
ล้อมคอกก่อนวัวจะหาย
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ประสบการณ์ตรงจากม็อบเสื้อแดงหยามหน้ารัฐบาล"โอบามาร์ค"บุกเข้าไปขัดขวางการประชุมผู้นำอาเซียนบวกสามและบวกหกที่พัทยาก่อนหน้าเทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียว เล่นเอาผู้นำหลายประเทศต่างขวัญกระเจิงพร้อมกับสาบานในใจว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุรุนแรงทำนองนี้ขึ้นในประเทศเด็ดขาด
ประเทศแรกที่เริ่มลงมือล้อมคอกก่อนวัวจะหายก็คือแดนสิงโตทะเลสิงคโปร์ เมื่อนายหว่อง กัน เส็ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยประกาศกร้าวว่ารัฐบาลจะไม่ยอมอดกลั้นเป็นอันขาดกับผู้ชุมนุมประท้วงโดยเฉพาะผู้ประท้วงต่างชาติที่เตรียมก่อเหตุรุนแรงในช่วงการประชุมสำคัญต่างๆ รวมถึงการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค (เอเปค) ที่สิงคโปร์จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนพฤจิกายนนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดใจให้กลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุร้ายได้
นายหว่องได้ออกปากขู่ว่าใครก็ตามที่วางแผนจะก่อความไม่สงบขึ้น มีหวังได้เจอกับไม้แข็งที่รัฐบาลเตรียมจัดการอย่างไม่ไว้หน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นที่พัทยารวมทั้งระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี-20 ที่กรุงลอนดอนในอังกฤษ ซึ่งผู้ชุมนุมประท้วงได้ทำลายทรัพย์สินของราชการ และทำให้นักท่องเที่ยวหดหาย
ไม่เพียงแต่ไม่ยอมให้คำขู่เป็นเพียงการผายลมออกจากปากที่กลุ่มผู้ประท้วงทำเป็นหูทวนลมเหมือนในแดนดินถิ่นเจ้าพระยาเศร้าเท่านั้น รัฐบาลสิงโตทะเลยังรีบออกกฎเหล็กทันทีด้วยการผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยฉบับใหม่ ซึ่งจะบังคับให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องขออนุญาตตำรวจก่อน หากจะจัดชุมนุมทางการเมืองนอกจุดที่จัดไว้ไม่ว่าจะมีผู้ชุมนุมมากน้อยเท่าใดก็ตาม จากเดิมที่เคยตรากฎเหล็กเพียงแค่ว่าต้องขออนุญาตก่อนหากจะจัดชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คนขึ้นไปบริเวณนอกจุดที่จัดไว้ให้มีการกล่าวปราศรัยอย่างเสรี รวมทั้งให้อำนาจตำรวจมากขึ้นในการจัดการกับผู้ก่อความไม่สงบในสังคม
นายหว่องประกาศกร้าวด้วยว่าจะไม่มีวันยอมให้ดำเนินกิจกรรมผิดกฏหมายเป็นอันขาด เพราะเป็นไปได้ว่าผู้ประท้วงต่างชาติอาจพยายามยุยงปลุกปั่นสิงคโปร์ให้ละเมิดกฏหมายอย่างเช่นการชุมนุมและประท้วงตามท้องถนน เหตุนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเด็ดเดี่ยวกับผู้ประท้วงและพวกอนาธิปไตย ที่อาจก่อเหตุรุนแรง หรือจงใจสร้างปัญหาทางกฏหมายหรือความเป็นระเบียบเรียบร้อยในช่วงการประชุมสำคัญๆนั้นๆ
" เราจะบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด" นายหว่องย้ำ ขณะที่ชาวประชาในไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มบ่นว่าอยากได้ยินจากปากของโอบามาร์คบ้างจังเลย



