ข่าว

ทั่วโลกประณามเหตุโจมตีนครมุมไบ

ทั่วโลกประณามเหตุโจมตีนครมุมไบ

14 ก.ค. 2554

นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ได้ร่วมกันประณามเหตุวินาศกรรมโจมตีนครมุมไบของอินเดีย

          ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกัน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งนางคลินตัน กล่าวว่า ชาวอินเดียต้องทนทุกข์จากการกระทำของผู้ก่อการร้าย และเราได้เห็นการรับมืออย่างยืดหยุ่นและกล้าหาญของพวกเขา ส่วนนายราฟลอฟ กล่าวว่า ขอประณามคนที่อยู่เบื้องหลังการโจมตี และขอแสดงความเสียใจไปยังประเทศอินเดียและรัฐบาลอินเดียด้วย

          นายลาฟรอฟ อยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ที่รวมถึงการไปเยือนทำเนียบขาวด้วย เขาได้ลงนามในข้อตกลงหลายอย่างกับนางคลินตัน ที่รวมถึงการจับตาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อครอบครัวชาวอเมริกันที่รับเด็กชาวรัสเซียมาเลี้ยง อันเป็นการขานรับความไม่พอใจที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เมื่อมีหญิงคนหนึ่งจากรัฐเทนเนสซี่ ส่งเด็กชายวัย 7 ขวบ ขึ้นเครื่องบินกลับมอสโคว์ตามลำพัง เนื่องจากเธอไม่ต้องการรับเลี้ยงเขาอีกต่อไป

          แต่รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสอง ไม่ได้หยิบยกประเด็นที่เห็นต่างกันขึ้นมา ที่รวมถึงจุดยืนเกี่ยวกับลิเบียและผู้นำคือพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ส่วนประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างสองรัฐบาล ในเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ในลิเบียนั้น ต่างเห็นชอบที่จะทำงานร่วมกัน ในการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งนายราฟลอฟ กล่าวว่า รัสเซียมีความเห็นไม่ลงรอยกับสหรัฐ น้อยกว่าที่มีต่อชาติในยุโรป

          ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ประณามเหตุการณ์โจมตีนครมุมไบ ของอินเดียเช่นกัน โดย ดร.ปีเตอร์ วิททิค ทูตถาวรประจำสหประชาชาติและประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงประจำเดือนกรกฎาคม ได้กล่าวในนามคณะมนตรีความมั่นคงว่า ขอประณามอย่างแข็งกร้าวที่สุดต่อเหตุโจมตีในหลายพื้นที่ของนครมุมไบ เมื่อวันที่ 13กรกฎาคม อันเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และขอย้ำความรู้สึกเห็นใจและเสียใจอย่างจริงใจไปยังเหยื่ออาชญากรรมอันเลวร้าย และต่อครอบครัวของพวกเขา รวมถึงประชาชนและรัฐบาลอินเดียด้วย และขอยืนยันว่า คณะมนตรีความมั่นคงมีจุดมุ่งหมายที่จะยืนหยัดต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ

 

 บึ้ม3จุดนครมุมไบ อินเดีย ตายกว่า20คน เจ็บ113คน

เกิดเหตุวินาศกรรมโจมตี 3 สถานที่สำคัญที่มีการสัญจรคับคั่งในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่นครมุมไบ เมืองศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญของอินเดีย ในช่วงเวลาเร่งด่วน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บ 113 คน และนับเป็นเหตุวินาศกรรมที่เลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุบุกโจมตีและยึดโรงแรมดังในมุมไบ เมื่อปี 2551

เหตุร้ายแรงครั้งนี้ ได้มีขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างอินเดียและปากีสถาน ที่อินเดียประนามว่าเป็นผู้อยู่หลังเหตุวินาศกรรมหลายครั้งที่ผ่านมา

เหตุวินาศกรรมครั้งแรก เป็นการใช้ระเบิดโจมตีในย่านตลาดค้าอัญมณี ชาเวรี บาซาร์ เมื่อเวลา 18.54 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 20.24 น. ตามเวลาในไทย และอีก 1 นาที ต่อมาได้เกิดระเบิดที่โอเปร่า เฮาส์ ในย่านธุรกิจ ที่อยู่ทางใต้ของนครมุมไบ หลังจากนั้นในเวลา19.05 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือราว 20.35 น. ตามเวลาในไทย ได้เกิดระเบิดครั้งที่ 3 ขึ้นท่ามกลางฝูงชนในย่านดาดาร์ ใจกลางนครมุมไบ

ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตอนที่ได้ยินเสียงระเบิด ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เนื่องจากเต็มไปด้วยควัน ป้ายรถเมล์ได้รับความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ถูกนำตัวขึ้นรถแท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาล มีศพที่ชุ่มไปด้วยเลือดหลายศพนอนกระจายอยู่ตามถนน ประชาชนหลายคนสวมกอดกันร้องไห้ อีกหลายคนลำเลียงคนเจ็บขึ้นรถแท็กซี่

มีฝูงชนจำนวนมากในที่เกิดเหตุ ขณะที่ตำรวจซักถามผู้เห็นเหตุการณ์ และหน่วยเก็บกู้ระเบิดได้เข้าตรวจสอบใต้ท้องรถหลายคัน เพื่อค้นหาร่องรอยและระเบิดที่ยังอาจซุกซ่อนอยู่ มีรถจักรยานยนต์หลายคันอยู่ในสภาพไหม้เกรียม หน้าร้านคาและป้ายรถเมล์พังยับเยิน

นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ได้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองมุมไบให้อยู่ในความสงบและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเอาไว้

ผู้เห็นเหตุการณ์ในบริเวณโอเปร่า เฮาส์ เปิดเผยว่า เห็นผู้บาดเจ็บหลายคน บางคนมือขาดและบางคนขาขาด ร่างกายพวกเขาโชกไปด้วยเลือด สถานการณ์เต็มไปด้วยความสับสนประชาชนพากันหวาดกลัว เมื่อพบว่าเป็นการโจมตีด้วยระเบิด ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจหลายจุด และเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยในระดับสูง