ข่าว

เดวิด คาเมรอนฝ่าฟันมรสุมสื่อจอมแฮ็ก

เดวิด คาเมรอนฝ่าฟันมรสุมสื่อจอมแฮ็ก

14 ก.ค. 2554

นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ เสียศูนย์ไปไม่น้อย จากมิตรภาพระหว่างตัวเองกับคนที่เป็นศูนย์กลางเรื่องอื้อฉาวล้วงข้อความโทรศัพท์มือถือของอดีตแท็บลอยด์นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ที่ลุกลามเป็นวิกฤติใหญ่ที่สุดนับจากเข้าไปอยู่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง

        คำถามดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า เรื่องอื้อฉาวที่ว่า จะเป็นพิษเป็นภัยต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายคาเมรอนมากเพียงใด

        นับจากมีข้อกล่าวหานิวส์ ออฟ เดอะเวิลด์ แฮ็กข้อความมือถือของเหยื่อฆาตกรรม ด.ญ.มิลลี ดาวเลอร์ นักเรียนหญิงวัย 13 ปีที่หายตัวไป นายคาเมรอนตกอยู่ในสภาพต้องตั้งรับ ถูกบีบให้ตอบคำถามซ้ำๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายแอนดี้ คูลสัน อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายสื่อของตัวเอง และเป็นบรรณาธิการของนิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ ในช่วงที่ผู้สื่อข่าวสายวังของอดีตแท็บลอยด์จอมแฉและนักสืบเอกชนถูกตัดสินจำคุกเมื่อปี 2550 ฐานแฮ็กข้อความโทรศัพท์พระบรมวงศานุวงศ์ หลังจากนั้นนายคูลสันลาออกจากบรรณาธิการและยืนยันไม่รู้อะไรทั้งสิ้น

        จากนั้นไม่นาน นายคาเมรอนขณะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ได้ว่าจ้างนายคูลสันเป็นหัวหน้าฝ่ายสื่อ และจ้างต่อเมื่อนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเมื่อพฤษภาคม 2553 นายคูลสันเพิ่งลาออกเมื่อมกราคมปีนี้หลังจากกรณีแฮ็กโทรศัพท์อื้อฉาวไม่หยุด 

          นายเอ็ด มิลลิแบนด์ ผู้นำฝ่ายค้าน โจมตีว่า การจ้างนายคูลสัน เป็นการประเมินผิดพลาดอย่างน่าตกใจ แต่นายคาเมรอนกลับโต้ว่าควรให้โอกาสนายคูลสันเป็นครั้งที่สอง และเชื่อที่นายคูลสันยืนยันว่าไม่รู้เรื่องแฮ็กโทรศัพท์

        เมื่อนายคูลสัน วัย 43 ปีถูกจับกุมตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายคาเมรอนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นคนมองโลกแง่ดีเกินไป แต่ถูกมองเป็นผู้นำอ่อนหัดไร้เดียงสา และถูกตั้งข้อกังขาในเรื่องของการคิดตัดสินใจในฐานะผู้นำประเทศ

        มิตรภาพของนายคาเมรอนกับสื่อใหญ่ ถูกนำมาพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวที่ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนางรีเบคกาห์ บรูกส์ ผู้เป็นบรรณาธิการของนิวส์ ออฟ เดอะ

        เวิลด์ ในช่วงเวลาที่โทรศัพท์ของด.ญ.มิลลีถูกแฮ็ก และปัจจุบัน นั่งเก้าอี้ผู้บริหารใหญ่ของนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ธุรกิจหนังสือพิมพ์อังกฤษในเครือนิวส์ คอร์ฟ ของนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก

          นายคาเมรอนมีภาพถ่ายกับบรูกส์ตามงานเลี้ยงสังสรรค์หลายครั้ง แม้ไม่ได้ต่างจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษทุกคนในช่วง 10 ปีมานี้ ที่ต่างก็คือสละเวลาให้แก่ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการสื่ออังกฤษอย่างบรูกส์มากเกินไป สถานีโทรทัศน์ในอังกฤษได้นำคลิปวิดีโอเก่าๆ มาเผยแพร่ ซึ่งมีทั้งภาพที่โทนี แบลร์ ทักทายเธออย่างสนิทสนมขณะเดินเข้าไปในสำนักงานของนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนกอร์ดอน บราวน์ก็ไปร่วมงานสมรสของเธอ

        มองกันว่าผู้นำพรรคแรงงานเหล่านั้น เอาใจบรูกส์ก็เพื่อให้มั่นใจว่า อาณาจักรสื่อของเมอร์ด็อกจะสนับสนุนพรรคต่อไป แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง

 

บรูกส์กับนายคาเมรอนถูกจับผิดมากกว่าคนอื่น

       บ้านของบรูกส์อยู่ห่างไม่กี่ไมล์จากบ้านในชนบทของนายคาเมรอนในเมืองค็อตส์โวลด์ หมู่บ้านเงียบสงบห่างจากกรุงลอนดอนชั่วเวลาขับรถไม่กี่ชม

       สื่ออังกฤษเรียกคนในวงการนี้ว่า "เดอะ ชิปปิ้ง นอร์ตัน" ตามชื่อหมู่บ้านที่บรูกส์อาศัยอยู่ นอกจากบรูกส์แล้ว ลูกสาวของเมอร์ด็อกคือ นางเอลิซาเบธ กับนายแมทธิว ฟรอยด์ สามี ก็อาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน
 .
       แท็บลอยด์ เดลี เมล ให้ภาพของเดอะ ชิปปิ้ง นอร์ตันว่า นักการเมืองและนักข่าวผู้ทรงอิทธิพลเหล่านั้น ไปร่วมงานเลี้ยงในบ้านหลังเดียวกัน ดื่มกินด้วยกัน และนั่งรถคันเดียวกัน

       หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาว หลายวันมานี้ นายคาเมรอนพยายามกันตัวเองออกห่างจากบรูกส์และเมอร์ด็อก

        ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายคาเมรอนกล่าวว่า จะยอมรับการลาออกของบรูกส์หากตนเองคือเจ้านาย และเมื่อวันอังคาร นายคาเมรอนยังได้ร่วมประสานเสียงกับฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายเมอร์ด็อกยกเลิกความพยายามซื้อ บริติช สกาย บรอดคาสติ้ง (บีสกายบี) สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมแบบบอกรับเป็นสมาชิกใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

       การกลับลำของนายคาเมรอนเท่ากับว่า ทั้งสามพรรคการเมืองใหญ่ มีจุดยืนเดียวกันคือต่อต้านการเข้าครอบครองบีสกายบี ที่ถูกมองว่าเป็นเหมืองทองคำ ทำกำไรมากมายชนิดที่หนังสือพิมพ์อังกฤษในเครือของเมอร์ด็อกเทียบไม่ได้

 แต่ความเสียหายอันเกิดจากการเข้าไปคบค้าสมาคมกับเมอร์ด็อก เจ้าของหนังสือพิมพ์ที่เลือกข้างคาเมรอนในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ไม่ใช่งูที่จะขว้างให้พ้นคอง่ายๆ

        นายทิม ลูนิง นักประวัติศาสตร์ที่ลอนดอน สกูล ออฟ อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า เมอร์ด็อกกำลังแย่มากในตอนนี้ ใครที่ใกล้ชิดกับคนที่กำลังอ่อนแอ ก็คงต้องอ่อนแอไปด้วย หากนายคาเมรอน ต้องการแสดงภาพว่าตัวเองเข้มแข็งสุดๆ อาจจำเป็นต้องแตกหัก เช่นห้ามนักข่าวของนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าฟังการแถลงข่าวของรัฐบาล

        กระนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว มรสุมลูกใหญ่ก็จะผ่านไป เพราะเอาเข้าจริงๆ นายคาเมรอนไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องอื้อฉาว แต่ได้เข้าไปมีส่วนเพราะใกล้ชิดกับเพื่อนสนิทของรีเบคกาห์ บรูกส์อย่างคูลสัน นอกจากนี้ การที่เงื่อนปมต่างๆ กำลังถูกคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว ยังอาจเป็นทางออกจากเรื่องอื้อฉาวอย่างสวยงามของนายคาเมรอน เพราะการเปิดโปงใหม่ๆ จะช่วยปัดเรื่องนี้ออกไปไกลตัว และนำชื่อตัวละครใหม่ๆ เข้ามาแทน

         อย่างสัปดาห์ที่แล้ว จุดสนใจพุ่งไปที่นายคาเมรอนเพราะนายคูลสันถูกตำรวจจับกุม แต่ผ่านมาไม่กี่วัน กระแสความสนใจพุ่งไปที่ความโกรธขึ้งของอดีตนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ กรณีถูกเดอะ ซัน รายงานเรื่องอาการป่วยของลูกชายที่ได้ข้อมูลจากการแฮ็กเช่นกัน ทั้งยังมีกรณีตำรวจที่สอบสวนเรื่องแฮ็กโทรศัพท์เมื่อหลายปีก่อนรับเงินสินบนจากสื่อ

        นายโฮเวิร์ด วีลดอน นักวางกลยุทธ์บริษัทบีซีจี ในอังกฤษ ระบุว่าอันตรายที่น่าห่วงสำหรับนายคาเมรอนคือ วิกฤติแฮ็กข้อมูลได้เบียดบังเวลาที่ควรนำไปใช้กอบกู้เศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ ทำให้แผนการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ก่อนหน้า ต่างล่าช้าไปหมดขณะที่รัฐสภาใกล้เข้าช่วงพักและปิดสมัยประชุม 19 กรกฎาคมนี้

         ดูเหมือน ประเทศชาติได้จ่ายค่าความล้มเหลวในการบริหารธุรกิจอย่างเหมาะสมของนายเมอร์ด็อก แพงเกินไปเสียแล้ว