที่จะสำรวจและทำกำไรได้โดยลำพัง
 
หลังพันตำรวจโททักษิณถูกโค่นอำนาจ  กรณีพิพาทน่านน้ำทับซ้อนแทบไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับการตั้งพันตำรวจโททักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของกัมพูชาเมื่อปี 2552 ยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรีไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจฉบับหนึ่งที่ลงนามในปี 2544 โดยอ้างว่าบทบาทใหม่ของอดีตนายกฯทักษิณ ทำให้สถานะการเจรจาของไทยเสียเปรียบ

เอกสารสถานทูตอีกฉบับในธันวาคม 2552 ยังกล่าวอย่างชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพันตำรวจโททักษิณกับกัมพูชาระบุว่า "การไปเยือนพนมเปญของทักษิณฯ ถูกนักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองว่า เป็นความต่อเนื่องของพ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในการใช้และกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว         

ด้าน นายเมน เดน รองผู้อำนวยการสำนักงานปิโตรเลียมแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องข้อตกลงแบ่งรายได้ระหว่างกัมพูชากับไทย เพราะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ  ส่วนนายเกา  คิม ฮอร์น กล่าวสั้น ๆ ว่า จำไม่ได้