
'เต้น'กลับคำไม่นำม็อบกดดันกกต.
"มาร์คพร้อมแจง กกต.ทุกกรณี หลังถูกแขวนชื่อรับรองเป็นส.ส. ยันฝ่ายการเมืองไม่เกี่ยวเพราะเคาะแค่หลักการ แขวะ เต้นอย่าร้อนตัวรีบปลุกม็อบ รอสัญญาณปรองดองสั่งสลายหมู่บ้านแดง
(14ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รักษาการณ์หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองการเป็นส.ส.หลังถูกร้องเรียนมีส่วนสั่งการเจ้าหน้าที่รัฐจัดงานมหกรรมลดค่าครองชีพประชาชน นำราคาสินค้าต่ำเกินจริงไปจำหน่ายในช่วงที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าใน จ.สมุทรปราการว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และยังไม่ทราบรายละเอียดว่าพฤติกรรมของตนผิดกฎหมายอย่างไร กรณีดังกล่าวเป็นการทำงานของหน่วยงานตามปกติ ฝ่ายการเมืองไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะสำหรับการจัดงานนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติเพียงหลักการ แต่รายละเอียดของการจัดงานหน่วยงานเป็นผู้กำหนด และในวันที่ครม.อนุมัติหลักการนั้นก็ชัดเจนว่ามีการระบุที่ไม่ให้นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยตนเป็นผู้สั่งการให้ตัดนักการเมืองออกทั้งหมด และรายละเอียดเป็นเรื่องของข้าราชการประจำเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆ และพร้อมจะชี้แจงในทุกกรณี
“มันไม่เกี่ยวหรอกครับ เขาไปขายของ หน่วยงานต่างๆก็มีหน้าที่แก้ปัญหาประชาชน ถ้าหน่วยงานไม่ทำอะไรก็มาด่า”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและย้ำว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทำตามกฎหมายเลือกตั้งทุกประการ
แขวะ “เต้น”อย่าร้อนตัวรีบปลุกม็อบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของกกต.ในลักษณะเช่นนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องเคารพกติกาและระบบ กกต.ก็มีหน้าที่ตรวจสอบว่า ที่ได้รับเลือกตั้งนั้นมาด้วยความถูกต้องหรือไม่ ภายในกรอบระยะเวลา30 วัน ดังนั้นเมื่อยังไม่ทราบผลการวินิจฉัยก็ไม่ควรตั้งธง มิเช่นนั้นก็ไม่ควรมีกกต.และการเอามวลชนมากดดันก็คิดว่าไม่ถูกอย่างยิ่ง จึงอยากจะเห็นพรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะหยุดพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไรบ้าง
ส่วนกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เขียนในเฟสบุ๊คว่าหากกกต.ยังไม่รับรองการเป็นส.ส.จะถูกนานาประเทศกดดันแน่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำไมไม่ทำตามกฎหมาย ถ้าทุกคนทำตามกฎหมายจะไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่กกต.ยังไม่ได้ตัดสิน และถ้าใครไม่ได้ทำผิดกฎหมายกกต.ก็ไม่มีสิทธิ์จะไปให้ใบเหลืองใบแดง
เมื่อถามว่า มีความคิดเห็นอย่างไรที่ต่างประเทศยังมองสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยว่ายังวุ่นวาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมีความพยายามที่จะสร้างข่าวกับต่างประเทศมาตลอด เหมือนกับตอนที่ตนประกาศยุบสภา มันมีการพูดมาตลอดว่าจะมีปฏิวัติ ไม่มีการเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมาย มิเช่นนั้นทุกคนก็จะอ้างกระแส สร้างข่าว ขืนปล่อยเป็นเช่นนี้ เรียก2มาตรฐานแน่นอน ทั้งนี้ต่างชาติจะเข้าใจกระบวนการกฎหมายของไทยต่อกรณีการรับรองส.ส.หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ กกต.ว่าจะมีเหตุผล หลักฐาน และกรณีเทียบเคียงที่ชัดเจนเพียงใดในการพิจารณา เพราะกกต.ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องโดยไม่ต้องรับฟังแรงกดดันจากใคร
รอสัญญาณปรองดองสั่งสลายหมู่บ้านแดง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีแนวทางการปรองดองที่ควรจะเกิดขึ้นว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แล้วตนก็รอสัญญาณจากทางฝ่ายรัฐบาล ว่าจะมีก้าวแรกในการลดการเผชิญหน้าได้อย่างไร อาทิ การคุยกับคนเสื้อแดงให้สลายเรื่องหมู่บ้าน หรือการบอกว่าอย่าใช้วิธีการเอามวลชนมากดดัน เพราะจะเป็นสัญญาณที่สำคัญมาก ถ้าจริงใจในเรื่องของการปรองดอง
ไม่เชื่อมีประชามติแก้ รธน.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวกรณีที่นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ว่าที่ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ประกาศว่าพร้อมเดินหน้าทำประชามติเพื่อนำรัฐธรรมนูญฉบับปี40มาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันว่า ยังไม่ทราบ และนายมานิตต์คงไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินการเรื่องนั้นได้
เต้นกลับคำไม่นำม็อบกดดันกกต.
ต่อมา นายณัฐวุฒิแถลงว่า การที่กกต.แขวนรายชื่อว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงโดยอ้างข้อบังคับพรรคเพื่อไทยข้อ 10(5) ที่สมาชิกจะขาดจากการเป็นสมาชิกภาพเมื่อถูกจำคุกนั้น เรื่องนี้เกิดคำถามกับตนและคนที่ถูกแขวนรายชื่อเพราะในจำนวนนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.หลายคนไม่เคยถูกจำคุก เช่น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายวิเชียร ขาวขำ และนายการุณ โหสกุล ส่วนนายวรชัย เหมะ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ และนายสถาพร มณีรัตน์ นั้นไม่ถูกหมายศาลและไม่ถูกจับ อีกทั้งยังไม่ถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายด้วย จึงไม่เข้าใจว่ากระบวนการพิจารณาของกกต.นั้นเป็นอย่างไร รายชื่อเหล่านี้ขาดสมาชิกภาพตรงไหน เหตุใดจึงจับมาแขวนเป็นพวงเดียวกัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ ตน นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แม้จะเคยถูกคุมขังแต่ก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะยังไม่มีคำตัดสินจากศาลแต่อย่างใด ดังนั้นจึงชัดเจนว่าไม่ขัดต่อการเป็นสมาชิกพรรค พวกตนและฝ่ายกฎหมายของพรรคพร้อมจะไปชี้แจงกกต.
ขณะนี้ก็กำลังรอกกต.อยู่ว่าจะเรียกไปเมื่อไหร่ สำหรับข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคนั้นก็ได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว โดยมีการประชุมใหญ่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2553 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2553 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ไปสมัครรับเลือกตั้งนั้นกกต.ก็รับรองคุณสมบัติทั้งหมด แล้ววันนี้จะมาบอกว่าขาดคุณสมบัติภายหลังได้อย่างไร ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีการนำมวลชนไปเคลื่อนไหวกดดันกกต.อย่างแน่นอน ซึ่งแกนนำนปช.เองก็มีการหารือกันแล้วว่าจะไม่มีการดำเนินการอะไรแบบนั้นอย่างแน่นอนอีกด้วย



