
สแกนทะเบียน"มอเตอร์ไซค์"ล่า..."โจรบึ้มปลอม"ปล้นแบงก์
เพียงเสี้ยววินาที...เมื่อถึงคิวเรียกของหมายเลข "497" เพื่อให้ลูกค้าตามหมายเลขลำดับคิวมาทำธุรกรรมหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย สาขาบ้านฉาง จ.ระยอง ...ชายอายุประมาณ 30-35 ปี สูงราว 165 ซม. แต่งกายมิดชิด สวมเสื้อช็อปสีเทา สวมหมวกปิดคลุมใบหน้าสีดำ
ใส่แว่นตาเซฟตี้สีดำ มายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ด้วยพฤติกรรมการแต่งกายที่มิดชิดและดูมีพิรุธ พนักงานธนาคารจึงบอกให้เขาถอดแว่นตากับผ้าคลุมหน้าออก แต่ชายผู้นั้นกลับล้วงเข้าในเสื้อคลุมหยิบ "ระเบิด" มาวางไว้ต่อหน้า พร้อมยื่นถุงพลาสติกและสั่งให้หยิบเงินสดใส่ถุงรวมมูลค่า 1 ล้านบาท หลบหนีไปอย่างลอยนวล !
"ฟังสำเนียงพูดของคนร้ายไม่ชัดว่าเป็นคนภูมิลำเนาทางภาคใด คนร้ายขู่ว่าจะกดรีโมทให้ระเบิดทำงาน ด้วยความกลัวจึงนำเงินใส่ถุงให้" พนักงานธนาคาร ให้ข้อมูลต่อชุดสืบสวนสอบสวน
แผนประทุษกรรมของคนร้ายช่างแสบสันตบตาเจ้าหน้าที่เสียสนิท เพราะจากการตรวจสอบวัตถุคล้ายระเบิดไดนาไมต์ 3 แท่ง ซึ่งพันด้วยเทปกาวสีน้ำตาลมีสายไฟชนวนสีขาวสลับแดงต่อไว้ที่ส่วนหัวและท้ายมัดรวมติดกันนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด จากกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มาทำการเก็บกู้ พบว่าเป็นวัตถุระเบิดปลอม คนร้ายใช้ถ่านไฟฉายมัดติดกันและนำดินทรายมาวางกั้นพร้อมกับต่อชนวนสายไฟเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
การสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในธนาคารกสิกรไทยรายนี้ ชุดสืบสวนแกะรอยจากตำหนิรูปพรรณที่กล้องวงจรปิดภายในธนาคารบันทึกไว้ได้ รวมถึงคำให้การของพนักงานธนาคารหลังเกิดเหตุ และยังมีเบาะแสจาก "ทะเบียนรถ" ซึ่งพยานในที่เกิดเหตุจดจำหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้ แต่ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด
"เลขทะเบียนรถ" จึงกลายเป็นเบาะแสชิ้นเดียว ทว่ามีความหวังที่จะไล่ล่าคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้
ตำรวจเกือบ 100 นาย จึงต้องออกควานหาติดตามผู้ครอบครองรถที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อสืบสวนขยายผลหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุใช้ระเบิดปลอมชิงทรัพย์เงินสดจากธนาคารกสิกรไทยมาให้ได้ แม้ว่าทีมงานชุดสืบสวนสอบสวน ต้องทำงานหนักเป็นเท่าตัว เพราะต้องนำหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี มาเทียบเคียงตรวจสอบกับหมวด "อักษร" และ "จังหวัด" โดยตั้งเป้าไว้ 2 จังหวัด คือ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ล่าสุดพบว่ามีรถจักรยานยนต์ที่ต้องตรวจสอบถึง 100 คัน คาดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบพอสมควร
"ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคาร พบว่าคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซุกิ คริสตัล สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเข้ามาจอดหน้าธนาคารและเดินเข้ามากดบัตรคิวรอเจ้าหน้าที่เรียกอย่างใจเย็น และเมื่อถึงคิวจึงลงมือก่อเหตุโดยใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนระบุ
"ธนาคารไม่มียามรักษาความปลอดภัย หรือคอยบอกผู้ที่มาใช้บริการให้ถอดหมวกถอดแว่นนั้น เนื่องจากพื้นที่ตั้งของธนาคารไม่อยู่ในจุดเสี่ยง และปกติแล้วในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม จะมีลูกค้าที่มาโรงงานแต่งตัวเหมือนทำงานเซฟตี้ สวมหมวก สวมแว่น เข้ามาใช้บริการอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ประกอบกับคนร้ายที่มาก่อเหตุ เข้ามาเหมือนลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ โดยมากดบัตรคิว นั่งรอจนกระทั่งถึงคิวที่เรียกเข้าเคาน์เตอร์ ไม่มีวี่แววที่จะเป็นคนร้าย" พ.ต.อ.สุเทพ บุญค้ำ ผกก.สภ.บ้านฉาง กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.สุเทพ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ระดมกำลังทั้งตำรวจสืบสวนภาค สืบสวนจังหวัด และสืบสวนพื้นที่ แยกย้ายกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย ตลอดจนส่งภาพในวิดีโอวงจรปิดไปขยายเพื่อให้เห็นใบหน้าคนร้ายให้ชัดขึ้น และให้พนักงานของธนาคารที่นั่งเคาน์เตอร์ที่ 1 ไปสเก็ตช์ภาพคนร้ายที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ด้วย คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้
ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่ธนาคาร และร้านทองนั้น ทางสถานีตำรวจภูธรบ้านฉางได้เพิ่มความถี่ และความเข้มงวดในการตรวจตราความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่อีก นอกจากนี้ ตำรวจชุดสืบสวนได้นำภาพรถจักรยานยนต์ลักษณะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ คือ เป็นสีดำทั้งคัน ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ถ้าหากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที



